ประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ ธพด. ๖/๒๕๖๘ เรื่อง กำหนดรายชื่อบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ (ฉบับที่ ๒)
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลรัฐธรรมนูญคําวินิจฉัยที่ ๑๙/๒๕๖๘ เรื่องพิจารณาที่ ๗/๒๕๖๘วันที่ ๑๗ เดือน กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ศาลปกครองพิษณุโลก ผูรอง- ผูถูกรองเรื่อง พระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๕ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง หรือไมศาลปกครองพิษณุโลกสงคําโตแยงของผูฟองคดี (สมาคมตอตานสภาวะโลกรอน ที่ ๑ กับพวกรวม ๔๒ คน) ในคดีหมายเลขดําที่ ส. ๖/๒๕๖๒ คดีหมายเลขแดงที่ ส. ๕/๒๕๖๒ และคดีหมายเลขดําที่ ส. ๔/๒๕๖๕ เพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ ขอเท็จจริงตามคําโตแยงและเอกสารประกอบ สรุปไดดังนี้สมาคมตอตานสภาวะโลกรอน ผูฟองคดีที่ ๑ กับพวก รวม ๑๓ คน ยื่นฟองเทศบาลนครพิษณุโลกผูถูกฟองคดีที่ ๑ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพิษณุโลก ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ผูวาราชการจังหวัดพิษณุโลกผูถูกฟองคดีที่ ๓ คณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่สวนจังหวัดพิษณุโลก ผูถูกฟองคดีที่ ๔และคณะรัฐมนตรี ผูถูกฟองคดีที่ ๕ ในคดีหมายเลขดําที่ ส. ๖/๒๕๖๒ คดีหมายเลขแดงที่ ส. ๕/๒๕๖๒ตอศาลปกครองพิษณุโลกวา ผูถูกฟองคดีที่ ๑ มีหนังสือถึงผูถูกฟองคดีที่ ๓ ยินยอมใหจังหวัดพิษณุโลกใชพื้นที่บางสวนของสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวเฉลิมพระชนมพรรษาระหวาง หนา ๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๘
๘๐ พรรษา (สวนพุทธมณฑล) จังหวัดพิษณุโลก เพื่อกอสรางถนนตามผังเมือง สาย ฉ๑ ตอมาผูถูกฟองคดีที่ ๓ ออกประกาศคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่สวนจังหวัดพิษณุโลก เรื่องการใหความเห็นชอบโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองตาเหี่ยม จังหวัดพิษณุโลก ลงวันที่๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ และผูถูกฟองคดีที่ ๕ มีมติใหความเห็นชอบ โดยมีพื้นที่ของสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ อยูในแผนผังแสดงบริเวณพื้นที่โครงการแนบทายประกาศดังกลาวดวย ทําใหผูถูกฟองคดีที่ ๒กอสรางถนนตามผังเมือง สาย ฉ๑ กําหนดแผนผังในการกอสรางถนนชวงที่จะตองผานสวนสาธารณะดังกลาวในลักษณะผานกลางพื้นที่ แตกตางจากแผนผังแนบทายหนังสือใหความยินยอมของผูถูกฟองคดีที่ ๑ซึ่งผูฟองคดีทั้งสิบสามเห็นวาการกระทําดังกลาวกอใหเกิดผลกระทบตอประชาชนที่ใชประโยชนจากสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ อีกทั้งยังเปนการดําเนินการที่ไมถูกตองตามขั้นตอนที่กฎหมายกําหนดไวเนื่องจากไมไดจัดใหมีการรับฟงความคิดเห็นของประชาชน ไมดําเนินการเปลี่ยนสภาพของที่ดินใหถูกตองตามกฎหมาย รวมถึงการกําหนดแผนผังดังกลาวอาจมีผลประโยชนทับซอนหรือเอื้อประโยชนใหกับธุรกิจของเอกชนดวย สําหรับคดีหมายเลขดําที่ ส. ๔/๒๕๖๕ ผูฟองคดีที่ ๑ กับพวก รวม ๓๖ คนยื่นฟองผูถูกฟองคดีที่ ๓ ในฐานะประธานกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่สวนจังหวัดพิษณุโลกกรณีผูถูกฟองคดีที่ ๔ ออกประกาศคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่สวนจังหวัดพิษณุโลกเรื่อง เปลี่ยนแปลงเขตดําเนินการโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองตาเหี่ยม จังหวัดพิษณุโลกลงวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ ซึ่งผูฟองคดีทั้งสามสิบหกเห็นวาเปนการดําเนินการที่ไมชอบดวยกฎหมายเนื่องจากเปนที่ราชพัสดุอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินที่พลเมืองใชรวมกันและไมไดจัดใหมีการรับฟงความคิดเห็นใหถูกตองตามกฎหมาย โดยอธิบดีศาลปกครองพิษณุโลกมีคําสั่งใหรวมคดีหมายเลขดําที่ ส. ๖/๒๕๖๒ เขากับคดีหมายเลขดําที่ ส. ๔/๒๕๖๕ และกําหนดใหสํานวนคดีหมายเลขดําที่ ส. ๖/๒๕๖๒ เปนสํานวนคดีหลัก เนื่องจากทั้งสองสํานวนคดีมีคูกรณีเดียวกันหรือรวมกันมีขอหาอยางเดียวกันหรือเกี่ยวเนื่องใกลชิดกัน และกําหนดคูกรณีใหมเปนผูฟองคดีที่ ๑ กับพวกรวม ๔๕ คน ตอมาศาลปกครองพิษณุโลกมีคําสั่งไมรับคําฟองของผูฟองคดีทั้งสิบสามในคดีหมายเลขดําที่ ส. ๖/๒๕๖๒ คดีหมายเลขแดงที่ ส. ๕/๒๕๖๒ ไวพิจารณา และจําหนายคดีออกจากสารบบความผูฟองคดีทั้งสิบสามอุทธรณ ศาลปกครองสูงสุดมีคําสั่งแกคําสั่งของศาลปกครองพิษณุโลกเปนใหรับคําฟองของผูฟองคดีทั้งสิบสามไวพิจารณาพิพากษาเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับประกาศคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่สวนจังหวัดพิษณุโลก เรื่อง การใหความเห็นชอบโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่หนา ๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๘
บริเวณหนองตาเหี่ยม จังหวัดพิษณุโลก ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ เฉพาะสวนที่ใชพื้นที่ของสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ วาเปนคําสั่งที่ชอบดวยกฎหมายหรือไม และมีคําสั่งเรียกใหผูถูกฟองคดีที่ ๔เขามาเปนคูกรณีระหวางการพิจารณาคดีของศาลปกครองพิษณุโลก ผูฟองคดีที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๗ถึงที่ ๔๕ โตแยงวา พระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๕๕เปนบทบัญญัติที่กําหนดใหการโอนอํานาจการควบคุมดูแล คุมครองปองกัน และบริหารจัดการที่ดินในสวนที่เปนที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับพลเมืองใชหรือสงวนไวเพื่อประโยชนของพลเมืองใชรวมกัน และหรือเปนที่ดินที่เปนสาธารณสมบัติของแผนดินตามกฎหมายอื่นในเขตพื้นที่โครงการจัดรูปที่ดินดังกลาวของหนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐตามกฎหมายนั้น ๆ ไปใหผูถูกฟองคดีที่ ๔เปนผูมีอํานาจแทนทั้งหมดตามพระราชบัญญัติดังกลาว ขัดตอเจตนารมณของกฎหมาย ไมเปนไปตามหลักนิติธรรม ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ และมาตรา ๒๖ ผูฟองคดีที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔และที่ ๗ ถึงที่ ๔๕ ขอใหศาลปกครองพิษณุโลกสงคําโตแยงดังกลาวตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ศาลปกครองพิษณุโลกเห็นวา พระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗มาตรา ๑๓ ไมใชบทบัญญัติที่ศาลจะใชบังคับแกคดี ไมตองดวยหลักเกณฑตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒วรรคหนึ่ง สวนที่ผูฟองคดีที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๗ ถึงที่ ๔๕ โตแยงวาพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๕ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ และมาตรา ๒๖ นั้นศาลปกครองพิษณุโลกจะใชบทบัญญัติแหงกฎหมายดังกลาวบังคับแกคดี และยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ จึงสงคําโตแยงดังกลาวตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่งประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญตองพิจารณาเบื้องตนมีวา ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจรับคําโตแยงของผูฟองคดีไวพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง หรือไม เห็นวา ศาลปกครองพิษณุโลกสงคําโตแยงของผูฟองคดีที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๗ ถึงที่ ๔๕ เพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๕ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๓ และมาตรา ๒๖ หรือไม บทบัญญัติดังกลาวเปนบทบัญญัติที่ศาลปกครองพิษณุโลกจะใชบังคับแกคดี เมื่อผูฟองคดีที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๗ ถึงที่ ๔๕ โตแยงพรอมดวยเหตุผลวาบทบัญญัติดังกลาวขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ และยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหนา ๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๘
ในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ กรณีเปนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง สวนที่โตแยงวาพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๕ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๓ หรือไม นั้น เห็นวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ เปนบททั่วไปที่วางหลักการกําหนดที่มาของอํานาจอธิปไตย และหลักการปฏิบัติหนาที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องคกรอิสระและหนวยงานของรัฐ มิไดมีขอความที่เปนการคุมครองสิทธิหรือเสรีภาพไวเปนการเฉพาะ ศาลรัฐธรรมนูญไมจําตองวินิจฉัยในสวนนี้ จึงมีคําสั่งรับไวพิจารณาวินิจฉัยเฉพาะประเด็นที่ขอใหวินิจฉัยวาพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๕ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ หรือไม และเพื่อประโยชนแหงการพิจารณา อาศัยอํานาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๒๗ วรรคสาม ใหหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของยื่นตอศาลรัฐธรรมนูญหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของ ดังนี้๑. เลขาธิการสภาผูแทนราษฎรจัดสงสําเนารายงานการประชุมและสําเนาบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. .... สภาผูแทนราษฎรสําเนารายงานการประชุมและสําเนาบันทึกการประชุมสภาผูแทนราษฎร ชุดที่ ๒๑ ปที่ ๓ ครั้งที่ ๒๖(สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖ (วาระที่ ๑) สําเนารายงานการประชุมและสําเนาบันทึกการประชุมสภาผูแทนราษฎร ครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ (วาระที่ ๒ และวาระที่ ๓) และสําเนารายงานการประชุมสภาผูแทนราษฎรครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๔๗ (พิจารณารางฯ ที่คณะกรรมาธิการรวมกันเสนอ)๒. เลขาธิการวุฒิสภาจัดสงสําเนาเอกสารประกอบการพิจารณารางพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. .... (พ.ศ. ๒๕๔๗) สําเนารายงานการประชุมและสําเนาบันทึกการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เปนพิเศษ วันอังคารที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ สําเนารายงานการประชุมและสําเนาบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่พ.ศ. .... สําเนารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่พ.ศ. .... วุฒิสภา สําเนารายงานการประชุมและสําเนาบันทึกการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญทั่วไป)วันจันทรที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๔๗ และสําเนารายงานการประชุมและสําเนาบันทึกการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญทั่วไป) วันอังคารที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๗หนา ๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๘
๓. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาจัดทําความเห็นสรุปไดวา การดําเนินการจัดรูปที่ดินในที่ดินของรัฐที่เปนสาธารณสมบัติของแผนดิน โดยทั่วไปจะตองมีการถอนสภาพสาธารณสมบัติของแผนดินโดยการตราเปนพระราชกฤษฎีกาตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๓๐๕พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ และประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๘ แตกรณีการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๕ นั้น ไมไดมีลักษณะเปนการจําหนายที่ดินของรัฐ เปนเพียงการปรับเปลี่ยนรูปทรงหรือปรับเปลี่ยนตําแหนงภายในเขตของโครงการจัดรูปที่ดิน เมื่อดําเนินการจัดรูปที่ดินเรียบรอยแลวจะตองจัดหาที่ดินมาทดแทนในจํานวนที่ไมนอยกวาเดิม ดังนั้น เพื่อใหสามารถดําเนินการกับที่ดินของรัฐไดโดยไมผิดกฎหมายอื่น จึงกําหนดยกเวนใหเสนอคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่พิจารณาและใหถือวามติของคณะกรรมการดังกลาวมีผลเปนการถอนสภาพสาธารณสมบัติของแผนดินโดยไมตองดําเนินการตามประมวลกฎหมายที่ดินและกฎหมายวาดวยที่ราชพัสดุ๔. อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองจัดทําความเห็นสรุปไดวา การจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่เปนวิธีการหนึ่งในการพัฒนาที่ดินทั้งบริเวณ โดยการรวบรวมที่ดินหลายแปลงเขาดวยกันเปนผืนใหญแลววางผังและจัดรูปที่ดินใหมเพื่อปรับปรุงโครงสรางพื้นฐานของชุมชน จัดระบบแปลงที่ดินใหมทั้งหมดรวมทั้งจัดใหมีระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และบริการสาธารณะตาง ๆ อยางครบถวนและไดมาตรฐานเปนการใชประโยชนและเพิ่มมูลคาของที่ดินในบริเวณนั้นโดยไมจําเปนตองเวนคืนที่ดิน การจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่จะทําใหการวางผังเมืองสําเร็จอยางเปนรูปธรรม ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสงผลเชิงบวกตอการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจของชุมชนทั้งทางตรงและทางออม อีกทั้งยังเปนการพัฒนาพื้นที่จากความรวมมือของภาครัฐและเอกชน ทําใหรัฐประหยัดงบประมาณในการเวนคืนที่ดินสามารถพัฒนาที่ดินไดอยางรวดเร็วและกวางขวางมากยิ่งขึ้น การจัดรูปที่ดินจําเปนตองปรับรูปแปลงที่ดินภายในเขตโครงการใหมใหเปนระเบียบเรียบรอยและเกิดประโยชนใชสอยมากยิ่งขึ้น โดยสิ่งที่อาจเปนอุปสรรคในการดําเนินการ คือ การปรับเปลี่ยนตําแหนงหรือรูปแปลงของที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน โดยหลักการทั่วไปจะตองมีการถอนสภาพสาธารณสมบัติของแผนดินโดยการตราเปนพระราชกฤษฎีกาตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๓๐๕ พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุพ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ และประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๘ แตกรณีการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่นั้นไมไดมีลักษณะเปนการจําหนายที่ดินของรัฐ เปนเพียงการปรับเปลี่ยนรูปทรงหรือปรับเปลี่ยนตําแหนงอยูในโครงการจัดรูปที่ดินเทานั้น เพราะเมื่อดําเนินการเสร็จจะตองจัดหาที่ดินหนา ๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๘
มาทดแทนในจํานวนไมนอยกวาเดิม กฎหมายจึงกําหนดขอยกเวนวาใหเสนอคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่พิจารณา และใหถือวามติของคณะกรรมการดังกลาวมีผลเปนการถอนสภาพสาธารณสมบัติของแผนดิน โดยไมตองดําเนินการตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายวาดวยที่ราชพัสดุ ทั้งนี้เพื่อความรอบคอบในการพิจารณาจึงกําหนดใหเชิญผูแทนหนวยงานของรัฐที่ดูแลรักษาที่ดินหรืออสังหาริมทรัพยนั้นมารวมพิจารณา และกําหนดใหตองจัดที่ดินอื่นที่มีสภาพแวดลอม ที่ดิน รูปแปลงที่ดินและการใชประโยชนใกลเคียงกับสภาพที่ดินเดิมทดแทนที่ดินของรัฐในจํานวนไมนอยกวาเดิมดวยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคําโตแยงของผูฟองคดี ความเห็นและขอมูลของหนวยงานที่เกี่ยวของและเอกสารประกอบแลวเห็นวา ผูฟองคดีไมไดแสดงเหตุผลประกอบคําโตแยงวาพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๕ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคสองอยางไร ไมจําตองวินิจฉัยในสวนนี้ และเห็นวาคดีเปนปญหาขอกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได จึงยุติการไตสวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง กําหนดประเด็นที่ตองพิจารณาวินิจฉัยวาพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๕ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง หรือไมพิจารณาแลวเห็นวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง เปนบทบัญญัติในหมวด ๓สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย บัญญัติวา “การตรากฎหมายที่มีผลเปนการจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลตองเปนไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิไดบัญญัติเงื่อนไขไวกฎหมายดังกลาวตองไมขัดตอหลักนิติธรรม ไมเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ และจะกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของบุคคลมิได รวมทั้งตองระบุเหตุผลความจําเปนในการจํากัดสิทธิและเสรีภาพไวดวย”พระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗ มีเหตุผลในการประกาศใชวาโดยที่สมควรสงเสริมใหเอกชนเขามามีสวนรวมกับภาครัฐในการจัดรูปที่ดิน เพื่อประโยชนในการพัฒนาสภาพที่อยูอาศัย แหลงธุรกิจ อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ปรับปรุงหรือจัดสรางโครงสรางพื้นฐานเพื่อแกปญหาสิ่งแวดลอมของเมืองและชนบทที่เสื่อมโทรม อันเปนการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคมและเพื่อความเปนระเบียบเรียบรอยของชุมชนเมืองและชนบท โดยมาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา“ที่ดินและอสังหาริมทรัพยอันเปนทรัพยสินของแผนดิน ขององคการของรัฐบาล องคการมหาชนหรือหนวยงานที่มีกฎหมายคุมครองการโอนโดยเฉพาะในเขตดําเนินการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่หนา ๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๘
ไมวาจะเปนสาธารณสมบัติของแผนดินหรือไม ถาผูดําเนินโครงการจัดรูปที่ดินจําเปนจะตองนํามาใชในการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ใหเสนอเรื่องตอคณะกรรมการเพื่อพิจารณา” วรรคสอง บัญญัติวา“การพิจารณาของคณะกรรมการจะตองเชิญผูแทนหนวยงานที่มีหนาที่ดูแลรักษาที่ดินหรืออสังหาริมทรัพยนั้นมารวมพิจารณาดวย” และวรรคสาม บัญญัติวา “เมื่อคณะกรรมการใหความเห็นชอบใหนําที่ดินหรืออสังหาริมทรัพยตามวรรคหนึ่งมาใชในโครงการจัดรูปที่ดินแลว ใหมีผลเปนการถอนสภาพการเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับที่ดินดังกลาวโดยมิตองดําเนินการถอนสภาพหรือโอนตามประมวลกฎหมายที่ดินกฎหมายวาดวยที่ราชพัสดุหรือกฎหมายอื่นเกี่ยวกับที่ดินนั้น และใหผูดําเนินโครงการจัดรูปที่ดินมีอํานาจใชที่ดินภายใตเงื่อนไขดังตอไปนี้ (๑) ที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับพลเมืองใชรวมกันแตพลเมืองเลิกใชประโยชนในที่ดินนั้น หรือไดเปลี่ยนแปลงสภาพจากการเปนที่ดินสําหรับพลเมืองใชรวมกันและมิไดตกเปนกรรมสิทธิ์ของผูใด (๒) ที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับพลเมืองใชรวมกันและพลเมืองยังใชประโยชนในที่ดินนั้นอยู แตไดมีการจัดที่ดินแปลงอื่นใหพลเมืองใชรวมกันแทนโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว (๓) ที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับใชเพื่อประโยชนของแผนดินโดยเฉพาะหรือที่สงวนหรือหวงหามไว ซึ่งทางราชการไมประสงคจะสงวนหรือหวงหามไวอีกตอไปและคณะรัฐมนตรีไดใหความเห็นชอบแลว (๔) ที่ดินขององคการของรัฐบาลตามกฎหมายวาดวยการจัดตั้งองคการของรัฐบาล หรือตามกฎหมายเฉพาะ หรือองคการมหาชนตามกฎหมายวาดวยองคการมหาชนและคณะรัฐมนตรีไดใหความเห็นชอบแลว (๕) ที่ดินขององคกรอื่นของรัฐที่มีกฎหมายจัดตั้งโดยเฉพาะเมื่อองคกรนั้นใหความเห็นชอบแลว”ขอโตแยงของผูฟองคดีที่วา พระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๕ที่กําหนดใหโอนอํานาจควบคุมดูแล คุมครองปองกัน และบริหารจัดการที่ดินในเขตพื้นที่โครงการจัดรูปที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับพลเมืองใชหรือสงวนไวเพื่อประโยชนของพลเมืองใชรวมกันและหรือที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินตามกฎหมายอื่น ซึ่งเปนของหนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐตามกฎหมายนั้นไปใหคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่สวนจังหวัดเปนผูมีอํานาจแทนทั้งหมด ขัดตอเจตนารมณของกฎหมาย ไมเปนไปตามหลักนิติธรรม ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง นั้น เห็นวา พระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗เปนกฎหมายที่นําวิธีการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่มาใชจัดรูปที่ดินตามระบบผังเมืองจนสมบูรณทําใหพื้นที่นาอยูอาศัย การคมนาคมสะดวก สภาพภูมิทัศนสวยงาม มีสิ่งแวดลอมที่ดี และทําใหมูลคาทรัพยสินของประเทศเพิ่มขึ้น โดยไมตองใชวิธีการเวนคืนที่ดิน และไมตองดําเนินการถอนสภาพการเปนสาธารณสมบัติหนา ๑๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๘
ของแผนดินหรือโอนตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่น ดังเชนหลักการทั่วไปที่จะตองมีการถอนสภาพสาธารณสมบัติของแผนดินโดยตราเปนพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา พระราชบัญญัตินี้มีลักษณะเปนกฎหมายพิเศษ โดยกําหนดเปนการยกเวนไวใหการจัดรูปที่ดินใชเฉพาะในกรณีจําเปนกอนนําที่ดินหรืออสังหาริมทรัพยมาใชในการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ เพื่อใหสามารถดําเนินการกับที่ดินของรัฐโดยไมผิดกฎหมาย มาตรา ๕๕ เปนบทบัญญัติที่กําหนดหลักการเกี่ยวกับการใชที่ดินและอสังหาริมทรัพยอันเปนทรัพยสินของแผนดิน ขององคการของรัฐบาล องคการมหาชน หรือหนวยงานที่มีกฎหมายคุมครองการโอน โดยเฉพาะในเขตดําเนินการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ไมวาจะเปนสาธารณสมบัติของแผนดินหรือไม หากผูดําเนินโครงการจัดรูปที่ดินจําเปนจะตองนําที่ดินดังกลาวมาใชในการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ใหเสนอเรื่องตอคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่พิจารณา เมื่อคณะกรรมการดังกลาวเห็นชอบใหนําที่ดินหรืออสังหาริมทรัพยดังกลาวมาใชในโครงการจัดรูปที่ดินแลว ใหมีผลเปนการถอนสภาพการเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับที่ดินนั้น บทบัญญัติดังกลาวมีกระบวนการกลั่นกรองโดยใหคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่เปนผูมีหนาที่และอํานาจใหความเห็นชอบในการนําที่ดินและอสังหาริมทรัพยดังกลาวไปใชในโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ และใหผูดําเนินโครงการจัดรูปที่ดินมีอํานาจใชที่ดินภายใตเงื่อนไขที่กําหนดไวในมาตรา ๕๕ วรรคสาม (๑) ถึง (๕) เทานั้นโดยกฎหมายกําหนดใหมีระบบการควบคุมตรวจสอบโดยคณะกรรมการทั้ง ๒ ระดับ ไดแก ระดับที่หนึ่งคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่สวนจังหวัดตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง ซึ่งหมายความรวมถึงคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่กรุงเทพมหานครตามมาตรา ๑๒ วรรคหนึ่ง ดวยมีหนาที่และอํานาจใหความเห็นชอบในขั้นตอนการเสนอโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ภายในจังหวัดเสนอความเห็นตอคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่เกี่ยวกับการนําที่ดินของรัฐมาใช การจัดหาที่ดินทดแทนที่ดินของรัฐและการเวนคืนที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน รวมทั้งพิจารณากําหนดคาทดแทนหรือคาเสียหายตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่กําหนดตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง และระดับที่สอง คณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง ซึ่งมีรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยเปนประธานกรรมการ และมีตัวแทนจากภาครัฐตัวแทนจากภาคเอกชน รวมทั้งผูทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ซึ่งแตงตั้งโดยคณะรัฐมนตรีเปนกรรมการ มีหนาที่และอํานาจวินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับปญหาการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ตามคํารองหรือคําอุทธรณของเจาของที่ดินหรือบุคคลผูมีสวนไดเสียเกี่ยวกับที่ดินในโครงการจัดรูปที่ดินตามมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง รวมทั้งพิจารณาใหความเห็นชอบใหใชที่ดินและอสังหาริมทรัพยหนา ๑๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๘
ตามมาตรา ๕๕ ทั้งนี้ เนื่องจากการตัดสินใจนําที่ดินและอสังหาริมทรัพยอันเปนทรัพยสินของแผนดินมาใชในโครงการจัดรูปที่ดินนั้นตองอาศัยความรวมมือทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน อีกทั้งยังเปนการดําเนินการในเรื่องที่อาจกระทบตอสิทธิของประชาชนในการใชประโยชนที่ดินและอสังหาริมทรัพยดังกลาวกฎหมายจึงใหอํานาจในการตัดสินใจแกองคกรกลุมในรูปแบบของคณะกรรมการ เพื่อใหผูที่มีความรูความเชี่ยวชาญจากภาคสวนตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่เปนผูพิจารณารวมกันโดยในการพิจารณากฎหมายยังกําหนดใหเชิญผูแทนหนวยงานที่มีหนาที่ดูแลรักษาที่ดินหรืออสังหาริมทรัพยนั้นมารวมในการพิจารณาตามมาตรา ๕๕ วรรคสองดวย เมื่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ใหความเห็นชอบแลว จึงเกิดผลทางกฎหมายเปนการถอนสภาพการเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับที่ดินนั้นโดยมิตองดําเนินการถอนสภาพหรือโอนตามกฎหมายของที่ดินนั้นอีก การดําเนินการถอนสภาพที่ดินหรืออสังหาริมทรัพยตามบทบัญญัติดังกลาวมีผลเปนเพียงการปรับเปลี่ยนรูปทรงหรือรูปแปลง หรือเปลี่ยนตําแหนงที่ดินของรัฐใหมที่อยูภายในเขตโครงการจัดรูปที่ดินนั้นเองมิไดมีลักษณะเปนการจําหนายที่ดินของรัฐ เนื่องจากเมื่อดําเนินการแลวเสร็จจํานวนเนื้อที่ของที่ดินของรัฐรวมกันทั้งหมดจะตองมีขนาดไมนอยกวาเดิมตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง และยังคงเปนทรัพยสินของรัฐตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่งดังนั้น การกําหนดใหผูดําเนินโครงการสามารถนําที่ดินและอสังหาริมทรัพยอันเปนทรัพยสินของแผนดินมาใชในการจัดรูปที่ดินไดโดยใหมติของคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่มีผลเปนการถอนสภาพสาธารณสมบัติของแผนดินโดยมิตองดําเนินการถอนสภาพหรือโอนตามประมวลกฎหมายที่ดินกฎหมายวาดวยที่ราชพัสดุ หรือกฎหมายอื่น นั้น ยอมสามารถแกไขปญหาขอขัดของในการดําเนินการถอนสภาพที่ดินและอสังหาริมทรัพยอันเปนทรัพยสินของแผนดินโดยวิธีทั่วไปที่จะตองตราเปนพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา ซึ่งใชระยะเวลาในการดําเนินการนานกวาการดําเนินการถอนสภาพตามมาตราดังกลาว เนื่องจากตองผานขั้นตอนการพิจารณาทั้งภายในฝายปกครองและผานกระบวนการทางนิติบัญญัติ สงผลใหการดําเนินโครงการจัดรูปที่ดินไมอาจบรรลุวัตถุประสงคของการพัฒนาเมืองตามระบบผังเมืองไดอยางรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๕ จึงเปนมาตรการที่จําเปนตองมีขึ้นโดยคํานึงถึงหลักการตรวจสอบความจําเปนในการนําที่ดินและอสังหาริมทรัพยอันเปนทรัพยสินของแผนดินมาใชในการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ใหเปนไปตามระบบผังเมืองโดยรวม หลักการมีสวนรวมของผูมีสวนไดเสีย หลักการตัดสินใจอยางรอบคอบและมีประสิทธิภาพ และการลดระยะเวลาในการดําเนินการ ทั้งนี้ เพื่อใหผูดําเนินการจัดรูปที่ดินหนา ๑๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๘
เพื่อพัฒนาพื้นที่สามารถดําเนินการตามโครงการไดอยางรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และบรรลุวัตถุประสงคของการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ทําใหคุณภาพชีวิตของประชาชนและสภาพแวดลอมของชุมชนดีขึ้นทั้งยังประหยัดงบประมาณของรัฐในการเวนคืนที่ดินและทําใหมูลคาที่ดินหรือทรัพยสินของประเทศเพิ่มขึ้นแมบทบัญญัติดังกลาวจะจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลในการใชที่ดินสาธารณะอยูบาง แตเมื่อชั่งน้ําหนักระหวางสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลกับประโยชนสาธารณะแลว ประโยชนสาธารณะที่ไดรับยังคงมีมากกวาเปนไปตามหลักความไดสัดสวน ไมขัดตอหลักนิติธรรม ไมเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ และไมกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของบุคคล ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่งอาศัยเหตุผลดังกลาวขางตน จึงวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗มาตรา ๕๕ ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่งนายนครินทร เมฆไตรรัตนประธานศาลรัฐธรรมนูญนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายวิรุฬห แสงเทียนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายจิรนิติ หะวานนท นายนภดล เทพพิทักษตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายบรรจงศักดิ์ วงศปราชญ นายอุดม รัฐอมฤตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายสุเมธ รอยกุลเจริญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หนา ๑๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)