คำสั่งจังหวัดตาก ที่ ๓๙๖๑/๒๕๖๘ เรื่อง แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ จังหวัดตาก แทนตำแหน่งที่ว่าง [พล.ต.ต. ไพศาล นันตา]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง รับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคเพื่อบานเมืองดวยนายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามมติในการประชุมครั้งที่ ๘๒/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๘ ไดรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง ชื่อพรรคเพื่อบานเมืองตามมาตรา ๑๗ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ไวในทะเบียนพรรคการเมือง เลขที่ ๓/๒๕๖๘ ตั้งแตวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๘ โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคการเมือง นโยบายพรรคการเมือง ขอบังคับพรรคการเมืองและรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อบานเมือง ดังนี้ขอบังคับพรรคเพื่อบานเมือง พ.ศ. ๒๕๖๘โดยที่ประชุมรวมกันจัดตั้งพรรคเพื่อบานเมือง เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๘ ไดกําหนดขอบังคับพรรคการเมือง เพื่อใหเปนไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองพ.ศ. ๒๕๖๐ ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับพรรคนี้ เรียกวา “ขอบังคับพรรคเพื่อบานเมือง พ.ศ. ๒๕๖๘”ขอ ๒ ขอบังคับฉบับนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันที่ไดรับการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคเพื่อบานเมืองเปนตนไปขอ ๓ ในขอบังคับนี้“ขอบังคับพรรค” หมายความวา ขอบังคับพรรคเพื่อบานเมือง“พรรค” หมายความวา พรรคเพื่อบานเมือง“สมาชิกพรรค” หมายความวา สมาชิกพรรคเพื่อบานเมือง“หัวหนาพรรค” หมายความวา หัวหนาพรรคเพื่อบานเมือง“คณะกรรมการบริหารพรรค” หมายความวา คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อบานเมือง“สาขาพรรค” หมายความวา สาขาพรรคเพื่อบานเมือง“คณะกรรมการสาขาพรรค” หมายความวา คณะกรรมการสาขาพรรคเพื่อบานเมือง“ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด” หมายความวา ตัวแทนพรรคเพื่อบานเมืองประจําจังหวัด“คณะกรรมการสรรหา” หมายความวา คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคเพื่อบานเมือง หนา ๑๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
“กิจกรรม” หมายความวา การดําเนินการใด ๆ ของพรรคเพื่อบานเมืองใหเปนไปตามพันธกิจ ผานทางนโยบาย ยุทธศาสตร แผนงาน โครงการ หรือการใด ๆ เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคของปณิธานและอุดมการณทางการเมืองของพรรคที่กําหนดไว อาทิ การจัดประชุม สัมมนา เสวนาหรือการพบปะมวลชนเพื่อรับฟงปญหา ความคิดเห็นหรือแนวทางการแกไขปญหา การจัดประชุมแถลงนโยบายการประชาสัมพันธ การจัดหาสมาชิก หรือการจัดหาทุนเพื่อใชดําเนินกิจกรรมของพรรค รวมทั้งการรวมดําเนินกิจกรรมทางการเมืองกับองคการตาง ๆ เปนตน“ผูสมัครรับเลือกตั้ง” หมายความวา ผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร“พันธกิจ” หมายความวา บรรดาบทบัญญัติใด ๆ ตามที่รัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎขอบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือมติใดที่พรรคการเมืองมีหนาที่จะตองปฏิบัติใหเปนไปตามที่กําหนด“สํานักงานใหญ” หมายความวา สํานักงานใหญพรรคเพื่อบานเมืองหมวด ๑บททั่วไปสวนที่ ๑ชื่อ ชื่อยอ และภาพเครื่องหมายพรรคขอ ๕ พรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นตามขอบังคับนี้มีชื่อเรียกวา พรรคเพื่อบานเมือง มีชื่อยอภาษาไทยวา พบม. มีชื่อภาษาอังกฤษวา Party for the Country มีชื่อยอภาษาอังกฤษวา PFC.ขอ ๖ เครื่องหมายพรรคเพื่อบานเมืองและความหมาย (ตราสัญลักษณพรรค) มีดังนี้(๑) เครื่องหมายพรรคเพื่อบานเมืองมีลักษณะปรากฏตามรูปภาพดานลางนี้หนา ๑๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
โดยมีสัญลักษณเปนรูปภาพวงกลมแถบสีแดง สีขาว สีน้ําเงิน และสีเขียว มีขนาดลดหลั่นทับซอนกันลอมรอบรูปภาพวงกลมแถบสีเหลือง โดยมีขอบวงกลมของแถบสีทุกสีชิดติดกันดานลางภายในรูปภาพวงกลมแถบสีเหลือง มีชื่อยอพรรค พบม. เปนภาษาไทยสีแดง ชื่อพรรคเพื่อบานเมืองสีเขียว และชื่อพรรคเปนภาษาอังกฤษ Party for the Country และชื่อยอ PFC. สีเขียว(๒) โดยมีความหมายของเครื่องหมายพรรค ดังนี้สัญลักษณ “วงกลมแถบสีแดง สีขาว สีน้ําเงิน และสีเขียวลอมรอบแถบวงกลมสีเหลืองมีขนาดลดหลั่นทับซอนชิดติดกันดานลาง” หมายถึง พรรคที่มีอุดมการณยึดมั่นในความเปนชาติไทย(สีแดง) พระพุทธศาสนา (สีขาว) พระมหากษัตริย (สีน้ําเงิน) ประชาชน (สีเขียว) และหลักธรรมของพระพุทธศาสนา (สีเหลือง) อันแสดงถึงความสัมพันธของทุกสีที่มีตอกันอยางใกลชิดมาชานาน แตอดีตกาลจนไมอาจแยกออกจากกันได โดยมีนัยสําคัญวา พรรคเพื่อบานเมือง จะทําการพัฒนาและแกไขปญหาของประชาชนในชาติและประเทศชาติดวยหลักธรรมของพระพุทธศาสนา ในการสรางกลไกทางกฎหมายเพื่อใหทุกคน ทุกครอบครัว ตั้งแตระดับฐานรากของประเทศขึ้นมาอยางนอยสามารถเขาถึงปจจัยสี่อันมีอาหาร เครื่องนุงหม ที่อยูอาศัย และยารักษาโรค ไดทั่วถึง มีศักดิ์ศรีความเปนมนุษย มีสิทธิเสรีภาพมีความเสมอภาคเทาเทียมกันทั้งทางรัฐธรรมนูญ กฎหมาย การบังคับใชกฎหมาย ทางสังคม เศรษฐกิจการเมือง และความมั่นคง ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศสัญลักษณ “ภายในวงกลมแถบสีเหลืองมีอักษรภาษาไทยชื่อยอพรรค พบม. สีแดงชื่อพรรคเพื่อบานเมืองสีเขียว และชื่อพรรคอักษรภาษาอังกฤษ Party for the Country สีเขียวและชื่อยอ PFC. สีเขียว” หมายถึง พรรคที่มีอุดมการณยึดมั่นในความเปนชาติไทย ความสงบสุขความรัก ความสามัคคี ในหลักธรรมของพระพุทธศาสนา การเปนพรรคที่มีวิสัยทัศนกวางไกล มีความเปนสากลมีความมุงหมายใหเปนพรรคของปวงชนชาวไทยทุกคน มีการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมมีความมุงมั่นแกไขปญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกกลุมอาชีพ ทั้งภาคการเกษตรอุตสาหกรรม บริการ และอื่น ๆ ดวยบุคลากร กลไก และสมาชิกของพรรคที่มีความเขมแข็ง มีจิตสาธารณะอาสา อดทน เสียสละประโยชนสวนตนเพื่อประโยชนสวนรวม และพรอมที่จะขับเคลื่อนพันธกิจของ“พรรคเพื่อบานเมือง” รวมกับประชาชนทุกภาคสวนเพื่อใหการดําเนินการตามปณิธานและอุดมการณของพรรคที่ตั้งไว ไปสูเปาหมายสูงสุดคือความสุขของประชาชนทุกคนในชาติมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสามารถดํารงชีวิตอยูดวยความผาสุกสงบอยางยั่งยืนหนา ๒๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๓) ขนาดของเครื่องหมายพรรคใหมีขนาดตามความเหมาะสมของการใชงานแตตองมีสัดสวนความสมดุลกันทุกดาน สวนที่ ๒สถานที่ตั้งพรรคขอ ๗ พรรคเพื่อบานเมือง มีสํานักงานใหญตั้งอยูเลขที่ ๑๐ ซอย ๑๕ หมูบานเสรี ๔ถนนพระราม ๙ - ๔๓ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย ๑๐๒๕๐หมวด ๒คําประกาศปณิธาน และคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคสวนที่ ๑คําประกาศปณิธานของพรรคเพื่อบานเมืองขอ ๘ คําประกาศปณิธานของพรรคเพื่อบานเมืองมี ๔ ประการ หรือ ๔ ไทยนิยม ดังนี้(๑) พระมหากษัตริยทรงเปนประมุข(๒) ศาสนาพุทธคุมครองผองใส(๓) แผนดินนี้ตองเปนของลูกหลานไทย(๔) สังคมใหมตองแบงสรรปนสวนกันสวนที่ ๒คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคเพื่อบานเมืองขอ ๙ คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคเพื่อบานเมือง มีดังนี้(๑) พรรคเพื่อบานเมือง มีอุดมการณมุงมั่นดํารงรักษาไวซึ่งสถาบันชาติ พระพุทธศาสนาพระมหากษัตริย ประชาชน และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขโดยยึดมั่นดําเนินการตามหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และจะดํารงรักษาไวซึ่งสิทธิ หนาที่ เสรีภาพ ความเสมอภาคและศักดิ์ศรีความเปนมนุษยที่เทาเทียมกันตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย(๒) พรรคเพื่อบานเมือง มีอุดมการณมุงมั่นสงเสริมสนับสนุนและดําเนินการแกไขปญหาความเดือดรอนของประชาชนและการพัฒนาประเทศควบคูกันไปในทุกดาน ทั้งดานสังคม เศรษฐกิจการเมือง และความมั่นคง เพื่อความอยูดีกินดีมีความผาสุกของทุกคนในชาติและความมั่นคงของประเทศหนา ๒๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
โดยการสรางมาตรฐานความเปนธรรมและคุณภาพในการศึกษาทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานการอุดมศึกษา วิทยาศาสตรเทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม การศึกษาฟรีถึงระดับปริญญาตรีการเขาถึงสาธารณสุข การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย การจัดสวัสดิการ การทองเที่ยวการกีฬา การจัดที่ดินทํากินที่อยูอาศัย อาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุงหม สินคาอุปโภคบริโภคการคุมครองผูบริโภค การพัฒนา และคุมครองแรงงาน การเงินการคลัง การเกษตร การอุตสาหกรรมการพาณิชย การคมนาคม การพลังงาน การดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การขจัดภัยยาเสพติดการลดและการปองกันอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบรอยของประชาชน การทหาร การตางประเทศการรักษาความมั่นคงของชาติ การบังคับใชกฎหมายอยางเครงครัด และการสรางความมั่นคงทางประชากรเพื่อใหเกิดการสรางงาน สรางอาชีพ และสรางรายไดกระจายไปทุกพื้นที่(๓) พรรคเพื่อบานเมือง มีอุดมการณแนวแนที่จะแกไขปญหาความเดือดรอนเกี่ยวกับความทุกขยาก ความยากจนของประชาชนในชาติ ทุกคน ทุกครัวเรือน ทุกกลุมอาชีพ ทั้งที่ทํางานอยูในประเทศและตางประเทศ ดวยมาตรการสรางงาน สรางอาชีพ สรางรายได หลุดพนจากปญหาตาง ๆมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอยางทั่วถึงและมีความมั่นคงในชีวิตอยางยั่งยืนโดยการสรางมาตรการปลดหนี้ ดวยการจัดใหมีที่ดินทํากิน มีที่อยูอาศัย มีการศึกษาระดับปริญญาตรีฟรี มีการศึกษาวิชาชีพ การพัฒนาแรงงานฝมือ แรงงานวิชาชีพเพื่อการสงออกการคุมครองแรงงานอยางเหมาะสม มีสวัสดิการอยางพอเพียงแกการครองชีพ เขาถึงระบบสาธารณสุขคุณภาพได ทั้งการแพทยแผนปจจุบัน การแพทยแผนโบราณและสมุนไพรไทย การสรางอาชีพแกครัวเรือนและวิสาหกิจชุมชนหมูบาน ควบคูกับการพัฒนาดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยีในระบบอินเทอรเน็ตคอมพิวเตอร ดิจิทัล ที่มีการวิจัยตอยอดทางนวัตกรรมสูการนํามาใชไดอยางจริงจังทั้งภาครัฐ และประชาชนการสงเสริมการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม การทองเที่ยว การกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิตดั้งเดิม และการคุมครองชาวไทยกลุมชาติพันธุ และการเผยแพรหลักธรรมของพระพุทธศาสนาอยางเปนระบบจริงจังในสถาบันครอบครัว สถานศึกษาและสถานที่ทํางานอยางทั่วถึงเพื่อใหเกิดการพัฒนา จิตใจและปญญา เกิดการสรางงาน สรางอาชีพ สรางรายได มีการอยูดี กินดีหลุดพนจากความเดือดรอน หลุดพนจากความทุกขยาก หลุดพนจากความยากจน หลุดพนจากหนี้สินหลุดพนจากปญหายาเสพติด หลุดพนจากปญหาชีวิตดานตาง ๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงปราศจากโรค หนา ๒๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๔) พรรคเพื่อบานเมือง มีอุดมการณแนวแนที่จะแกไขปญหาความเดือดรอนของประชาชนทุกคนและทุกครอบครัวในเรื่องของปจจัยสี่ สิ่งจําเปนในการดํารงชีวิตพื้นฐานของมนุษยในการมีอาหาร ที่อยูอาศัย เครื่องนุงหม และยารักษาโรคอยางเพียงพอแกการดํารงชีพอยางมีคุณภาพและมีศักดิ์ศรีความเปนมนุษย ดวยมาตรการสรางงาน สรางอาชีพและสรางรายได กระจายไปทุกพื้นที่และพัฒนาใหเกิดการหลุดพนจากปญหาตาง ๆ เพื่อใหประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอยางทั่วถึงและมีความมั่นคงในชีวิตอยางยั่งยืนโดยการสรางมาตรการสงเสริมการประกอบอาชีพของประชาชนทุกคนทุกกลุมอาชีพสามารถเขาถึงแหลงทุนไดอยางทั่วถึงและเทาเทียมกัน เพื่อการปลดหนี้และการสรางงาน สรางอาชีพและสรางรายไดกระจายตัว กระจายความเจริญเกิดขึ้นอยางกวางขวางในทุกพื้นทั่วประเทศมีการหมุนเวียน ทางเศรษฐกิจ ทางการคา การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนสง การบริการทั้งขนาดเล็ก ขนาดยอมและขนาดใหญ ประชาชนสามารถประกอบอาชีพที่มีรายไดดีมีการแขงขันทางการคาไดอยางเสรีที่เปนธรรมกับผูประกอบกิจการรายใหญได ทั้งภายในประเทศและตางประเทศรวมทั้งการสรางมาตรการ ทางภาษีลดความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจสังคม(๕) พรรคเพื่อบานเมือง มีอุดมการณแนวแนในการแกไขปญหาของประชาชนและการพัฒนาประเทศเกี่ยวกับการเมืองและความมั่นคงของประเทศ โดยการยึดมั่นหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยเพื่อใหประชาชนมีความสงบสุขเรียบรอย ประเทศชาติมีการพัฒนาเจริญกาวหนาวัฒนาถาวรสืบไปโดยการสรางมาตรการกลไกในการแกไขปญหาตาง ๆ ตั้งแตการเลือกตั้ง ตองเปนไปดวยความซื่อสัตยสุจริตไมซื้อสิทธิ์ขายเสียง นักการเมืองมีคุณธรรม มีความรูความสามารถ องคกรอิสระเปนที่พึ่งของประเทศและประชาชนไดอยางแทจริง มีการพัฒนาและแกไขปญหากฎหมายที่มีความซ้ําซอนความลาชา ความขัดแยง ความไมทันสมัย ความไมมีประสิทธิภาพ ความไมเสมอภาคทางกฎหมายและการบังคับใชกฎหมาย การตีความกฎหมายที่ไมเปนธรรม ไมอยูบนพื้นฐานของหลักกฎหมายใหมีความถูกตอง เปนธรรม และการเขาถึงนโยบายแหงรัฐตาง ๆ ไดอยางมีความเสมอภาคเทาเทียมกันทั้งทางกฎหมายและการบังคับใชกฎหมาย การรักษาความมั่นคงของประเทศดวยมาตรการควบคุมการไดสัญชาติไทยและการทํางานของคนตางดาว การกระจายอํานาจในการถือครองที่ดินจากผูมีมากไปสูผูไมมีที่ดินไดมีที่ดินทํากินและอยูอาศัย มีการพัฒนาประเทศใหมีศักยภาพในการปองกันประเทศหนา ๒๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
และการแขงขันในระหวางประเทศในดานตาง ๆ ไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยพรรคจะใชวิธีการบริหารการแกไขปญหาของประชาชนและการพัฒนาประเทศในทุกดานดวยวิธีการ “การแปลงนโยบายใหเปนกฎหมาย”เพื่อใหทุกนโยบายของพรรคสูการปฏิบัติไดอยางเปนรูปธรรมจับตองไดเปนจริงและยั่งยืน หากนโยบายใดของพรรคไมมีกฎหมายรองรับ พรรคจะดําเนินการเสนอรางกฎหมายเพื่อออกเปนกฎหมายมาใชบังคับในการแกไขปญหาและพัฒนาประเทศใหไดโดยเร็ว ภายใตปณิธาน อุดมการณ และนโยบายของพรรค(๖) พรรคเพื่อบานเมือง มีอุดมการณแนวแนในการเผยแผหลักธรรมพระพุทธศาสนาเถรวาทเพื่อการพัฒนาจิตใจและปญญา เพื่อใหเกิดการสรางคนที่มีคุณธรรม การสรางงานที่มีคุณภาพในการแกไขปญหาและพัฒนาประเทศไดอยางมีประสิทธิภาพสืบไป ทั้งอุปถัมภปกปองคุมครองพระพุทธศาสนาไมใหถูกบอนทําลายไมวาดวยรูปแบบใด ๆโดยการสรางมาตรการสงเสริมใหประชาชนนําหลักธรรมของพระพุทธศาสนาฝายเถรวาทมาถือปฏิบัติเพื่อพัฒนาจิตใจและปญญา อยางนอย ๕ หลักธรรม ไดแก (๑) หลักมรรคแปดในการดํารงชีวิตประจําวันไดอยางมีความสุข อันประกอบดวยการมีปญญาหรือความเห็นชอบ ดําริชอบเจรจาชอบ ประพฤติชอบ ประกอบอาชีพชอบ มีความเพียรชอบ มีสติชอบ และมีสมาธิชอบ(๒) หลักพรหมวิหารสี่ เพื่อใหเกิดความรักความสามัคคีตอกัน ไดแก การมีเมตตา กรุณา มุทิตาและอุเบกขา (๓) หลักอิทธิบาทสี่ เพื่อใหการทํางานเกิดผลสําเร็จตามวัตถุประสงคที่ดีงาม ไดแกการมีฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา (๔) หลักหิริโอตัปปะ เพื่อใหมีความรูสึกละอายตอบาปควบคุมจิตใจไมใหประพฤติชั่วอยูเสมอ และ (๕) หลักของศีล ๕ ไดแก การไมฆาสัตว ไมลักทรัพย ไมประพฤติผิดในกามไมพูดเท็จ และไมไปเกี่ยวของกับสิ่งมึนเมาและของเสพติดทั้งปวง เพื่อใหพี่นองประชาชนในชาติอยูรวมกันไดดวยความรักความสามัคคี อยูดีกินดี มีความสุขสงบปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสินไดอยางยั่งยืนหมวด ๓นโยบายพรรคสวนที่ ๑นโยบายดานสังคมขอ ๑๐ พรรคเพื่อบานเมืองมีนโยบายดานสังคม โดยยึดมั่นการดําเนินการตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ในการจัดระบบสังคมใหประชาชนมีโอกาสไดรับประโยชนจากความเจริญเติบโตทางสังคมไปพรอมกันอยางทั่วถึง เปนธรรม และยั่งยืน สามารถพึ่งพาตนเองได ตามความมุงหมายของหนา ๒๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
รัฐธรรมนูญบัญญัติ รวมทั้งพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนขจัดความเหลื่อมล้ํา ทางสังคมที่ไมเปนธรรมใหเขาสูความเทาเทียมกันทางสังคมที่เปนธรรม และการพัฒนาเสริมสรางเพิ่มขีดความสามารถของประชาชนไดมีความรู ความสามารถ มีคุณธรรม ทางวิชาชีพในการประกอบอาชีพ ยืนอยูบนขาตนเองไดทั้งดานการทองเที่ยว การกีฬา การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย การศึกษา การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม แรงงาน วัฒนธรรม และการสาธารณสุขของประเทศในการเปนมืออาชีพทางดานเศรษฐกิจและสังคมเพื่อเพิ่มปริมาณ คุณภาพและผลตอบแทนที่ดีมีความคุมคากับการทํางานสูงขึ้น ทั้งสามารถรองรับกับการเปลี่ยนแปลงเจริญเติบโตกาวหนาทางเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอินเทอรเน็ตและนวัตกรรมไดอยางเหมาะสม โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการใชมาตรการทางกฎหมายตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการพัฒนาและแกไขปญหาทางเศรษฐกิจและสังคม เปนกลไกสงเสริมใหประชาชนเขามามีสวนรวมในการขับเคลื่อนสังคมและประเทศชาติในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ควบคูไปกับการพัฒนาทางการเมืองและความมั่นคง เปนไปอยางสมดุล โดยมีเปาหมายเพื่อประโยชนสูงสุดของปวงชนชาวไทยมีความสงบสุขเรียบรอย มีความรักสมัครสมานสามัคคี มีคุณธรรม มีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความเทาเทียมกันทางกฎหมาย ไมมีความเหลื่อมล้ําทางสังคม และพนจากความยากจน เพื่อใหประเทศชาติเขาสูการเปนประเทศที่มีความมั่นคง และประชาชนมีความมั่งคั่งอยางยั่งยืน อีกทั้งเพื่อใหประเทศสามารถเขาไปมีสวนรวมในการพัฒนา และแกไขปญหาตาง ๆ ของสังคมโลกไดอยางมีคุณภาพตลอดจนใหมีมาตรการลดความเหลื่อมล้ําทางสังคมเพื่อใหประชาชนไดมีโอกาสเขาถึงทางดานสังคมอยางเสมอภาคเทาเทียมกัน และการสงเสริมใหมีกฎหมายคุมครองการประกอบอาชีพของทุกกลุมอาชีพเพื่อใหพัฒนาและแกไขปญหาในการประกอบอาชีพของตนเองไดขอ ๑๑ พรรคเพื่อบานเมืองจะดําเนินนโยบายดานสังคมในดานตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) ดานการทองเที่ยวและกีฬา พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามกฎหมาย ในการพัฒนาอุตสาหกรรมการทองเที่ยวและการกีฬา การศึกษาดานกีฬา นันทนาการ และการอื่น ๆ โดยจะผลักดันใหมีการใชมาตรการทางกฎหมายในการปรับปรุงอุตสาหกรรมการทองเที่ยวและการกีฬาเพื่อใหเกิดการพัฒนาที่เปนประโยชนแกสังคมและประเทศชาติอยางจริงจัง ทั้งมีความสอดคลองกับการพัฒนาดานศาสนา ศิลป วัฒนธรรม ประเพณี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ในการสรางรายไดใหแกประชาชน ทองถิ่น สังคมและประเทศชาติ โดยเฉพาะหนา ๒๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
การสงเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนและประชาชนสูการเปนนักกีฬาอาชีพในประเภทตาง ๆอยางมีคุณภาพสามารถเขาสูการเปนนักกีฬาอาชีพของโลกได รวมทั้งการพัฒนาหมูบานทองเที่ยวเชิงอนุรักษศิลปวัฒนธรรมประเพณีและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม และการพัฒนาหมูบานนักกีฬาใหเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ของประเทศ รวมทั้งการสงเสริมและพัฒนาการกีฬาใหไปสูความเปนเลิศและเกิดประโยชนสูงสุดแกประชาชนและประเทศชาติ และการสงเสริมการมีธนาคารเพื่อการประกอบธุรกิจการทองเที่ยวและกีฬา(๒) ดานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการใหความคุมครองชาวไทยกลุมชาติพันธุตาง ๆใหมีสิทธิดํารงชีวิตในสังคม วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมตามความสมัครใจไดอยางสงบสุขไมถูกรบกวน ทั้งนี้ เทาที่ไมเปนการขัดตอความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเปนอันตรายตอความมั่นคงของรัฐ หรือสุขภาพอนามัย โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการใชมาตรการทางกฎหมายในการจัดระบบสวัสดิการประชาชน เพื่อเสริมสรางความเขมแข็งของครอบครัวในการจัดใหประชาชนมีที่อยูอาศัยที่ดินทํากินอยางเหมาะสม การพัฒนาการสรางเสริมสุขภาพประชาชนมีสุขภาพแข็งแรงและมีจิตใจเขมแข็ง การสงเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษยใหเปนพลเมืองที่ดี มีคุณภาพและความสามารถสูงขึ้น และเพื่อเปนมาตรการรองรับการใหความชวยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผูสูงอายุคนพิการ ผูยากไร และผูดอยโอกาสใหสามารถดํารงชีวิตไดอยางมีคุณภาพ และคุมครองปองกันมิใหบุคคลดังกลาวถูกใชความรุนแรงหรือปฏิบัติอยางไมเปนธรรม รวมตลอดทั้งใหการบําบัด ฟนฟูและเยียวยาผูถูกกระทําการอยางเหมาะสม อีกทั้งพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการจัดสรรงบประมาณอยางเปนธรรมและมีความเสมอภาคเทาเทียมกันโดยคํานึงถึงความจําเปนและความตองการที่แตกตางกันของเพศ วัยและสภาพของบุคคล ตลอดจนสงเสริมใหประชาชนมีความสามารถในการทํางานอยางเหมาะสมกับศักยภาพและวัยและใหมีงานทํา และใหมีการคุมครองผูใชแรงงานใหไดรับความปลอดภัยและมีสุขอนามัยที่ดีในการทํางาน ไดรับรายได สวัสดิการ การประกันสังคมและสิทธิประโยชนอื่นที่เหมาะสมแกการดํารงชีวิต และการสงเสริมการออมเพื่อการดํารงชีวิตเมื่อพนวัยทํางานรวมทั้งสงเสริมใหมีการจัดตั้งธนาคารเพื่อสังคมสําหรับผูมีรายไดนอยหรือไมมีรายไดเขาถึงแหลงทุนไดโดยอาจไมมีดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ํา ตลอดจนการจัดใหผูไมมีที่ดินที่อยูอาศัยทํากินมีที่ดินอยูอาศัยทํากินอยางนอยคนละ ๑๐ ไร หรือพอเพียงแกการเลี้ยงชีพหนา ๒๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๓) ดานการศึกษา พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการดําเนินการใหเด็กทุกคนไดรับการศึกษาเปนเวลาสิบสองป ตั้งแตกอนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอยางมีคุณภาพโดยไมเก็บคาใชจายอยางจริงจัง ทั้งการสงเสริมใหมีมาตรการเรียนฟรีตั้งแตระดับอนุบาลถึงปริญญาตรี โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีมาตรการทางกฎหมายปองกันมิใหสถานศึกษาเรียกเก็บคาใชจายใด ๆ ในสวนที่รัฐมีหนาที่จะตองจัดใหมีในการเรียนการสอนโดยตรงการจัดใหมีสถานเลี้ยงดูและการเรียนรูของเด็กเล็กใหไดรับการดูแลและพัฒนา กอนเขารับการศึกษาเพื่อพัฒนารางกาย จิตใจ วินัย อารมณ สังคมและสติปญญาใหสมกับวัยอยางทั่วถึง โดยผลักดันใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นและภาคเอกชนเขามีสวนรวมในการดําเนินการอยางจริงจัง รวมทั้งการสงเสริมใหประชาชนไดรับการศึกษาในระบบตาง ๆ ไดตามความตองการ รวมทั้งสงเสริมใหมีการเรียนรูตลอดชีวิต การสงเสริมการเรียนวิชาชีพเพื่อการสงออก การจัดใหมีการรวมมือกันระหวางรัฐองคกรปกครองสวนทองถิ่น และภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ ใหการจัดการศึกษาอยางมีคุณภาพและไดมาตรฐานสากล ควบคูกับการพัฒนาการเปนคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ มีความสามารถเชี่ยวชาญไดตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบตอครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติการผลักดันใหมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อชวยเหลือผูขาดแคลนทุนทรัพยใหไดรับการศึกษาอยางเต็มที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ําในการศึกษา และเพื่อเสริมสรางการพัฒนาศักยภาพครูผูสอนในทุกระดับใหมีความรูความสามารถถายทอดความรูสูผูรับการศึกษาในการรองรับการเปลี่ยนแปลงทางสถานการณของโลกไดอยางมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ตลอดจนยกเลิกการทําผลงานเพื่อเลื่อนตําแหนงที่สูงขึ้น(๔) ดานการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการจัดใหมีและสงเสริมการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตรเทคโนโลยีและศิลปวิทยาการแขนงตาง ๆ ใหเกิดความรู การพัฒนาและนวัตกรรม เพื่อความเขมแข็งของสังคมและเสริมสรางความสามารถของคนในชาติ โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการศึกษาคนควาวิจัยในดานตาง ๆ เพื่อการพัฒนาสังคม ประเทศและสังคมโลกอยางจริงจัง โดยจะสนับสนุนใหมีทุนศึกษาวิจัยในดานตาง ๆ เพิ่มมากขึ้นใหเพียงพอตอความตองการศึกษาวิจัยทั้งจะสนับสนุนใหนําผลการวิจัยที่มีคุณภาพและเปนประโยชนตอเศรษฐกิจสังคม และประเทศชาติมาดําเนินการพัฒนาตอยอดใหเกิดเปนรูปธรรม โดยเฉพาะการศึกษาวิจัยดานพลังงาน การเกษตรหนา ๒๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
อุตสาหกรรมไฟฟา อิเล็กทรอนิกส อินเทอรเน็ต คอมพิวเตอร ซอฟตแวร วิทยาศาสตร เทคโนโลยีและนวัตกรรมดานตาง ๆ ตลอดจนจะผลักดันใหเกิดการพัฒนาเมืองศูนยกลางการศึกษาของประเทศใหเกิดขึ้นโดยเร็วเพื่อใหเปนที่ยอมรับในระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ และเปนสากล(๕) ดานแรงงาน พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการใหมีระบบแรงงานสัมพันธที่ทุกฝายที่เกี่ยวของมีสวนรวมในการดําเนินการอยางเปนธรรม โดยใหผูใชแรงงานไดรับคาตอบแทนอยางคุมคาและเพียงพอตอการดํารงชีวิตของตนเองและครอบครัวไดอยางมีคุณภาพ รวมทั้งการสงเสริมใหประชาชนมีความสามารถในการทํางานอยางเหมาะสมกับศักยภาพและวัยและการใหมีงานทําอยางทั่วถึง ตลอดจนการผลักดันมีการใชมาตรการทางกฎหมายในการคุมครองผูใชแรงงานใหไดรับความปลอดภัยมีสุขอนามัยที่ดีในการทํางาน ไดรับรายไดสวัสดิการ การประกันสังคม สิทธิประโยชนตาง ๆ และการออมที่เหมาะสมแกการดํารงชีวิตอยางมีคุณภาพในวัยทํางานและในวัยสูงอายุ และการสงเสริมใหมีการพัฒนาแรงงานวิชาชีพเพื่อสงออกแรงงานและแรงงานฝมือและการจัดตั้งธนาคารเพื่อแรงงาน ตลอดจนจะสงเสริมใหมีการออกกฎหมายคุมครองการประกอบอาชีพทุกกลุมอาชีพเพื่อการพัฒนาและแกไขปญหาในการประกอบอาชีพของตนเอง เพื่อใหมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพยืนอยูบนขาตนเองได(๖) ดานวัฒนธรรม พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการสรางอัตลักษณและอนุรักษวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวไทย และกลุมชาวไทยชาติพันธุมีคุณภาพชีวิตที่ดี และนําจุดเดนทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและการสงเสริมการทองเที่ยวโดยพรรคเสนอจะผลักดันใหมีมาตรการทางกฎหมายในการอุปถัมภและคุมครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ใหอยูในกรอบของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญบัญญัติโดยคํานึงถึงอํานาจอธิปไตยเปนของปวงชนชาวไทยในการรองรับการถือเสียขางมากเปนสําคัญ ในการอุปถัมภและคุมครองพระพุทธศาสนาอันเปนศาสนาที่ประชาชนชาวไทยสวนใหญของประเทศ ใหการนับถือมาชานานใหเปนศาสนาแหงชาติ รวมทั้งการสงเสริมและสนับสนุนใหมีการจัดการศึกษาในการเผยแผหลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาทอยางนอยใน ๕ หลักธรรมหลัก คือ หลักมรรคแปดหลักพรหมวิหารสี่ หลักอิทธิบาทสี่ หลักหิริโอตัปปะ และหลักศีล ๕ ในสถาบันการศึกษาทุกระดับหนา ๒๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ทุกสถานการศึกษาทั่วประเทศ และสถาบันครอบครัวพุทธศาสนิกชน เพื่อใหเกิดการพัฒนาจิตใจใหมีคุณธรรมรักความสุจริตรักความเปนธรรมความถูกตองและเกิดปญญาในการพัฒนาตนเอง สังคมและประเทศชาติใหเจริญกาวหนาอยางมั่นคงและยั่งยืน ตลอดจนจะผลักดันใหมีมาตรการทางกฎหมายในการสรางกลไกใหพุทธศาสนิกชนเขามามีสวนรวมในการอุปถัมภปกปองคุมครองปองกันมิใหมีการบอนทําลายพระพุทธศาสนาไมวาในรูปแบบใด ๆ(๗) ดานสาธารณสุข พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการจัดใหประชาชนไดรับบริการสาธารณสุขที่ดีมีประสิทธิภาพอยางทั่วถึงเปนธรรมมีความเสมอภาค และเสริมสรางใหประชาชนมีความรูพื้นฐานเกี่ยวกับการสงเสริมสุขภาพและการปองกันโรคการพัฒนาภูมิปญญาดานแพทยแผนไทยใหเกิดประโยชนสูงสุด โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีมาตรการทางกฎหมายในการจัดตั้งกระทรวงการแพทยแผนโบราณและสมุนไพรไทย ในการทําหนาที่พัฒนาการรักษาโรคดวยวิธีการแพทยแผนโบราณในดานสาขาการแพทยแผนไทยใหมีการพัฒนาเจริญกาวหนาควบคูไปกับการรักษาโรคดวยวิธีการแพทยแผนปจจุบัน โดยการใหมีการจัดตั้งกระทรวงการแพทยแผนโบราณและสมุนไพรไทย และเพื่อใหมีหนวยงานในการพัฒนา ศึกษาคนควาวิจัย รักษาและการควบคุมกํากับดูแลวิธีการรักษาโรคดวยวิธีการแพทยแผนโบราณในสาขาการแพทยแผนไทยการแพทยแผนจีน และการแพทยแผนอื่น ๆ ดําเนินไปอยางมีคุณภาพและความปลอดภัยในการใชบริการของประชาชนไดอยางเปนระบบ รวมทั้งการอนุรักษและพัฒนาสมุนไพรไทยชนิดตาง ๆ ตลอดจนวิธีการรักษาทางกายภาพอยางอื่นที่มีการถายทอดความรูมาแตโบราณไดคงอยูไมสูญหาย เพื่อเปนการสงเสริมและสนับสนุนใหประชาชนมีทางเลือกในการรักษาโรค การสงเสริมสุขภาพ การควบคุมและปองกันโรคการรักษาพยาบาล และการฟนฟูสุขภาพ ไดเพิ่มมากขึ้น และเพื่อเปนการสงเสริมและสนับสนุนใหผูประกอบอาชีพการรักษาโรคดวยวิธีการแพทยแผนโบราณ ในสาขาการแพทยแผนไทย สาขาการแพทยจีนและสาขาการแพทยแผนอื่น ๆ มีมาตรฐานในการประกอบอาชีพ สามารถสรางรายไดแกตนเองครอบครัวสังคมและประเทศชาติไดอยางมีคุณภาพ ปลอดภัยและมีความมั่นคงอยางยั่งยืนตอไป รวมทั้งสงเสริมการเขาถึงการรักษาโรคทั้งดานการรักษาโรคดวยวิธีการแพทยแผนปจจุบัน ควบคูไปกับดานการรักษาโรคดวยวิธีการแพทยแผนโบราณอยางทั่วถึงในทุกพื้นที่ของประเทศดวยมาตรฐานการรักษาอยางเสมอภาคเทาเทียมกันรวมทั้งการสงเสริมการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อการผลิตยาสมุนไพรและการสงออกพืชและยาสมุนไพรหนา ๒๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
สวนที่ ๒นโยบายดานเศรษฐกิจขอ ๑๒ พรรคเพื่อบานเมืองมีนโยบายดานเศรษฐกิจ โดยยึดมั่นการดําเนินการตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ในการจัดระบบเศรษฐกิจใหประชาชนมีโอกาสไดรับประโยชนจากความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไปพรอมกันอยางทั่วถึง เปนธรรม และยั่งยืน สามารถพึ่งพาตนเองไดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใหมีมาตรการควบคุมราคาสินคาและบริการใหอยูในราคาที่ต่ําลงเหมาะสมกับสภาวะการดํารงชีพของประชาชนสวนใหญของประเทศที่มีรายไดนอย ขจัดการผูกขาดทางเศรษฐกิจที่ไมเปนธรรมขจัดการคาการลงทุนของตางดาวที่จะสงผลกระทบตอประเทศชาติ และประชาชนอยางรายแรงในอนาคตและพัฒนาความสามารถของประชาชนในการแขงขัน ทางเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและตางประเทศและการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประชาชน การรักษาผลประโยชนสวนรวม และการจัดใหมีสาธารณูปโภคระบบการพัฒนาแหลงน้ําขนาดใหญ ไฟฟา รวมทั้งการจัดทําระบบบริการสาธารณะรองรับการประกอบอาชีพของเกษตรกร อุตสาหกรรม และของประชาชนอยางเพียงพอและเหมาะสมตลอดจนใหมีมาตรการลดความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจใหประชาชนไดมีโอกาสเขาถึงทางแหลงทุนเศรษฐกิจอยางเสมอภาคเทาเทียมกัน และการสงเสริมใหมีกฎหมายคุมครองการประกอบอาชีพของทุกกลุมอาชีพเพื่อใหการพัฒนาและแกไขปญหาในการประกอบอาชีพของตนเองมีความมั่นคงยืนอยูบนขาของตนเองไดขอ ๑๓ พรรคเพื่อบานเมืองจะดําเนินนโยบายดานเศรษฐกิจในดานตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) ดานการคลัง พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการรักษาวินัยการเงินการคลังอยางเครงครัดเพื่อใหฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคงอยางยั่งยืนตามกฎหมายวาดวยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และจะผลักดันใหมีการจัดระบบการจัดเก็บภาษีใหเกิดความเพื่อบานเมืองและความเปนธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ําทางสังคมและทางเศรษฐกิจใหลดนอยลงใหไดมากที่สุด และกระจายรายไดจากภาษีนั้นกลับคืนสูประชาชนชุมชน สังคมและประเทศชาติเพื่อใหเกิดการพัฒนาอยางมั่นคงเพื่อบานเมืองเปนธรรมและทั่วถึงโดยพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนใหมีมาตรการดานการคลังในการแบงสันปนสวนจากผูมีรายไดมากสูผูมีรายไดนอยอยางเปนระบบดวยมาตรการจัดเก็บภาษีจากผูใชทรัพยากรมากและกอใหเกิดมลภาวะมากเสียภาษีมาก ผูมีรายไดมากเสียภาษีมาก ผูมีที่ที่ดินมากเสียภาษีมาก เปนตน รวมทั้งจัดใหมีมาตรการหนา ๓๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
สวัสดิการชวยเหลือประชาชนในดานตาง ๆ ใหสามารถดํารงชีวิตอยูไดอยางมีคุณภาพอยางยั่งยืนและมีความสุขโดยจะสงเสริมใหประชาชนเขามามีสวนรวมในการดําเนินการตามรัฐธรรมนูญในรูปแบบของระบบกองทุนและระบบสหกรณอยางจริงจังเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนการผลักดันใหมีแหลงทุนเพื่อแกไขปญหาของประชาชนในหมูบานในรูปแบบธนาคารชุมชนหรือธนาคารหมูบาน เพื่อใหประชาชนมีสวนรวมในการพัฒนาและแกไขปญหาตาง ๆ ชุมชนหรือหมูบานทั้งในดานเศรษฐกิจและสังคมดวยตนเองทั้งในระดับหมูบานทองถิ่น และภูมิภาคของประเทศ(๒) ดานการเกษตรและสหกรณ พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการสรางความสามารถใหประชาชนในการแขงขันทางการเกษตรและสหกรณโดยจัดใหมีมาตรการหรือกลไกชวยเหลือใหเกษตรกรประกอบเกษตรกรรมไดอยางมีประสิทธิภาพไดผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัย สงเสริมการใชปุยธรรมชาติ เลิกใชสารเคมีฆาแมลงโดยใชตนทุนต่ําและสามารถแขงขันในตลาดภายในประเทศและตลาดโลกได โดยใชมาตรการผานทางกฎหมายในการควบคุมการผลิต การกําหนดราคาผลผลิต การจําหนายผลผลิต และการแบงสันปนสวนที่ควรจะไดระหวางผูที่เกี่ยวของกับการเกษตรอยางเปนธรรม ทั้งจะผลักดันชวยเหลือเกษตรกรผูยากไรผูดอยโอกาส และเกษตรกรที่ไมมีที่ดินทํากินเปนของตนเองไดมีที่ดินทํากินเปนกรรมสิทธิ์ของตนเองโดยใชมาตรการทางกฎหมายวาดวยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือวิธีอื่นใดที่เหมาะสมตามสถานการณโดยการเปดโอกาสใหมีการเชาซื้อหรือซื้อที่ดินของ ส.ป.ก. ได เพื่อใหประชาชนสามารถทําประโยชนในที่ดินไดรับไปนั้นไดอยางแทจริง รวมทั้งจะเรงผลักดันใหมีการจัดการทรัพยากรน้ําที่มีคุณภาพอยางเพียงพอตอความตองการของประชาชนในการอุปโภค บริโภค การประกอบเกษตรกรรมอุตสาหกรรม และการอื่น ๆ โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะสนับสนุนและผลักดันใหมี การพัฒนาแหลงน้ําขนาดใหญทั่วประเทศ ไดแก การพัฒนาแหลงน้ําในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยการผันน้ําจากแมน้ําโขงสงเขาแมน้ําเลย แมน้ําชี แมน้ํามูล และกระจายไปเก็บทุกพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อใหประชาชนใชในการบริโภค อุปโภค และประกอบการเกษตร และอุตสาหกรรมอยางเพียงพอในทุกฤดูกาลรวมทั้งสงเสริมการพัฒนาแหลงน้ําขนาดใหญในภาคเหนือภาคกลางและภาคใต ใหมีการพัฒนาแหลงน้ําสําคัญ ๆในทําเดียวกันในทุกภาคของประเทศ ตลอดจนใหมีมาตรการการแกไขปญหาและพัฒนาสงเสริมสนับสนุน คุมครอง และสรางเสถียรภาพใหแกระบบสหกรณประเภทตาง ๆ ดวยการสงเสริมการตั้งกระทรวงสหกรณ เพื่อใหเปนประโยชนตอประชาชนมากยิ่งขึ้นหนา ๓๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๓) ดานคมนาคม พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานของประเทศในมิติตาง ๆ ใหครอบคลุมทั้งโครงขายระบบคมนาคมและขนสงทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ใหสามารถรองรับการการคมนาคมและขนสงที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีใหม ๆ ที่เกิดขึ้นไดอยางเหมาะสมและทั่วถึง โดยจะสงเสริมและผลักดันใหมีการพัฒนาทางพาณิชยนาวี เพื่อใหสามารถรองรับการขนสงทางทะเลไดอยางมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว การพัฒนาเสนทางคมนาคมขนสงทางน้ําระหวางประเทศในการขุดคลองเชื่อมระหวางทะเลฝงอาวไทยกับทะเลฝงอันดามัน เพื่อใหประเทศมีรายไดจากการใชเสนทางเดินเรือผานคลองดังกลาวและเพื่อใหเกิดการพัฒนาเศรษฐกิจในบริเวณพื้นที่ภาคใตมีโอกาสเจริญ เติบโตขึ้นโดยเร็ว ตลอดจนจะผลักดันใหมีการพัฒนาการขนสงรถไฟฟาความเร็วสูงเชื่อมโยงเสนทางเศรษฐกิจในทุกภูมิภาคของประเทศตั้งแตภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตกและภาคใต ในการรองรับการพัฒนาเสนทางขนสงทะเลดังกลาว และจะผลักดันใหมีการพัฒนาการขนสงทางราง ทางน้ําและทางอากาศที่มีคุณภาพ ปลอดภัย สะดวกรวดเร็ว และประหยัด ในทุกเสนทางคมนาคมขนสงทางเศรษฐกิจของประเทศใหเกิดขึ้นอยางทั่วถึงโดยเร็ว เพื่อใหตนทุนการขนสงต่ําลงมีรายไดเขาประเทศเพิ่มขึ้น รวมทั้งการเรงรัดพัฒนาเสนทางคมนาคมใหเขาถึงทุกพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่เมืองใหไดรับ ความสะดวกในการเดินทางอยางทั่วถึงทั่วประเทศ(๔) ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการอนุรักษ คุมครอง บํารุงรักษา ฟนฟู บริหารจัดการใชและการจัดใหมีการใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดลอม และความหลากหลาย ทางชีวภาพใหเกิดประโยชนอยางสมดุลและยั่งยืน โดยใหประชาชนและชุมชนในหมูบาน ทองถิ่น ภูมิภาคที่เกี่ยวของมีสวนรวมดําเนินการและไดรับประโยชนจากการดําเนินการดังกลาวโดยตรง ถาการใดที่มีผลกระทบตอทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดลอม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือมีสวนไดเสียสําคัญอื่นใดตอประชาชน ชุมชน หมูบาน ทองถิ่น หรือสิ่งแวดลอมอยางรุนแรง พรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการศึกษาและประเมินผลกระทบตอคุณภาพสิ่งแวดลอมและสุขภาพของประชาชน หรือชุมชนโดยจัดใหมีการรับฟงความคิดเห็นของผูมีสวนไดเสียและประชาชนและชุมชนในหมูบาน หรือทองถิ่นที่เกี่ยวของกอน รวมทั้งจะสงเสริมและสนับสนุนใหภาครัฐมีมาตรการ ใหประชาชนมีโอกาสเขามามีสวนรวมหนา ๓๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
กับภาครัฐในการทําประโยชนหรือประกอบอาชีพในพื้นที่ปาไม พื้นที่ปาสงวนแหงชาติและพื้นที่อนุรักษภายใตเงื่อนไขการอนุรักษและคาตอบแทนที่รัฐควรจะไดอยางเหมาะสม รวมทั้งสงเสริมใหมีการพัฒนาดานชีวภาพทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม และการใหมีมาตรการแกไขปญหาการอยูอาศัยของประชาชนในพื้นที่ปาไม ปาสงวน ปาตนน้ํา และปาอนุรักษใหหมดไป ตลอดจนการสนับสนุนใหมีการพัฒนาแหลงน้ําขนาดใหญที่ผานพื้นที่ ปาตาง ๆ ดังกลาวเพื่อประโยชนของประชาชนและประเทศอยางยั่งยืน(๕) ดานดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐ ในการผลักดันใหภูมิภาคอาเซียนเปน Digital Hub กับการพัฒนาซอฟแวรในดานตาง ๆ และชุดตาง ๆ ที่มีคุณภาพ เพื่อใหมีการนํามาใชในกิจการผานทางระบบ Computerและระบบ Internet ไดอยางหลากหลาย ทั้งในงานขอมูลขาวสาร การสื่อสาร โทรคมนาคม การวิจัยวิเคราะห การตรวจสอบ กํากับ ควบคุม ดูแล และการประเมินผล เพื่อใหประชาชนของประเทศมีการศึกษาพัฒนาในดานดิจิทัลเพื่อสงเสริมและสนับสนุนงานทางดานเศรษฐกิจ สังคม การเมืองความมั่นคงไดอยางมีคุณภาพและประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันประเทศไทยเปนศูนยกลางการพัฒนาการผลิตดาน Hardware และ Software ชุดขอมูลตาง ๆ ที่ใชในระบบ Computerผานทางระบบ Internet ของอาเซียน เพื่อใหกาวทันการเจริญเติบโตทางดิจิทัลที่มีอยูตลอดเวลาเพื่อใหผูประกอบการธุรกิจทั้งดานเศรษฐกิจ และสังคมสามารถนํามาใชสนับสนุนเพิ่มพูนประสิทธิภาพและคุณภาพของการทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพรวดเร็ว รวมทั้งพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนผลักดันใหมีการนําระบบดิจิทัลมาใชในการบริหารจัดการแกไขปญหาการผูกขาดในทางธุรกิจ การสื่อสารและโทรคมนาคม เพื่อใหเกิดการกระจายการประกอบธุรกิจในดานนี้สูประชาชนไดอยางเสรีกวางขวางมากขึ้นรวมทั้งจะผลักดัน การเปดใหมีการแขงขันทางธุรกิจในการประมูลคลื่นความถี่ไดอยางเสรีกวางขวางเพื่อเปดโอกาส ใหผูประกอบการขนาดกลางและขนาดยอมสามารถเขาถึงได เพื่อลดการผูกขาดของธุรกิจขนาดใหญลง ใหเกิดความสมดุลเพื่อบานเมืองเทาเทียม อีกทั้งจะสนับสนุนใหประชาชนผูมีรายไดนอยสามารถเขาถึงอุปกรณและเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมที่มีคุณภาพในราคาและคาใชจายที่เหมาะสมและเปนธรรม หนา ๓๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๖) ดานพลังงาน พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการสงเสริมการอนุรักษพลังงานและการใชพลังงานอยางคุมคา รวมทั้งพัฒนาและสนับสนุนใหมีการผลิตและการใชพลังงานทางเลือกเพื่อเสริมสรางความมั่นคงดานพลังงานอยางยั่งยืนและเปนธรรม โดยเฉพาะพลังงานดานน้ํามันและกาซธรรมชาติของประเทศที่มีอยูเปนจํานวนมากโดยพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการนําแหลงน้ํามันดิบและแหลงกาซธรรมชาติใตดินและใตทะเลของประเทศที่ผลิตไดเองมาใชภายในประเทศใหเพียงพอไดในราคาถูกกอนนําสงออกขายตางประเทศและสามารถควบคุมราคาตามมาตรฐานของความเปนจริงไดอยางเปนธรรมโดยเฉพาะการควบคุมใหราคาน้ํามันเชื้อเพลิงมีราคาต่ําลง รวมทั้งจะผลักดันใหประชาชนเขามามีสวนรวมในการพัฒนาและจัดหาแหลงพลังงานธรรมชาติบริสุทธิ์เพื่อลดมลพิษภาวะโลกรอนมาใชทดแทนแหลงพลังงานน้ํามันและกาซลงใหไดมากขึ้นเปนลําดับจนถึงขั้นนํามาทดแทนและเลิกใชแหลงพลังงานน้ํามันและกาซธรรมชาติไดในที่สุดโดยเฉพาะการสงเสริมการพัฒนา การผลิต และการใชพลังงานทางเลือกตาง ๆ ตั้งแตพลังงานจากแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย พลังงานลม พลังงานน้ํา พลังงานความรอน และพลังงานในรูปแบบอื่น ๆรวมทั้งพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการกําหนดมาตรการปองกันและรักษาความสมดุลและคุณภาพทางธรรมชาติและสิ่งแวดลอมของประเทศเพื่อลดปญหาโลกรอนอันเปนปญหาสําคัญของโลกปจจุบันใหเปนรูปธรรมเกิดขึ้นใหไดโดยเร็ว โดยผานมาตรการพัฒนา การมีและการใชดานพลังงานของประเทศเปนสําคัญเพื่อใหประชาชนไดมีโอกาสเขามามีสวนรวมในการพัฒนา การผลิตและการใชพลังงานทางเลือกไดอยางจริงจัง รวมทั้งสรางมาตรการกลไกกําหนดราคาน้ํามันและกาชจําหนาย ใหแกประชาชนในประเทศในราคาที่มีราคาต่ําลงใกลเคียงประเทศเพื่อนบาน โดยไมเอาเปรียบผูบริโภค และเพื่อสงผลตอความมั่นคงดานพลังงานอยางยั่งยืนของประเทศตอไป(๗) ดานพาณิชย พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการผลักดันใหหนวยงานที่เกี่ยวของกับการพาณิชยทุกสวนประสานการดําเนินการขับเคลื่อนรวมกับภาคประชาชนในการจัดหาตลาดจําหนายสินคาในตางประเทศใหไดอยางกวางขวางครอบคลุมในทุกภูมิภาคของโลกโดยเฉพาะสินคาทางการเกษตรและอุตสาหกรรมและบริการ เพื่อใหเกิดอํานาจการเจรจาตอรองทางการคาไดอยางมีคุณภาพทั้งการกําหนดราคาขายและปริมาณการสงออกสินคาทั้งภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรมทุกประเภทที่มีของประเทศ เพื่อใหประชาชน ผูประกอบการหนา ๓๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ไดรับผลตอบแทน การประกอบการอยางคุมคากับการลงทุนผลิต ตลอดจนการผลักดันใหมีรานคากลางของชุมชุน หรือหมูบาน โดยประชาชนในชุมชนหรือหมูบานมีสวนรวมในกิจการรานคากลางหรือรานคาชุมชนนั้นโดยตรงเพื่อลดการผูกขาดทางการคาจากทุนขนาดใหญกระจายสูทุนขนาดยอมและขนาดยอยไดอยางทั่วถึง รวมทั้งพรรคเพื่อบานเมืองจะสนับสนุนการพัฒนาและสงเสริมใหประชาชนประกอบธุรกิจการพาณิชยอิเล็กทรอนิกส (electronic commerce) หรืออีคอมเมิรซ(e-commerce) หรือพาณิชยกรรมออนไลน ในการทําธุรกรรมผานสื่ออิเล็กทรอนิกสในทุกชองทางที่เปนอิเล็กทรอนิกสมากขึ้น เพื่อลดตนทุน การผลิตและขายสินคาใหสามารถแขงขันทางธุรกิจกับผูประกอบการธุรกิจขนาดใหญได โดยใหประชาชน ฐานรากของประเทศในระดับชุมชนหมูบานเขาถึงสามารถจับตองการประกอบธุรกิจในดานการพาณิชยอีเล็กทรอนิกสไดโดยตรงอยางจริงจังโดยผานมาตรการทางกฎหมายการพัฒนาและสงเสริมการพาณิชยอีเล็กทรอนิกสที่เปนระบบอยางเปนธรรมและทั่วถึง เพื่อเปนการลดการผูกขาดทางธุรกิจขนาดใหญลงและสามารถกระจายการประกอบธุรกิจดังกลาวสูประชาชนผูประกอบธุรกิจขนาดกลางขนาดยอม และยอยได รวมทั้งผลักดันใหมีมาตรการสงเสริมและสนับสนุนการใหบริการของธนาคารแกประชาชน ผูประกอบกิจการขนาดกลาง ขนาดยอมและขนาดยอย(SMEs) ใหไดรับบริการปริมาณทุนสนับสนุน ในสัดสวนที่เหมาะสมกับปริมาณทุนของผูประกอบการขนาดใหญตลอดจนสงเสริมใหมีมาตรการควบคุมราคาสินคาบริโภคอุปโภคและบริการใหมีราคาถูกลงเหมาะสมกับสภาวะการครองชีพของประชาชนดํารงชีวิตอยูไดอยางมีคุณภาพ(๘) ดานอุตสาหกรรม พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการสงเสริมและสนับสนุนกิจการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดยอม และขนาดยอย (SMEs)ของประชาชน และชุมชน โดยผลักดันใหมีกฎหมายวาดวยสภาวิสาหกิจไทย ในการทําหนาที่เปนองคกรกลาง และตัวแทนของ SMEs ในการประสานงานระหวางภาครัฐ ภาคเอกชน การพัฒนาการจัดหาแหลงทุน และการแกไขปญหาของตนเอง ทั้งนี้ เพื่อเปนการเสริมสรางการพัฒนาการกระจายงบประมาณของรัฐและการจัดเก็บภาษีอากรของรัฐสูผูประกอบการ SMEs ไดอยางทั่วถึงเปนธรรมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งจะผลักดันแนวทางยุทธศาสตรชาติในการนําโครงสรางพื้นฐานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และดิจิทัล และการปรับสภาพแวดลอมมาใชประโยชนตอการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการในปจจุบันและอนาคตใหมีความทันสมัยสามารถรองรับการเจริญเติบโตทางอุตสาหกรรมของประเทศและของโลก ไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนหนา ๓๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ในการเพิ่มศักยภาพของผูประกอบการ ดวยมาตรการทางกฎหมายสงเสริมและพัฒนาดานอุตสาหกรรมใหมีการกระจายตัวเกิดขึ้นในทุกจังหวัดทุกภูมิภาคของประเทศและสงเสริมใหมีการพัฒนาคุณภาพของบุคลากรจากรุนสูรุนสูอนาคตของผูประกอบการรุนใหมที่มีคุณภาพสูงขึ้นไปเปนลําดับ ตลอดจนการผลักดันใหประเทศไทย มีการพัฒนาไปสู Industry hub แหงอาเซียน ทั้งนี้ เพื่อใหเกิดการนํามาซึ่งรายไดทางอุตสาหกรรมเขาสูประเทศที่มีมูลคามหาศาลมากขึ้นและมีความคุมคาแกการใชทรัพยากรในการผลิตการจําหนายและการใหบริการในแตละสาขาอยางเหมาะสมสวนที่ ๓นโยบายดานการเมืองขอ ๑๔ พรรคเพื่อบานเมืองมีนโยบายดานการเมือง โดยยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข อํานาจอธิปไตยเปนของปวงชนชาวไทย หนาที่ของปวงชนชาวไทยสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยและการใชอํานาจรัฐ รวมทั้งสงเสริมใหประชาชนและชุมชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขและมีสวนรวมในการพัฒนาประเทศดานตาง ๆ การจัดทําบริการสาธารณะทั้งในระดับชาติ และระดับทองถิ่นการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐการตอตานการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมตลอดทั้งการตัดสินใจทางการเมืองและการอื่นใดบรรดาที่อาจมีผลกระทบตอประชาชน หรือชุมชนตามรัฐธรรมนูญ โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนดําเนินงานทางการเมือง โดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุ การพัฒนาดานจิตใจการพัฒนาดานความรูความสามารถ และความผาสุกของสมาชิก และประชาชน ควบคูกันไปอยางมีนัยสําคัญกับการพัฒนาการเมือง รวมใหมีมาตรการลดความเหลื่อมล้ําทางดานการเมืองขอ ๑๕ พรรคเพื่อบานเมืองจะดําเนินนโยบายดานการเมืองในดานตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) ดานระบอบการปกครอง พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ประเทศไทยเปนราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบงแยกไมได โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนการสงเสริมศักดิ์ศรีความเปนมนุษยสิทธิออกเสียง เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ใหไดรับความคุมครองตามรัฐธรรมนูญอยางเสมอภาคเทาเทียมกันอยางทั่วถึง ตลอดจนสงเสริมการมีสวนรวมในทางการเมืองของประชาชนทั้งบุรุษและสตรีทุกกลุม ในการทําหนาที่เพื่อตอบสนองความตองการของชุมชน และสังคมภายใตกรอบของกฎหมายอยางมีคุณธรรมและความสามารถ ทั้งในระดับทองถิ่น ภูมิภาค ประเทศและสังคมโลกหนา ๓๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๒) ดานอํานาจอธิปไตย พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนในอํานาจอธิปไตยเปนของปวงชนชาวไทยใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญบัญญัติอยางเปนรูปธรรม ประชาชนสามารถจับตองรับรูและใชอํานาจอธิปไตยนั้นไดอยางแทจริง โดยผานกระบวนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ทางอํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร และอํานาจตุลาการและกระจายอํานาจอธิปไตยไปสูประชาชนในฐานรากของประเทศหรือระดับหมูบานจับตองไดอยางแทจริง(๓) ดานหนาที่ของปวงชนชาวไทย พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนในหนาที่ของปวงชนชาวไทยใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญบัญญัติ ในการพิทักษรักษาไวซึ่งชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การปองกันประเทศการพิทักษรักษาเกียรติภูมิผลประโยชนของชาติและสาธารณสมบัติของแผนดิน การปองกันและบรรเทาสาธารณภัยการปฏิบัติตามกฎหมายอยางเครงครัด การเขารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ การรับราชการทหารการเคารพและไมละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น การกระทําใด ๆ ที่ไมกอใหเกิดความแตกแยกหรือเกลียดชังในสังคม การไปใชสิทธิเลือกตั้งและลงประชามติ การรวมมือและสนับสนุนการอนุรักษและคุมครองสิ่งแวดลอมทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และมรดกทางวัฒนธรรมการเสียภาษีอากร และการปองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในทุกรูปแบบ(๔) ดานสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนการใชสิทธิและเสรีภาพของบุคคลในการมีและใชสิทธิตาง ๆ ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติการตรากฎหมาย การเสมอกันของบุคคลในกฎหมาย ชายและหญิงมีสิทธิเทาเทียมกัน สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและรางกาย การไมตองรับโทษทางอาญาเวนแตมีกฎหมายบัญญัติ สิทธิในการขอปลอยตัวชั่วคราวการไมถูกเกณฑแรงงาน เสรีภาพในการนับถือศาสนา สิทธิในความเปนอยูสวนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียงและครอบครัว เสรีภาพในเคหสถาน การแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ การโฆษณาและการสื่อสารทางอื่น ๆ การเสนอขาวสาร หรือแสดงความคิดเห็น การติดตอสื่อสาร สิทธิในทรัพยสินและการสืบมรดก การเวนคืน สิทธิในการไมถูกเนรเทศไมถูกถอนสัญชาติไทย เสรีภาพ ในการประกอบอาชีพการรวมกันเปนสมาคม สหกรณ สหภาพ องคกร ชุมชน หรือหมูคณะอื่น สิทธิของบุคคลและชุมชนในดานตาง ๆ เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธในการตั้งพรรคการเมือง สิทธิของผูบริโภคสิทธิการไดรับบริการดานสาธารณสุข สิทธิของมารดาในชวงระหวางกอนและหลังการคลอดหนา ๓๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
สิทธิของบุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบปและไมมีรายไดเพียงพอแกการยังชีพ และบุคคลผูยากไรใหไดรับความชวยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนตอตานการใชสิทธิ หรือเสรีภาพไมวาของบุคคล หรือกลุมบุคคลใด ๆ ที่เปนการลมลางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขในทุกวิถีทางที่เหมาะสม(๕) ดานการใชอํานาจรัฐ พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนการดําเนินการของรัฐตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ในภารกิจอันเปนหนาที่ของรัฐแนวนโยบายแหงรัฐ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล ศาลรัฐธรรมนูญ องคกรอิสระตามรัฐธรรมนูญองคกรอัยการ องคกรปกครองสวนทองถิ่น การแกไขรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญบัญญัติ โดยมุงเนนเพื่อใหการดําเนินงานของรัฐเปนไปเพื่อประโยชนของปวงชนชาวไทยอยางเพื่อบานเมืองเทาเทียมกันอยางทั่วถึงและเปนธรรมอยางแทจริง ภายใตยุทธศาสตร ประเทศชาติมั่นคงประชาชนมั่งคั่ง หยุดยั้งการทุจริต สรางเศรษฐกิจทันสมัย กระจายรายไดอยางเปนธรรม ลดเหลื่อมล้ําทางสังคมสรางอุดมคติรัฐสวัสดิการ พัฒนาฐานรากประชาธิปไตย และสงเสริมการตีความกฎหมายและการบังคับใชกฎหมายตองเปนไปตามหลักของกฎหมายมีความเสมอภาคเทาเทียมกัน และใหมีการพัฒนากฎหมายเพื่อแกไขปญหาอยางยั่งยืน โดยเฉพาะการสนับสนุนใหมีการแกไขการใชอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญใหเปนไปตามเจตนารมณของการมีศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยปญหาในขอกฎหมายใดขัดหรือแยงกับรัฐธรรมนูญมิใหกาวลวงในการวินิจฉัยในการกระทําของบุคคลสวนที่ ๔นโยบายดานความมั่นคงขอ ๑๖ พรรคเพื่อบานเมืองมีนโยบายดานความมั่นคง โดยยึดมั่นดําเนินการตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ในการสนับสนุนภาครัฐในการจัดระบบความมั่นคงของประเทศตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข เพื่อใหประชาชนมีความสงบสุข มีความมั่นคงในชีวิต รางกายและทรัพยสิน มีสิทธิเสรีภาพ และมีการบังคับใชกฎหมายอยางเครงครัดเปนธรรม และมีความเสมอภาคเทาเทียมกันตามรัฐธรรมนูญบัญญัติ รวมทั้งการวางระบบพัฒนาผังเมือง การใชที่ดินและการกระจายการถือครองที่ดินอยางเปนธรรม เพื่อใหบานเมืองมีความสงบสุขเปนระเบียบเรียบรอยมีความมั่นคงสามารถเอื้อประโยชนตอการพัฒนาทางดานเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองไดอยางมีคุณภาพหนา ๓๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ในอันที่จะสงผลใหประเทศชาติมีความเจริญเติบโตในทุกดานไปพรอมกันกับสงเสริมใหประชาชนมีการศึกษา มีความรูความสามารถมีการพัฒนา มีอาชีพ มีงานทํา มีรายได มีสวัสดิการ มีสุขภาพที่ดีและมีความสุข สามารถดํารงชีวิตอยูไดอยางมีคุณภาพและยั่งยืน โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการใชมาตรการทางกฎหมายในการแกไขปญหาทางดานความมั่นคงของประเทศใหเกิดความเปนธรรมและเพื่อบานเมือง ไมมีการเลือกปฏิบัติ รวมทั้งผลักดันใหมีการแกไขรัฐธรรมนูญเพื่อใหเปนประชาธิปไตยในการสราง ความมั่นคงในทุกดานของประเทศ และเพื่อลดความเหลื่อมล้ําทางสังคมในทุกดานโดยมีเปาหมาย เพื่อปวงชนชาวไทยทุกคนมีความสุขสงบ ปลอดภัยในชีวิต รางกาย ทรัพยสินพนจากความยากจน พนจากปญหายาเสพติด และมีความเสมอภาคเทาเทียมกันทั้งในทางกฎหมายทางการเมือง ทางเศรษฐกิจและทางสังคมไดเปนรูปธรรมอยางแทจริง ตลอดจนใหมีมาตรการลดความเหลื่อมทางดานความมั่นคงใหประชาชนไดรับความเสมอภาคเทาเทียมกันขอ ๑๗ พรรคเพื่อบานเมืองจะดําเนินนโยบายดานความมั่นคงในดานตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) ดานการบริหารราชการแผนดิน พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตรชาติ ในการพัฒนาระบบการบริหารราชการแผนดิน ทั้งราชการสวนกลาง สวนภูมิภาค สวนทองถิ่น และงานของรัฐอยางอื่น ใหเปนไปตามหลักการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี โดยหนวยงานของรัฐตองรวมมือและชวยเหลือกันในการปฏิบัติหนาที่เพื่อใหการบริหารราชการแผนดิน การจัดทําบริการสาธารณะและการใชจายเงินงบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อประโยชนสุขของประชาชน รวมตลอดทั้งพัฒนาเจาหนาที่ของรัฐใหมีความซื่อสัตยสุจริต และมีทัศนคติเปนผูใหบริการประชาชนใหเกิดความสะดวก รวดเร็วไมเลือกปฏิบัติ และปฏิบัติหนาที่อยางมีประสิทธิภาพรวมทั้งดําเนินการใหมีกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของหนวยงานของรัฐ ใหเปนไปตามระบบคุณธรรมและการจัดใหมีมาตรฐานทางจริยธรรมของหนวยงานของรัฐ รวมทั้งการปรับปรุงโครงสรางหนวยงานของรัฐใหมีขนาดเล็กลงแตมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อใหรัฐนํางบประมาณไปใชในการพัฒนาไดมากขึ้น(๒) ดานการทหาร พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตรชาติ ในการพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราชอธิปไตย บูรณภาพ แหงอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนของชาติความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบรอยของประชาชน รวมทั้งการจัดใหมีการทหารและการขาวกรองหนา ๓๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ที่มีประสิทธิภาพที่มีกองกําลังพลที่เหมาะสมกับการปองกันประเทศ และในยามปกติจะสงเสริมใหมีการใชกําลังทหารเขามามีสวนรวมในการพัฒนาประเทศอีกทางหนึ่งเพื่อลดรายจายของงบประมาณแผนดินรวมทั้งยกเลิกการเกณฑทหารแตจะใชวิธีการสมัครใจเปนทหารแทนพรอมใหไดรับคาตอบแทนตามคุณวุฒิการศึกษา เมื่อปลดเปนทหารกองหนุนใหไดรับคาตอบแทน รายเดือนจนกวาจะปลดจากทหารกองหนุนเพื่อใหชาติมีความมั่นคง ประชาชนมีความมั่งคั่ง มีความผาสุก และมีความสงบเรียบรอย รวมทั้งการเสริมสรางขวัญกําลังใจของกําลังพลกองประจําการ ทหารกองหนุน ทหารพราน และทหารผานศึกไดมีสวัสดิการหรือคาตอบแทนชวยเหลือในการดํารงชีวิตไดอยางมีคุณภาพมีศักดิ์ศรี ความเปนมนุษยและความเสมอภาคในการพัฒนาศักยภาพของประเทศใหมีความพรอมเผชิญภัยคุกคามที่จะกระทบตอความมั่นคงของชาติ การพัฒนาระบบงานขาวกรองแหงชาติแบบบูรณาการอยางมีประสิทธิภาพเพื่อใหสามารถติดตาม การแจงเตือน ระงับยับยั้ง และปองกันปญหาและภัยคุกคามไดอยางมีประสิทธิภาพการพัฒนาและผนึกพลังอํานาจแหงชาติ กองทัพและหนวยงานความมั่นคง รวมทั้งภาครัฐและภาคประชาชนใหพรอมปองกันและรักษาอธิปไตยของประเทศ และเผชิญกับภัยคุกคามไดทุกมิติทุกรูปแบบและทุกระดับตลอดจนสงเสริมการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีการปองกันประเทศ การพลังงานทหารกิจการอวกาศ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอยางตอเนื่อง การพัฒนาระบบเตรียมความพรอมแหงชาติและการบริหารจัดการภัยคุกคามใหมีประสิทธิภาพ โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนสงเสริมและสนับสนุนใหทหารเปนทหารอาชีพยึดมั่นในอุดมการณและหนาที่ของทหารและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขอยางแทจริง เพื่อใหเกิดความรวมมือกันปองกัน และปราบปรามมิใหมีการกระทําผิดกฎหมายที่เปนการลมลางรัฐธรรมนูญไมวากรณีใด ๆ(๓) ดานการรักษาความสงบเรียบรอยและความมั่นคงภายในพรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตรชาติ ในการรักษาความสงบภายในประเทศ การพัฒนาและเสริมสรางคนในทุกภาคสวนใหมีความเขมแข็ง มีความพรอมตระหนักในเรื่องความมั่นคง และมีสวนรวมในการแกไขปญหา การพัฒนาและเสริมสรางความจงรักภักดีตอสถาบันหลักของชาติ และคุมครองพระพุทธศาสนาอันเปนศาสนาที่ประชาชนชาวไทยสวนใหญนับถือมาชานาน โดยการสงเสริมและสนับสนุนการศึกษาและการเผยแผหลักธรรมของพระพุทธศาสนาที่จะชวยพัฒนา ทั้งจิตใจและปญญา รวมทั้งตองจัดใหมีมาตรการและกลไกในการปองกันมิใหมีการบอนทําลายหนา ๔๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
พระพุทธศาสนาไมวาในรูปแบบใด การพัฒนาและเสริมสรางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขที่มีเสถียรภาพและมีธรรมาภิบาล เห็นแกประโยชนของประเทศชาติมากกวาประโยชนสวนตนการพัฒนาและเสริมสรางกลไกที่สามารถปองกันและขจัดสาเหตุของประเด็นปญหาความมั่นคงที่สําคัญทั้งภายในประเทศและตามแนวชายแดนของประเทศ ทั้งในระดับชุมชน หมูบาน ตําบล และจังหวัดรวมทั้งการวางแผนการใชที่ดินของประเทศใหเหมาะสมกับสภาพของพื้นที่และศักยภาพของที่ดินตามหลักการพัฒนาอยางยั่งยืน ตลอดจนจัดใหมีมาตรการกระจายการถือครองที่ดินเพื่อใหประชาชนสามารถมีที่ทํากินไดอยางทั่วถึงและเปนธรรม และการจัดใหมีการวางผังเมืองทุกระดับและบังคับการใหเปนไปตามผังเมืองอยางมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาเมือง ใหมีความเจริญโดยสอดคลองกับความตองการของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนจะดําเนินการใหมีมาตรการยกเลิกการไดสัญชาติไทยของคนตางดาวโดยการเกิดเวนแตที่กฎหมายกําหนด(๔) ดานการปองกันและปราบปรามอาชญากรรม พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตรชาติในการปองกันและแกไขปญหาที่มีผลกระทบตอความมั่นคงภายใน การแกไขปญหาความมั่นคงภายในปจจุบัน ปญหาภัยพิบัติสําคัญปญหาแรงงานขามชาติ การลักลอบเขาเมือง การคายาเสพติด การรุกล้ําอธิปไตยของชาติ การติดตามเฝาระวัง ปองกัน และแกไขปญหาที่อาจอุบัติขึ้นใหมจากภัยคุกคามทางไซเบอร การกอการรายและอาชญากรรมขามชาติ การแผอิทธิพลทางเศรษฐกิจของมหาอํานาจ และการยายถิ่นของทุนขามชาติที่อาจกระทบตอความมั่นคง การสรางความปลอดภัยและความสันติสุขอยางถาวรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใตการปองกัน และปราบปรามการบอนทําลายความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมทั้งทางบก และทางทะเล โดยพรรคเพื่อบานเมืองมุงเนนสงเสริมและสนับสนุนใหมีการใชมาตรการทางกฎหมายในการปองกัน และปราบปรามอาชญากรรมในทุกมิติอยางเครงครัด โดยเฉพาะการสงเสริมใหมีการแกไขปญหายาเสพติด ดวยมาตรการจัดตั้งสถาบันพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อคุณภาพสังคม หรือมหาวิทยาลัยชีวิต(๕) ดานการปกครอง พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการพัฒนาระบบการบริหารราชการแผนดินทั้งราชการสวนกลางสวนภูมิภาค สวนทองถิ่น และงานของรัฐอยางอื่น ใหเปนไปตามหลักการบริหารกิจการบานเมืองที่ดีโดยจะสงเสริมและสนับสุนนใหมีการเลือกตั้งผูวาราชการจังหวัดโดยตรง และใหขึ้นตรงตอสํานักนายกรัฐมนตรีหนา ๔๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
เพื่อใหการปฏิบัติหนาที่ในการบริหารราชการแผนดินของจังหวัด การจัดทําบริการสาธารณะและการใชจายเงินงบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อประโยชนสุขของประชาชนในจังหวัดอยางแทจริง รวมตลอดทั้งพัฒนาเจาหนาที่ของรัฐใหมีความซื่อสัตยสุจริต และมีทัศนคติเปนผูใหบริการประชาชน ใหเกิดความสะดวกรวดเร็วไมเลือกปฏิบัติ และปฏิบัติหนาที่อยางมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสงเสริม และสนับสนุนใหมีการพัฒนาการปกครองสวนทองถิ่นใหมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งจะใหมีสภาหมูบานเพื่อใหประชาชนในหมูบานเรียนรูวิถีทางของการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระดับฐานรากของประเทศ ในการพัฒนาและแกไขปญหาของหมูบานโดยประชาชน เพื่อประชาชน และของประชาชนในหมูบานนั้นเองและลดระยะเวลาการถือครองที่ดินหรือการใหเชาที่ดินแกคนตางดาวไมใหเกิน ๒๐ ป เพื่อความมั่นคงของประเทศตลอดจนแกไขปญหาความเหลื่อมทั้งดานที่ดินที่อยูอาศัยโดยสงเสริมใหผูไมมีไดรับการจัดที่ดินทํากินและอยูอาศัยคนละไมนอยกวา ๑๐ ไร(๖) ดานการยุติธรรม พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการบริหารงานในกระบวนการยุติธรรมทุกดานใหมีประสิทธิภาพ เปนธรรมเพื่อบานเมือง และไมเลือกปฏิบัติ และใหประชาชนเขาถึงกระบวนการยุติธรรมไดโดยสะดวก รวดเร็วและไมเสียคาใชจายสูงเกินสมควร และใหมีมาตรการคุมครองเจาหนาที่ของรัฐในกระบวน การยุติธรรมใหสามารถปฏิบัติหนาที่ไดโดยเครงครัด ปราศจากการแทรกแซงหรือครอบงําใด ๆ รวมทั้งการใหความชวยเหลือทางกฎหมายที่จําเปนและเหมาะสมแกผูยากไรหรือผูดอยโอกาส ในการเขาถึงกระบวนการยุติธรรมรวมตลอดถึงการจัดหาทนายความใหประชาชนที่ขัดสนในการตอสูคดีตาง ๆ โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนสงเสริมและสนับสนุนใหทุกหนวยงานในการยุติธรรมบังคับใชกฎหมายดวยความถูกตองเปนธรรมและเพื่อบานเมืองเทาเทียมกันและใหมีมาตรการในการขจัด การกระทําตาง ๆ ที่ไมเปนธรรม ตลอดจนลดความเหลื่อมล้ําในการตีความและบังคับใชกฎหมาย มีความเสมอภาคเทาเทียมกัน(๗) ดานการตางประเทศ พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตรชาติในการสงเสริมสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศโดยถือหลักความเพื่อบานเมืองในการปฏิบัติตอกัน และไมแทรกแซงกิจการภายในของกันและกันการใหความรวมมือกับองคการระหวางประเทศและคุมครองผลประโยชนของชาติและของคนไทยในตางประเทศการบูรณาการความรวมมือดานความมั่นคงกับอาเซียนและนานาชาติ รวมถึงองคกรภาครัฐและภาคเอกชนหนา ๔๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
การเสริมสรางและรักษาดุลยภาพสภาวะแวดลอมระหวางประเทศ การเสริมสรางและธํารงไวซึ่งสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค การรวมมือทางการพัฒนากับประเทศเพื่อนบาน ภูมิภาค โลก องคกรภาครัฐและที่มิใชภาครัฐ การเสริมสรางความสัมพันธในการปฏิบัติการรวมและการปองกันภัยคุกคามดานความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบานและมิตรประเทศ มิใหเกิดขอขัดแยงหรือปญหาเกี่ยวกับเขตแดนทางบกและอาณาเขตทางทะเลการพัฒนากลไกการบริหารจัดการความมั่นคงแบบองครวม การพัฒนาเทคโนโลยี การติดตามเฝาระวัง แจงเตือน ปองกัน และแกไขปญหาความมั่นคงแบบองครวมอยางเปนรูปธรรม รวมทั้งการบริหารจัดการความมั่นคงใหเอื้ออํานวยตอการพัฒนาประเทศและความรวมมือระหวางประเทศในมิติตาง ๆ และการพัฒนากลไกและองคกรขับเคลื่อนยุทธศาสตรชาติดานความมั่นคงระหวางประเทศ(๘) ดานกฎหมาย พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญเพื่อใหมีการบังคับใชกฎหมายโดยเครงครัด รวมทั้งการปรับปรุงแกไขรัฐธรรมนูญใหเปนประชาธิปไตยอยางแทจริง ภายใตการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และใหมีการพัฒนากฎหมายทุกฉบับมีความสอดคลองและเหมาะสมกับสถานการณที่เปลี่ยนแปลงไป การใหมีกฎหมายเพียงเทาที่จําเปน และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจําเปนหรือไมสอดคลองกับสภาพการณ หรือที่เปนอุปสรรคตอการดํารงชีวิตหรือการประกอบอาชีพหรือขัดตอรัฐธรรมนูญโดยไมชักชา เพื่อไมใหเปนภาระแกประชาชน และดําเนินการใหประชาชนเขาถึงตัวบทกฎหมายตาง ๆ ไดโดยสะดวกและสามารถเขาใจกฎหมายไดงาย เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายไดอยางถูกตอง ตลอดจนพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการใชระบบอนุญาตและระบบคณะกรรมการในกฎหมายเฉพาะกรณีที่จําเปนลดการกําหนดหลักเกณฑการใชดุลพินิจของเจาหนาที่ของรัฐและระยะเวลาในการดําเนินการตามขั้นตอนตาง ๆที่บัญญัติไวในกฎหมายใหชัดเจน และใหมีการกําหนดโทษทางอาญาเฉพาะความผิดรายแรง ยกเลิกความผิดอาญาในความผิดทางเศรษฐกิจที่ไมรายแรงโดยใชมาตรการทางแพงแทน รวมทั้งใหมีการใชบังคับและตีความกฎหมายเปนไปตามเจตนารมณของการตรากฎหมายที่ผานความเห็นชอบของรัฐสภา การใดที่กฎหมายไมไดบัญญัติไวจะนํามาใชบังคับไมได ทั้งนี้ โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะแปลงทุกนโยบายที่ไมมีกฎหมายรองรับใหเปนกฎหมายเพื่อใหการแกไขและพัฒนาของพี่นองประชาชนและของประเทศเปนไปอยางถูกตองมีความมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป หนา ๔๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
หมวด ๔โครงสรางการบริหารพรรค และตําแหนงตาง ๆ ในพรรคสวนที่ ๑ โครงสรางการบริหารพรรคขอ ๑๘ โครงสรางการบริหารพรรคเพื่อบานเมือง ประกอบดวย(๑) คณะกรรมการบริหารพรรค(๒) คณะกรรมการสาขาพรรค(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๔) คณะกรรมการสรรหา(๕) สํานักงานใหญพรรค(๖) สํานักงานสาขาพรรค(๗) สํานักงานตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเพื่อประโยชนในการบริหารงานของพรรค เมื่อหัวหนาพรรคเห็นสมควรจะใหมีคณะกรรมการหรือคณะทํางานเพื่อทําหนาที่ชวยเหลือปฏิบัติงานดานตาง ๆ ของพรรคก็ได ดังนี้(๑) ดานที่ปรึกษาพรรค(๒) ดานนโยบายและยุทธศาสตรพรรค(๓) ดานกฎหมาย(๔) ดานสังคม(๕) ดานเศรษฐกิจ(๖) ดานการเมือง(๗) ดานความมั่นคง(๘) ดานจัดกิจกรรมจัดหาทุน(๙) ดานโฆษกพรรคและประชาสัมพันธ(๑๐) ดานเทคโนโลยีสารสนเทศและศูนยขอมูล(๑๑) ดานอื่น ๆ หนา ๔๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
สวนที่ ๒คณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๑๙ คณะกรรมการบริหารพรรคใหมีจํานวนไมนอยกวา ๘ คนแตไมเกิน ๑๙ คน ประกอบดวย(๑) หัวหนาพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค จํานวนไมเกิน ๖ คน(๓) เลขาธิการพรรค(๔) รองเลขาธิการพรรค(๕) เหรัญญิกพรรค(๖) นายทะเบียนสมาชิกพรรค(๗) โฆษกพรรค(๘) กรรมการบริหารพรรค จํานวนไมเกิน ๗ คนขอ ๒๐ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมใหญของพรรคโดยการลงคะแนนลับใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการบริหารพรรคจนครบตามลําดับจํานวนซึ่งไมนอยและไมเกินกวาที่กําหนดในขอ ๑๙ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวา ๑๐ คน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการบริหารพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๒๑ กรรมการบริหารพรรคตองเปนสมาชิกพรรค อายุไมต่ํากวา ๒๐ ป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละ ๔ ป นับแตวันไดรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรค หรือนับแตวันที่ประชุมใหญพรรคเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม แลวแตกรณีกรรมการบริหารพรรคตองไมเปนกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในขณะเดียวกันขอ ๒๒ ในระหวางการดํารงตําแหนงประธานสภาผูแทนราษฎร และรองประธานสภาผูแทนราษฎรจะเปนกรรมการบริหารพรรค หรือดํารงตําแหนงใดในพรรคขณะเดียวกันมิไดหนา ๔๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ขอ ๒๓ ความเปนกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก ใหถือวามีผลสมบูรณนับตั้งแตวันที่พรรค หรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมาย หรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อกรรมการบริหารพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทน จนกวาจะมีการประชุมใหญเลือกตั้ง แทนตําแหนงที่วางซึ่งจะตองกระทําภายใน ๙๐ วันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณี การเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค แทนตําแหนงที่วาง หรือการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติม ใหผูไดรับเลือกตั้ง แทนตําแหนงที่วาง หรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๔ กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ความเปนกรรมการบริหารพรรคของหัวหนาพรรคสิ้นสุดลง ตามขอ ๒๓(๓) กรรมการบริหารพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดตามขอ ๒๐ วรรคสองในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) และ (๓) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป กรณีไมมีหัวหนาพรรคใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับรักษาการแทนหัวหนาพรรค ถาไมมีรองหัวหนาพรรคใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายใน ๖๐ วัน นับแตวันที่กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากสมาชิกพรรคทั้งหมด ใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรคหนา ๔๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ขอ ๒๕ คณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ประกาศอุดมการณนโยบาย ขอบังคับ และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบประกาศ คําสั่ง ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (๒) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกพรรคหรือผูดํารงตําแหนงในพรรคกระทําการในลักษณะที่อาจทําใหการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไมชอบดวยกฎหมายหรืออาจเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดซึ่งสมัครเขารับเลือกตั้งเปนสมาชิกวุฒิสภาไมวา โดยทางตรงหรือทางออม (๓) ใหความเห็นชอบการจัดทํานโยบาย ยุทธศาสตร แผนงาน โครงการและกิจกรรมที่จะดําเนินการตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมืองและขอบังคับ(๔) ดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคใหเปนไปตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๕) บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรค สาขาพรรคตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตลอดจนจัดทําบัญชีตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมืองใหถูกตองตามความเปนจริง(๖) ตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในขอบังคับพรรคและกฎหมายพรรคการเมือง(๗) กรณีพรรคสิ้นสภาพความเปนพรรค หรือยุบพรรคยังคงตองปฏิบัติหนาที่จนกวาการชําระบัญชีของพรรคจะแลวเสร็จ แตจะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคที่สิ้นสภาพความเปนพรรคการเมืองหรือยุบพรรคไมได(๘) ออกกฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคําสั่ง เพื่อใหการปฏิบัติงานเปนไปตามอุดมการณ นโยบาย ยุทธศาสตร แผนงาน โครงการ และขอบังคับพรรค(๙) ควบคุมไมใหพรรคและผูซึ่งพรรคสงเขาสมัครรับเลือกตั้งใชเงินเกินวงเงินตามที่กฎหมายกําหนด(๑๐) เลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหนา ๔๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๑๑) กําหนดใหมีการประชุมใหญพรรคอยางนอยปละ ๑ ครั้งและรายงานผลการดําเนินกิจการดานตาง ๆ ตอที่ประชุมใหญพรรค(๑๒) แตงตั้งและถอดถอนคณะกรรมการ คณะทํางาน และผูปฏิบัติงานในการปฏิบัติงานในกิจการตาง ๆ ของพรรค ใหเปนไปตามขอบังคับ ทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค(๑๓) ในการดําเนินงานของพรรคตอบุคคล หรือหนวยงานภายนอกใหหัวหนาพรรคมีหนาที่และอํานาจเปนผูกระทําการแทนในนามของพรรค(๑๔) ดําเนินการใหมีการจัดตั้งและเลือกกรรมการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัด รวมทั้งกํากับ ควบคุม ดูแล การดําเนินงานคณะกรรมการสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหเปนไปตามกฎหมายและขอบังคับพรรค(๑๕) ดําเนินการอื่นใด เพื่อใหการดําเนินงานของพรรคเปนไปตามพันธกิจและกิจการของพรรคตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับพรรคขอ ๒๖ กรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนง มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบงาน ดังนี้(๑) หัวหนาพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบ(ก) เปนประธานของคณะกรรมการบริหารพรรค และเปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนดําเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(ข) เปนผูเรียกประชุมใหญของพรรค หรือตามความเห็นของคณะกรรมการบริหารพรรค หรือตามที่ขอบังคับพรรคกําหนด และเปนประธานที่ประชุมใหญพรรคตลอดจนดําเนินการประชุมใหญพรรค(ค) เปนผูเรียกประชุมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และเปนประธานของที่ประชุม ตลอดจนดําเนินการประชุมดังกลาว(ง) เปนผูลงนามในการออกขอบังคับ ประกาศ กฎ ระเบียบ มติ คําสั่งของพรรคและหนังสือของพรรคที่ถึงสวนราชการหนวยงานหรือบุคคลภายนอก(จ) บริหารจัดการพรรคใหดําเนินการไปตามปณิธาน อุดมการณทางการเมืองนโยบาย ยุทธศาสตร แผนงาน โครงการ และบรรดากิจกรรมตาง ๆ ของพรรค(ฉ) กํากับ ควบคุมดูแล และตรวจสอบติดตามผลการดําเนินงานตามพันธกิจและกิจกรรมของพรรค สํานักงานใหญ และอํานาจหนาที่อื่น ๆ ตามกฎหมายและที่กําหนดในขอบังคับนี้หนา ๔๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(ช) ในกรณีที่มีความจําเปนทางการเมือง ใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของพรรคไดโดยความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้นและใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของพรรค(ซ) มีอํานาจอื่น ๆ ตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบงาน ดังนี้(ก) การบริหารพันธกิจ นโยบาย ยุทธศาสตรและกฎหมายพรรค(ข) การอํานวยการสนับสนุนการปฏิบัติการพรรค(ค) การจัดตั้งสาขาพรรคภาคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(ง) การกํากับ ควบคุมดูแล ตรวจสอบและติดตามประเมินผลในการดําเนินกิจการพรรคใหเปนไปตามกฎหมายและขอบังคับพรรคในกรณีที่ไมมีหัวหนาพรรคหรือมีแตไมอยู หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับปฏิบัติหนาที่แทนหรือรักษาการแทนหัวหนาพรรค แลวแตกรณี(๓) เลขาธิการพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบ(ก) เปนผูดําเนินการชวยเหลือการบริหารและการดําเนินงานงานของหัวหนาพรรคและรองหัวหนาพรรคตามที่ไดรับมอบหมาย ใหเปนไปตามกฎหมายและขอบังคับพรรค(ข) เปนผูเสนอรายงานตอคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และตอที่ประชุมใหญพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และที่ประชุมใหญพรรค(ง) เปนผูกํากับควบคุมดูแลการบริหารงานของสํานักงานใหญพรรค และการปฏิบัติงานของผูปฏิบัติงานของสํานักงานใหญพรรค รองจากหัวหนาพรรค และรองหัวหนาพรรคที่ไดรับมอบหมายรวมทั้งดําเนินการตาง ๆ ที่เกี่ยวของใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบและที่กําหนดในขอบังคับนี้(๔) รองเลขาธิการพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบงานตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคหัวหนาพรรค รองหัวหนาพรรค และเลขาธิการพรรคมอบหมาย(๕) เหรัญญิกพรรค มีหนาที่และอํานาจ ในการควบคุมรายรับ - รายจาย บัญชีทรัพยสินหนี้สินและงบการเงินของพรรค ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด และตามที่หัวหนาพรรคหรือรองหัวหนาพรรคที่ไดรับมอบหมาย หนา ๔๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๖) นายทะเบียนสมาชิกพรรค มีหนาที่และอํานาจเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกพรรค และจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคใหตรงตามความเปนจริงและตองใหสมาชิกพรรคตรวจดูไดโดยสะดวก ณ สํานักงานใหญของพรรค รวมทั้งประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวย เพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตอง และตามที่หัวหนาพรรคหรือรองหัวหนาพรรคที่ไดรับมอบหมาย(๗) โฆษกพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(ก) แถลงมติที่ประชุมของพรรค และแถลงกิจการตาง ๆ ของพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรค หัวหนาพรรคหรือรองหัวหนาพรรคที่ไดรับมอบหมาย(ค) ชี้แจงสื่อมวลชนและประชาชนไดทราบถึงปณิธาน อุดมการณและนโยบายพรรค(ง) สรุปผลการดําเนินงาน ปญหา และขอเสนอแนะใหคณะกรรมการบริหารพรรคทราบ(๘) กรรมการบริหารพรรค มีหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการบริหารพรรคเขารวมประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคอยางสม่ําเสมอ และชวยดําเนินการตามที่คณะกรรมการบริหารพรรค หัวหนาพรรค หรือรองหัวหนาพรรคที่ไดรับมอบหมายสวนที่ ๓สาขาพรรคขอ ๒๗ ภายใน ๑ ปนับแตวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคจะดําเนินการใหมีสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกําหนดอยางนอยภาคละ ๑ สาขา โดยสาขาพรรคแตละสาขาตองมีสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดจัดตั้งสาขาพรรคตั้งแต ๕๐๐ คนขึ้นไปขอ ๒๘ จังหวัดใดที่มีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นตั้งแต ๕๐๐ คนขึ้นไปสมาชิกพรรคอาจจัดประชุมเพื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดที่จัดตั้งสาขาพรรคตองไมมีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดอยูในจังหวัดนั้นหนา ๕๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ขอ ๒๙ คณะกรรมการสาขาพรรคใหมีจํานวนไมนอยกวา ๘ คน แตไมเกิน ๑๑ คนประกอบดวย (๑) หัวหนาสาขาพรรค(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค(๓) เลขานุการสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค(๖) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๗) โฆษกสาขาพรรค(๘) กรรมการสาขาพรรค จํานวนไมเกิน ๔ คนขอ ๓๐ กรรมการสาขาพรรคตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวา ๒๐ ป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละ ๔ ป นับแตวันหัวหนาพรรคประกาศจัดตั้งสาขาพรรค หรือประกาศแตงตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม แลวแตกรณีกรรมการสาขาพรรคตองไมเปนกรรมการบริหารพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในขณะเดียวกันขอ ๓๑ การเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค แลวแตกรณีใหที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรคเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการสาขาพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๒๙ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวา ๑๐ คน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุมในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการสาขาพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๓๒ คณะกรรมการสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของสาขาพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรคและมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หนา ๕๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผล และมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธี เพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคที่ใชในการประกาศสวนที่เกี่ยวของ(๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกเพื่อเสนอใหพรรคไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของ(๑๐) ดําเนินการอื่นใดเพื่อใหเปนไปตามขอบังคับพรรค หรือตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคหัวหนาพรรค หรือรองหัวหนาพรรคมอบหมายขอ ๓๓ คณะกรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) หัวหนาสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบ(ก) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรค(ข) จัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค หนา ๕๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(ค) เปนผูแทนของสาขาพรรคและเปนผูรับผิดชอบในกิจกรรมทั้งปวงของสาขาพรรค(ง) เปนประธานของคณะกรรมการสาขาพรรค เรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค และเปนประธานการประชุม(จ) เรียกประชุมใหญสาขาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานของที่ประชุม ตลอดจนดําเนินการประชุม(ฉ) มีสิทธิยับยั้งมติคณะกรรมการสาขาพรรค หรือคณะกรรมการอื่น ๆที่คณะกรรมการสาขาพรรคจัดตั้งขึ้นเพื่อขอใหมีการทบทวนมติในกรณีที่มีความจําเปน แตทั้งนี้ ตองไมเกินสามวันซึ่งหากพนกําหนดดังกลาวใหถือวามติของที่ประชุมนั้นมีผลใชบังคับ(ช) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมืองใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของสาขาพรรคได โดยความเห็นชอบของกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรค เทาที่มีอยูในขณะนั้นและใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของสาขาพรรค(ซ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่ความรับผิดชอบตามที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมาย (๓) เลขานุการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) ตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย และใหรับผิดชอบโดยตรงจากประธานสาขาพรรคในกิจการที่ประธานสาขาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ (ข) เสนอรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค (ง) กํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบตามที่เลขานุการสาขาพรรคหรือคณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบในการควบคุม รายรับ - รายจายบัญชีทรัพยสินหนี้สินและงบการเงินของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคกําหนดหนา ๕๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๖) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๗) โฆษกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) แถลงมติที่ประชุมและกิจการตาง ๆ ของสาขาพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย(๘) กรรมการสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการสาขาพรรคเขารวมประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคอยางสม่ําเสมอ และชวยดําเนินการตามที่คณะกรรมการสาขาพรรค หัวหนาสาขาพรรคหรือรองหัวหนาสาขาพรรคที่ไดรับมอบหมายขอ ๓๔ ความเปนกรรมการสาขาพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก ใหถือวามีผลสมบูรณนับแตวันที่พรรค หรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๓) ขาดจากสมาชิกสภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมาย หรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ใหหัวหนาสาขาพรรครายงานใหพรรคทราบโดยเร็ว และใหหัวหนาสาขาพรรคแตงตั้งกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทนหากตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ใหรองหัวหนาสาขาพรรคลําดับตนทําหนาที่แทน ถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรคใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนและใหมีอํานาจเรียกประชุมใหญสาขาพรรค เลือกตั้งหัวหนาสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วาง ภายใน ๙๐ วันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณีการเลือกกรรมการสาขาพรรค แทนตําแหนงที่วาง หรือการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคเพิ่มเติมใหผูไดรับเลือกเปนกรรมการแทนหรือเพิ่มเติมมีวาระการดํารงตําแหนงเทาที่เหลืออยูของคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๓๕ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ความเปนหัวหนาสาขาพรรคสิ้นสุดลงตามขอ ๓๔ วรรคหนึ่งหนา ๕๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๓) กรรมการสาขาพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดตามขอ ๓๑ วรรคสองในกรณีกรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่พนจากตําแหนงทั้งคณะอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคชุดใหมและใหเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหมภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงตาม (๒) และ (๓) กรณีไมมีหัวหนาสาขาพรรคใหรองหัวหนาสาขาพรรคตามลําดับทําหนาที่แทนหัวหนาสาขาพรรค ถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรคกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทน และใหเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีที่ไมมีกรรมการสาขาพรรคเหลืออยูหรือมีแตไมยินยอมดําเนินการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคชุดใหม คณะกรรมการบริหารพรรคจะเขาดําเนินการเองหรือจะมอบหมายใหสมาชิกสาขาพรรคจํานวนหนึ่งดําเนินการแทนก็ไดขอ ๓๖ เมื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคตามที่กําหนดในมาตรา ๓๓ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ แลว หากตอมาภายหลังสาขาพรรคไมครบตามมาตรา ๓๓ ใหพรรคดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคใหครบตามมาตรา ๓๓ ภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่สาขามีจํานวนไมครบตามมาตรา ๓๓ สวนที่ ๔ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๓๗ ในจังหวัดที่มิไดเปนที่ตั้งสาขาพรรค ถาพรรคมีสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นเกิน ๑๐๐ คน พรรคอาจแตงตั้งสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นซึ่งมาจากการเลือกของสมาชิกดังกลาวใหเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดตามจํานวนที่กําหนดในขอ ๓๘ เพื่อดําเนินกิจกรรมของพรรคในจังหวัดนั้นการแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหเปนไปตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหนา ๕๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ขอ ๓๘ ใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมีจํานวนไมนอยกวา ๓ คน แตไมเกิน ๕ คนขอ ๓๙ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวา ๒๐ ป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละ ๔ ป นับแตวันที่หัวหนาพรรคประกาศแตงตั้งเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตองไมเปนกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการสาขาพรรคในขณะเดียวกันขอ ๔๐ การแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหแตงตั้งในที่ประชุมของสมาชิกพรรคในจังหวัดนั้นไมนอยกวา ๕๐ คนในการเสนอชื่อผูเขารับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวา ๓ คน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุมบุคคลตามวรรคสองไดรับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้นขอ ๔๑ ความเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ตาย(๓) ลาออก ใหถือวามีผลสมบูรณนับแตวันที่พรรค หรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๔) ขาดจากสมาชิกภาพ(๕) หัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคสั่งใหพนจากการเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๖) อื่น ๆ ตามที่กฎหมาย หรือขอบังคับกําหนดในกรณีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขึ้นใหม และใหจัดประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดภายใน ๖๐ วัน นับแตวันที่ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดครบวาระการดํารงตําแหนงหากตัวแทนพรรคประจําจังหวัดวางลงตาม (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่เหลืออยู อาจเรียกประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหนา ๕๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
แทนตําแหนงที่วาง หรือเลือกเพิ่มเติมก็ได แตตองไมขัดตอจํานวนที่กําหนดตามขอ ๓๘ ทั้งนี้ ใหอยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่แตงตั้งขึ้นกอนการเลือก แทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติมในกรณีไมมีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเหลืออยูปฏิบัติหนาที่ ตาม (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖)ใหถือวาตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสิ้นสภาพไปขอ ๔๒ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผล และมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หนา ๕๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคที่ใชในประกาศโฆษณาหาเสียง(๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรค เพื่อเสนอใหพรรคไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของ(๑๐) ดําเนินการอื่นใดเพื่อใหเปนไปตามปณิธาณ อุดมการณ นโยบาย และขอบังคับพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรค หัวหนาพรรค หรือรองหัวหนาพรรคมอบหมายสวนที่ ๕สํานักงานใหญพรรค สํานักงานสาขาพรรค และสํานักงานตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๔๓ ใหมีสํานักงานใหญพรรค เปนที่ทําการของคณะกรรมการบริหารพรรค และการปฏิบัติงานของเจาหนาที่พรรคในการดําเนินการตาง ๆ มีโครงสรางสํานักงานใหญพรรคประกอบดวย ๒ ฝาย ดังนี้(๑) ฝายบริหารพันธกิจ นโยบาย ยุทธศาสตรและกฎหมายพรรค ไดแก งานพันธกิจปณิธาน อุดมการณ นโยบาย ยุทธศาสตร กฎหมาย งานแผนและโครงการ งานกิจกรรมงานนายทะเบียนสมาชิกพรรค งานจัดตั้งสาขาพรรคภาค งานจัดตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดงานโฆษกพรรค งานประชาสัมพันธ งานปราศรัย งานผลิตสื่อ สิ่งพิมพ งานสถาบันพัฒนาบุคคลากรพรรคและงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับงานในดานนี้ เพื่อใหการดําเนินการของพรรคเปนไปตามกฎหมายและขอบังคับพรรค (๒) ฝายอํานวยการสนับสนุนการปฏิบัติการพรรค ไดแก งานเลขานุการคณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการ และคณะทํางานดานตาง ๆ งานบริหารงานทั่วไปงานธุรการ งานบันทึกขอมูล งานศูนยขอมูล งานสารบรรณ งานบุคคลากร งานเหรัญญิกงานการเงินการคลังและบัญชี งานงบประมาณ งานพัสดุ งานอาคารสถานที่ งานยานพาหนะงานตรวจสอบภายใน งานประชุมและงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับงานในดานนี้ เพื่อใหการดําเนินการเปนไปตามกฎหมายและขอบังคับพรรคโครงสรางการจัดแบงสวนงานของสํานักงานใหญพรรค ใหเปนไปตามที่หัวหนาพรรคประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๔๔ ใหหัวหนาพรรคมีหนาที่และอํานาจกํากับ ควบคุม ดูแลสํานักงานใหญพรรคโดยมีรองหัวหนาพรรคเปนผูชวยและใหมีอํานาจและหนารับผิดชอบงาน ดังนี้(๑) รองหัวหนาพรรคคนที่ ๑ รับผิดชอบงานดานบริหารพันธกิจ นโยบาย ยุทธศาสตรและกฎหมายพรรค ตามขอ ๔๓ (๑) หนา ๕๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๒) รองหัวหนาพรรคคนที่ ๒ รับผิดชอบงานดานอํานวยการสนับสนุนการปฏิบัติการพรรคตามขอ ๔๓ (๒) และงานดานสาขาพรรคภาคกลาง สาขาพรรคภาคตะวันออก สาขาพรรคภาคตะวันตกและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในเขตพื้นที่(๓) รองหัวหนาพรรคคนที่ ๓ รับผิดชอบงานดานสาขาพรรคภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในเขตพื้นที่(๔) รองหัวหนาพรรคคนที่ ๔ รับผิดชอบงานดานสาขาพรรคภาคใตตอนบนและสาขาพรรคภาคใตตอนลางและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในเขตพื้นที่(๕) รองหัวหนาพรรคคนที่ ๕ รับผิดชอบงานดานสาขาพรรคภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนลางและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในเขตพื้นที่(๖) รองหัวหนาพรรคคนที่ ๖ รับผิดชอบงานดานสาขาพรรคภาคเหนือตอนบนและสาขาพรรคภาคเหนือตอนลางและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในเขตพื้นที่การกําหนดจังหวัดใดอยูในเขตพื้นที่สาขาพรรคภาคใดตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามที่หัวหนาพรรคประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคการจางบุคคลมาปฏิบัติงานในกิจการของสํานักงานใหญพรรค ใหหัวหนาพรรคเปนผูมีอํานาจในการวาจาง ตามความจําเปนและเหมาะสมกับภารกิจที่จะทําการจางขอ ๔๕ สถานที่ตั้งและการบริหารงานสํานักงานสาขาพรรค และสํานักงานตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหเปนหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่จะกระทําไดเทาที่จําเปนประหยัดและสอดคลองกับเงินสนับสนุนที่พรรคจะกําหนดหมวด ๕การบริหารจัดการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดและการดําเนินการกิจกรรมทางการเมืองของพรรคสวนที่ ๑การบริหารจัดการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๔๖ การบริหารจัดการสาขาพรรคดําเนินการ ดังนี้(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคหนา ๕๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคของสาขาพรรคภาคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป (๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายของสาขาพรรค(๕) จัดใหมีการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของสาขาพรรค(๖) รายงานผลดําเนินงานของสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหพรรคทราบทุกรอบเดือนขอ ๔๗ การบริหารจัดการของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดดําเนินการ ดังนี้(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) จัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายของตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๕) จัดกิจกรรมทางการเมืองของตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๖) รายงานผลดําเนินงานของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหกรรมการบริหารพรรคที่รับผิดชอบตามขอ ๔๔ สวนที่ ๒การดําเนินการกิจกรรมทางการเมืองของพรรคขอ ๔๘ ในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขอยางนอยในแตละป พรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตองมีกิจกรรมอยางใดอยางหนึ่งหรือหลายอยาง ดังตอไปนี้(๑) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผล และมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๒) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกันหนา ๖๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๓) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๔) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติ และประชาชน(๕) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการใหหัวหนาพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง จัดทําแผนหรือโครงการที่จะดําเนินกิจกรรมตามวรรคหนึ่งในแตละปสงใหนายทะเบียนทราบภายในเดือนเมษายนของทุกปและใหนายทะเบียนเผยแพรใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปหมวด ๖การประชุมสวนที่ ๑การประชุมใหญพรรคขอ ๔๙ พรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญของพรรคอยางนอยปละ ๑ ครั้งขอ ๕๐ สมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวา ๑ ใน ๔ ของจํานวนสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวา ๑ ใน ๓ ของจํานวนกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกพรรคจํานวนไมนอยกวา ๑ ใน ๑๐ ของจํานวนสมาชิกพรรคทั้งหมดที่มีอยูของพรรคหรือไมนอยกวา ๒๕๐ คน แลวแตจํานวนใดจะนอยกวามีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองขอใหจัดการประชุมใหญวิสามัญของพรรคไดในกรณีตามวรรคหนึ่งคณะกรรมการบริหารพรรค ตองจัดใหมีการประชุมใหญวิสามัญของพรรคภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่ไดรับหนังสือจากสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิกพรรค แลวแตกรณีขอ ๕๑ องคประชุมของที่ประชุมใหญพรรคใหประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดหนา ๖๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๒) ผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสาขาพรรค ซึ่งในจํานวนนี้จะตองประกอบดวยผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวา ๒ สาขาซึ่งมาจากตางภาคกัน(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไมนอยกวากึ่งหนึ่งของตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๔) สมาชิกพรรคขอ ๕๒ องคประชุมใหญของพรรคตามขอ ๕๑ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวา ๒๕๐ คนการลงมติใหถือเสียงขางมากของที่ประชุมใหญ ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๓ ใหหัวหนาพรรคเปนประธานในที่ประชุมถาหัวหนาพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุมใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับที่มาประชุมเปนประธานในที่ประชุม และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุม ถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอยูในที่ประชุม ใหรองเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุม ถาไมมีใหประธานที่ประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งที่มาประชุมเปนเลขานุการในที่ประชุมแทนในกรณีกรรมการบริหารพรรคเหลือเพียงหนึ่งคนใหเปนประธานในที่ประชุมใหญ และเลือกสมาชิกอีกหนึ่งคนเปนเลขานุการในที่ประชุมขอ ๕๔ การดําเนินการดังตอไปนี้ใหกระทําในที่ประชุมใหญพรรค(๑) การแกไขเปลี่ยนแปลงคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรค หรือนโยบายของพรรค (๒) การแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรค(๓) การเลือกตั้งหัวหนาพรรค รองหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรคเหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค โฆษกพรรค และกรรมการบริหารอื่นของพรรค(๔) การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรค(๕) ใหความเห็นชอบรายงานการเงินและการดําเนินกิจการของพรรคที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา (๖) กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือหัวหนาสาขาพรรค(๗) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองกฎหมาย หรือขอบังคับพรรค หนา ๖๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
การลงมติในที่ประชุมใหญใหกระทําโดยเปดเผย เวนแตการลงมติเลือกบุคคลตาม (๓) และ (๔)ใหลงคะแนนลับกิจการตาม (๑) (๒) และ (๓) เมื่อไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญของพรรคแลวใหพรรคมีหนังสือแจงใหนายทะเบียนทราบเพื่อแกไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนภายใน ๑๕ วันนับแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญของพรรคขอ ๕๕ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญทุกคราวใหหัวหนาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหสมาชิกพรรคทราบลวงหนาไมนอยกวา ๗ วัน โดยใหระบุวัน เวลา สถานที่และระเบียบวาระการประชุมดวย เวนแตกรณีมีความจําเปนเรงดวนอาจแจงลวงหนาไดไมนอยกวา ๓ วันการแจงคําบอกกลาวตามวรรคหนึ่ง นอกจากแจงเปนหนังสือสงทางไปรษณีย หรือนําสงโดยตรงแลวอาจแจงผานการสื่อสารทางระบบอินเทอรเน็ตก็ได และใหนําวรรคสองของขอนี้ไปใชในการแจงคําบอกกลาวในการเรียกประชุมของคณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการสาขาพรรคตัวแทนพรรคประจําจังหวัดและการประชุมของคณะกรรมการหรือคณะทํางานตาง ๆ ดวยสวนที่ ๒การประชุมใหญสาขาพรรคขอ ๕๖ หัวหนาสาขาพรรคควรจัดใหมีการประชุมใหญสามัญสาขาพรรคอยางนอย ปละ ๑ ครั้งขอ ๕๗ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดที่มีอยู(๒) สมาชิกสาขาพรรคขอ ๕๘ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรคตามขอ ๕๗ ตองมีรวมกันไมนอยกวา ๑๐๐ คนการลงมติใหถือเสียงขางมากของสมาชิกพรรคที่มารวมประชุม กรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๙ ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานที่ประชุมใหญสาขาพรรค ถาหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุมใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุมใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่มาประชุม เลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่ง เปนประธานในที่ประชุมและใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุม ถาเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุมใหรองเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่แทน หนา ๖๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ในกรณีกรรมการสาขาพรรคเหลือเพียง ๑ คน ใหเปนประธานที่ประชุมใหญสาขาพรรคใหที่ประชุมใหญเลือกสมาชิกที่พรรคมารวมประชุมเปนเลขานุการในที่ประชุมขอ ๖๐ กิจการดังตอไปนี้ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๑) กิจการตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ หรือระเบียบ หรือประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือประกาศของนายทะเบียนพรรคการเมือง(๒) เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค หรือเปลี่ยนแปลงกรรมการสาขาพรรค(๓) อื่น ๆ ตามที่กําหนดขอบังคับขอ ๖๑ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญสาขาพรรคใหนําขอ ๕๕ มาใชบังคับโดยอนุโลมสวนที่ ๓การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๖๒ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ใหหัวหนาพรรคเปนผูมีหนังสือ เชิญประชุมและตองมีกรรมการบริหารพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุม ใหหัวหนาพรรคเปนประธานที่ประชุม ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุม ใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับที่มาประชุมเปนประธานที่ประชุมหากรองหัวหนาพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุม ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทน และใหเลขาธิการพรรคทําหนาที่เลขานุการในที่ประชุมแตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุม ใหรองเลขาธิการพรรคทําหนาที่แทนกรณีรองหัวหนาพรรค หรือรองเลขาธิการพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุมใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูขณะนั้น เลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๓ มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีการลงมติในที่ประชุมมีคะแนนเสียงเทากัน ใหประธานออกเสียงลงคะแนนอีกหนึ่งเสียงเปนเสียงชี้ขาดสวนที่ ๔การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๖๔ การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนผูมีหนังสือเชิญประชุมและตองมีกรรมการสาขาพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุม ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานที่ประชุมหนา ๖๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ถาหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอยูในที่ประชุม ใหรองหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานที่ประชุมหากรองหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุม ใหคณะกรรมการสาขาพรรคเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทน และใหเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่เลขานุการในที่ประชุม แตถาเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุม ใหรองเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่แทนกรณีรองหัวหนาสาขาพรรค หรือรองเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุมใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูขณะนั้น เลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนมติของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีการลงมติในที่ประชุมมีคะแนนเสียงเทากัน ใหประธานออกเสียงลงคะแนนอีกหนึ่งเสียงเปนเสียงชี้ขาดสวนที่ ๕การประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๖๕ การประชุมตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเปนผูเชิญประชุมและตองมีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่มีอยูในขณะนั้น จึงจะเปนองคประชุม โดยใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเปนประธาน ในที่ประชุมหากตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่เปนประธานไมมาประชุมหรือไมอยูในที่ประชุม ใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่มาประชุมเลือกคนใดคนหนึ่งทําหนาที่เปนประธานที่ประชุม และใหตัวแทนพรรคประจังหวัดคนหนึ่งทําหนาที่เปนเลขานุการที่ประชุมมติของที่ประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหถือเสียงขางมาก ในกรณีการลงมติในที่ประชุมมีคะแนนเสียงเทากัน ใหประธานออกเสียงลงคะแนนอีกหนึ่งเสียงเปนเสียงชี้ขาดในกรณีผูไดรับเลือกเปนประธานหรือเลขานุการตามวรรคหนึ่งไมมาประชุม ใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่มาประชุมเลือกคนใดคนหนึ่งที่มาประชุมเปนประธานที่ประชุม และอีกคนหนึ่งเปนเลขานุการที่ประชุม หมวด ๗สมาชิกพรรคสวนที่ ๑คุณสมบัติ ลักษณะตองหาม การสมัคร และการพนจากสมาชิกพรรคหนา ๖๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ขอ ๖๖ สมาชิกพรรคตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้(๑) มีอายุไมต่ํากวา ๑๘ ป(๒) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเปนผูมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตองไดสัญชาติไทยมาแลวไมนอยกวา ๕ ป(๓) ไมเปนบุคคลตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒) (๔)(๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ(๔) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการหรือตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรม หรือกระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพยที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาเวนแตเปนการรอการลงโทษ(๕) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยการกูยืมเงินที่เปนการฉอโกงประชาชน กฎหมายวาดวยยาเสพติดในความผิดฐานเปนผูผลิต นําเขาสงออกหรือผูคา กฎหมายวาดวยการพนันในความผิดฐานเปนเจามือหรือเจาสํานัก กฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการคามนุษย หรือกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน(๖) ไมเปนสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นหรือผูยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นตามมาตรา ๑๑ หรือผูแจงการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นตามมาตรา ๑๘ ของกฎหมายวาดวยพรรคการเมืองขอ ๖๗ การสมัครเปนสมาชิกพรรคใหยื่นใบสมัครตามแบบพิมพของพรรคพรอมดวยเอกสารประกอบตามที่พรรคกําหนด ณ สํานักงานใหญพรรค สาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหรือยื่นใบสมัครเปนสมาชิกพรรคไดทางระบบอินเทอรเน็ตอันเปนเว็บไซตของพรรคสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคเริ่มตั้งแตวันชําระคาบํารุงพรรคขอ ๖๘ สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๖๖ เวนแตในกรณีมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๙๖ (๑) ของรัฐธรรมนูญ และเปนการบวชตามประเพณีนิยม แตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกพรรคมิได หนา ๖๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๔) ไมชําระคาบํารุงพรรคเปนเวลา ๒ ปติดตอกัน(๕) พรรคมีมติใหออก เพราะกระทําผิดวินัย หรือจรรยาบรรณอยางรายแรงหรือมีเหตุรายแรงอื่น(๖) พรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรคการลาออกจากสมาชิกพรรคตามวรรคหนึ่ง (๒) ใหถือวาสมบูรณเมื่อไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนสมาชิกพรรค หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองการสิ้นสุดของสมาชิกพรรคตาม (๕) หากสมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมติของพรรคตองมีคะแนนเสียง ๓ ใน ๔ ของที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคการสิ้นสุดของสมาชิกพรรคตามวรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) ใหพรรคแจงสมาชิกผูนั้นทราบโดยเร็วสวนที่ ๒สิทธิและหนาที่ความรับผิดชอบของสมาชิกพรรคขอ ๖๙ สมาชิกพรรคมีสิทธิตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) เสนอขอคิดเห็นอันเปนประโยชนตอพรรค(๒) ไดรับการคัดเลือกใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรค(๓) อาจไดรับเลือกตั้งเปนคณะกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรคตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หรือแตงตั้งเปนผูปฏิบัติงานในคณะทํางาน คณะอนุกรรมาธิการ ที่ปรึกษาของพรรคหรือในคณะอนุกรรมาธิการตาง ๆ ของสภาผูแทนราษฎรเมื่อพรรคมีสมาชิกพรรคไดรับเลือกเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๔) อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณากําหนดเปนแตละกรณีไปขอ ๗๐ สมาชิกพรรคมีหนาที่รับผิดชอบตองชําระคาธรรมเนียมและอัตราคาบํารุงพรรคปละไมนอยกวา ๒๐ บาท และแบบตลอดชีพไมนอยกวา ๒๐๐ บาทเพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของสมาชิก ใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปที่สมาชิกไดชําระคาบํารุงพรรคเปนครั้งแรกสิ้นสุดลงในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปใหม โดยใหเริ่มนับตั้งแตวันที่ ๑ มกราคม และสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ของปเดียวกันทั้งนี้ สมาชิกพรรคอาจชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวเมื่อใดก็ไดหนา ๖๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ขอ ๗๑ สมาชิกพรรคมีหนาที่และความรับผิดชอบตอพรรค ดังตอไปนี้(๑) รวมรับผิดชอบตอเสถียรภาพของพรรค และใหความรวมมือในกิจกรรมของพรรคดวยจิตสํานึกในอุดมคติของพรรค ในฐานะเปนเจาของพรรครวมกัน(๒) สมาชิกและผูที่พรรคสงลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับตองใหความรวมมือในการดําเนินงานของพรรคดวยความเต็มใจและบริสุทธิ์ใจเพื่อความกาวหนาของพรรค(๓) ตองปฏิบัติตามกฎระเบียบขอบังคับของพรรคอยางเครงครัดใหการสนับสนุนนโยบายและมติของพรรคอยางจริงจัง(๔) รวมกิจกรรมทางการเมืองของพรรคดวยความเต็มใจและเต็มความสามารถสวนที่ ๓ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิกพรรคขอ ๗๒ ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิกพรรค มีดังตอไปนี้(๑) ดําเนินการทางการเมืองอยางจริงจังและตอเนื่องเพื่อใหพรรคไดกาวไปสูการมีบทบาททางการเมืองและเขาสูการบริหารประเทศตามนโยบายของพรรคเพื่อบรรลุเปาหมายตามอุดมการณและปณิธานของพรรค(๒) สงเสริมสถานภาพของสมาชิกพรรคใหมีสมรรถนะภาพตอการดํารงชีวิตของตนเองและครอบครัว และจัดกิจกรรมที่เปนประโยชนเพื่อสมานสามัคคีระหวางมวลสมาชิกพรรคทั่วประเทศ(๓) ใหสวัสดิการ ใหการคุมครองจากอิทธิพลอํานาจมืดและสงเสริมอาชีพใหกับสมาชิกพรรค (๔) ใหความสําคัญแกมวลสมาชิกพรรคทุกคนอยางเต็มรูปแบบโดยใหถือวาสมาชิกพรรคเปนบุคคลสําคัญและเปนองคกรหลักของพรรค หมวด ๘มาตรฐานทางจริยธรรมของสมาชิกพรรค กรรมการบริหารพรรคกรรมการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสวนที่ ๑มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนอุดมการณหนา ๖๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ขอ ๗๓ ตองยึดมั่นและดํารงไวซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย และในประกาศอุดมการณของพรรคขอ ๗๔ ตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราชอธิปไตยบูรณภาพแหงอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยเกียรติภูมิและผลประโยชนของชาติและความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบรอยของประชาชนขอ ๗๕ ตองถือผลประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตนขอ ๗๖ ตองปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริตไมแสวงหาประโยชนโดยมิชอบเพื่อตนเองหรือผูอื่นหรือมีพฤติการณที่รูเห็นหรือยินยอมใหผูอื่นใชตําแหนงหนาที่ของตนแสวงหาประโยชนโดยมิชอบขอ ๗๗ ตองไมขอไมเรียกไมรับหรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดในประการซึ่งอาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ขอ ๗๘ ตองไมรับของขวัญ ของกํานัล ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด เวนแตเปนการรับจากการใหโดยธรรมจรรยา การบริจาค และการรับที่มีบทบัญญัติแหงกฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับใหรับไดสวนที่ ๒มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนคานิยมหลักขอ ๗๙ ไมกระทําการอันเปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนตนกับประโยชนสวนรวมทั้งนี้ ไมวาโดยทางตรงหรือทางออมขอ ๘๐ ยึดมั่นหลักนิติธรรมและประพฤติตนอยูในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชนขอ ๘๑ ปฏิบัติหนาที่ดวยความยุติธรรมเปนอิสระเปนกลางและปราศจากอคติโดยไมหวั่นไหวตออิทธิพลกระแสสังคม หรือแรงกดดันไมชอบดวยกฎหมาย โดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามความเหมาะสมแหงสถานภาพขอ ๘๒ รักษาไวซึ่งความลับในการประชุม รวมทั้งเคารพตอมติของที่ประชุมเสียงขางมากและรับฟงเหตุผลของทุกฝายอยางเปนธรรมขอ ๘๓ ใหขอมูลขาวสารตามขอเท็จจริงแกประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยูในความรับผิดชอบของตนอยางถูกตองครบถวนและไมบิดเบือนขอ ๘๔ ไมใหคําปรึกษาแกบุคคลภายนอกหรือแสดงความคิดเห็นหรือขอมูลตอสื่อสาธารณะหรือสื่อมวลชนในเรื่องที่อยูในระหวางการพิจารณาที่อาจกอใหเกิดความเสียหายหรือเสียความเปนธรรมแกการปฏิบัติหนาที่ ในการปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมายขององคกรหนา ๖๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ขอ ๘๕ ไมกระทําการใดที่กอใหเกิดความเสื่อมเสียตอเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหนงที่ไดรับแตงตั้งขอ ๘๖ ไมปลอยปละละเลย หรือยินยอมใหบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลที่อยูในกํากับดูแลหรือความรับผิดชอบของตนเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากคูกรณี หรือจากบุคคลอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ของตนขอ ๘๗ ไมคบหาสมาคมกับคูกรณีผูประพฤติผิดกฎหมาย ผูมีอิทธิพล หรือผูมีความประพฤติหรือผูมีความเสี่ยงในทางเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งอาจกระทบกระเทือนตอความเชื่อถือในการปฏิบัติหนาที่ของพรรคขอ ๘๘ ไมกระทําการอันมีลักษณะเปนการลวงละเมิดหรือคุกคามทางเพศจนเปนเหตุทําใหผูถูกกระทําไดรับความเดือดรอนเสียหายหรือกระทบตอการปฏิบัติหนาที่โดยผูถูกกระทําอยูในภาวะจําตองยอมรับในการกระทํานั้น ไมนําความสัมพันธทางเพศที่ตนมีตอบุคคลใดมาเปนเหตุ หรือมีอิทธิพลครอบงําใหใชดุลพินิจในการปฏิบัติหนาที่อันเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดสวนที่ ๓มาตรฐานทางจริยธรรมทั่วไปขอ ๘๙ ปฏิบัติหนาที่อยางเต็มกําลังความสามารถและยึดมั่นในความถูกตองชอบธรรมโปรงใสตรวจสอบได และปฏิบัติตามกฎหมายโดยคํานึงถึงผลประโยชนของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวมขอ ๙๐ ดูแลรักษาและใชทรัพยสินของพรรคอยางประหยัด คุมคา โดยระมัดระวังไมใหเสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไมจําเปนขอ ๙๑ รักษาความลับของพรรค ขอมูลของพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และขอมูลสมาชิกพรรคขอ ๙๒ ดําเนินการอื่นใหเปนไปตามกฎหมายระเบียบและระบบคุณธรรม รวมทั้งสงเสริมสนับสนุนใหเกิดความสามัคคี เพื่อประโยชนสวนรวม และตองไมมีพฤติกรรมกอใหเกิดความแตกแยกในพรรคสมาชิกพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสวนที่ ๔การฝาฝนและไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมขอ ๙๓ การฝาฝนไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๑ ใหถือวามีลักษณะรายแรงการฝาฝนไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๒ และสวนที่ ๓ จะถือวามีลักษณะรายแรงหรือไม ใหพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ เจตนาและความรายแรงของความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการฝาฝนหรือไมปฏิบัตินั้น หนา ๗๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ขอ ๙๔ การดําเนินการแกสมาชิกพรรคผูใดวากระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ ใหเปนไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับวาดวยการนั้นเพื่อประโยชนแกการดําเนินงานของพรรค ในกรณีมีสมาชิกพรรคฝาฝนไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๑ หรือสวนที่ ๒ และสวนที่ ๓ ที่มีลักษณะรายแรง ใหคณะกรรมการบริหารพรรคแตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นทําการสอบสวนโดยเร็ว ถามีกรรมการบริหารพรรคกระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติมาตรฐานทางจริยธรรมนั้นเสียเอง มิใหผูนั้นมีสวนเกี่ยวของกับการแตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนและเมื่อทําการสอบสวนเสร็จแลว พบวาผูนั้นมีพฤติการณกระทําที่เปนการฝาฝนและไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่มีลักษณะรายแรงและเกิดความเสียหายแกพรรคอยางรายแรง ใหหัวหนาพรรคมีอํานาจออกคําสั่งใหผูนั้นพนจากการเปนสมาชิกพรรคไดโดยทันที และแจงคณะกรรมการบริหารพรรคทราบหมวด ๙การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ และการคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีสวนที่ ๑คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๕ ใหพรรคดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาตามกฎหมายวาดวยพรรคการเมืองไดเมื่อพรรคมีองคประกอบของคณะกรรมการสรรหาครบตามที่กําหนดในขอ ๙๖ขอ ๙๖ คณะกรรมการสรรหาใหมีจํานวนไมเกิน ๙ คน ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคจํานวนไมเกิน ๔ คน(๒) หัวหนาสาขาพรรค ซึ่งมาจากตางภาคกันภาคละ ๑ คน จํานวน ๔ คน(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ๑ คนขอ ๙๗ การเลือกตั้งกรรมการสรรหา ใหดําเนินการในที่ประชุมใหญพรรคโดยการลงคะแนนลับใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาจนครบตามจํานวนที่กําหนดในขอ ๙๖ซึ่งในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกเปนกรรมการสรรหา ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวา ๑๐ คนและผูที่ไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุม หนา ๗๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ขอ ๙๘ คณะกรรมการสรรหา มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละ ๔ ป นับแตวันที่ประชุมใหญพรรคใหความเห็นชอบขอ ๙๙ ความเปนกรรมการสรรหาสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณนับแตวันพรรคไดรับหนังสือลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพการเปนสมาชิกพรรค(๔) พนจากการเปนกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด (๕) อื่น ๆ ตามกฎหมายหรือที่กําหนดในขอบังคับพรรคเมื่อตําแหนงกรรมการสรรหาวางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคหรือกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด แลวแตกรณี เขาทําหนาที่แทน จนกวาจะมีการเลือกตั้ง แทนตําแหนงที่วาง ซึ่งจะตองกระทําภายใน ๙๐ วันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงเวนแตกรณีที่มีพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในระหวางที่มีตําแหนงวางนั้นใหการเลือกตั้ง แทนตําแหนงที่วาง ขยายออกไปจนกวาการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจะแลวเสร็จขอ ๑๐๐ คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนง ๔ ป ตามขอ ๙๘(๒) กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมดในกรณีกรรมการสรรหาพนจากตําแหนงทั้งคณะตามวรรคหนึ่ง ใหกรรมการสรรหาที่พนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๑) หรือกรรมการสรรหาที่เหลืออยูตาม (๒) แลวแตกรณี อยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งกรรมการสรรหาชุดใหมเขามาแทนที่ ซึ่งจะตองดําเนินการเลือกกรรมการสรรหาทั้งคณะชุดใหมภายใน ๖๐ วัน นับแตวันที่กรรมการสรรหาพนจากตําแหนงทั้งคณะสวนที่ ๒การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๑๐๑ ในกรณีพรรคประสงคจะสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ตองมีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในจังหวัดนั้น ในกรณีที่พรรคมีสาขาพรรคมากกวาหนึ่งสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใดหนา ๗๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ใหพรรคกําหนดวาจะใหสาขาพรรคสาขาใด หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหา ผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตพื้นที่จังหวัดที่อยูในสาขาพรรค หรือเขตพื้นที่ของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดนั้นขอ ๑๐๒ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครเปนผูสมัครรับเลือกตั้งและประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครตาม (๑) ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง แลวสงรายชื่อผูสมัครใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๓) เมื่อสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับรายชื่อผูสมัครจากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดจัดการประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๔) ใหสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสงรายชื่อผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้งทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นตาม (๓) ใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงรายชื่อผูสมัครของแตละเขตเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๓) และ (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่จะเสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งในกรณีที่คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาไมใหความเห็นชอบบุคคลที่เสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งคนใหมของเขตเลือกตั้งที่ไมใหความเห็นชอบนั้นไปใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาใหความเห็นชอบใหมสวนที่ ๓การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนา ๗๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ขอ ๑๐๓ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ใหพรรคจัดทําบัญชีรายชื่อเพื่อสงใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดโดยตองคํานึงถึงผูสมัคร รับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงดวย ในกรณีที่พรรคมีสาขาพรรคมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคกําหนดวาจะใหสาขาพรรคสาขาใดหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๑๐๔ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครและการเสนอรายชื่อบุคคลเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง และมีหนังสือแจงไปยังคณะกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรคตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) ใหกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหคณะกรรมการสรรหา(๓) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครและเสนอรายชื่อตาม (๑) แลว ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามและจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งไมเกินหนึ่งรอยรายชื่อโดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงแลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวใหสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๔) เมื่อสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๓) จากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดจัดการประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดแลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสมเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ แลวจัดลําดับตามที่เห็นวาเหมาะสมเพื่อใหไดบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนา ๗๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ขอ ๑๐๕ เพื่อประโยชนในการสงเสริมการมีสวนรวมของสมาชิกพรรค ในกรณีที่สมาชิกพรรคผูใดมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดที่ยังมิไดมีการจัดตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหสามารถใชสิทธิการเปนสมาชิกพรรคในจังหวัดใกลเคียงที่มีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ในการใชสิทธิเสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งในเขตพื้นที่ของจังหวัดที่ตนมีภูมิลําเนาอยูไดโดยผานสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่อยูใกลเคียงนั้น และใหนําวรรคนี้ไปใชบังคับกับการเสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งแบบแบงเขตดวยโดยอนุโลม สวนที่ ๔ขอยกเวนในการสงผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๑๐๖ ในการเลือกตั้งทั่วไปการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการสรรหาตามวิธีการที่กําหนดในขอ ๑๐๒ และขอ ๑๐๔เวนแตกรณีที่เปนการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งสําหรับการเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เปนโมฆะ หรือการเลือกตั้งใหม ในกรณีที่ไมมีผูใดไดรับเลือกตั้ง หรือกรณีผูสมัครตายกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้ง ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งและคณะกรรมการบริหารพรรคเปนผูพิจารณาสงผูสมัครรับเลือกตั้งรวมกันสวนที่ ๕การคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีขอ ๑๐๗ ในการเลือกตั้งทั่วไป ใหพรรคซึ่งสงผูสมัครรับเลือกตั้งแจงรายชื่อบุคคล ซึ่งพรรคมีมติวาจะเสนอใหสภาผูแทนราษฎรเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีไมเกิน ๓ รายชื่อตอคณะกรรมการการเลือกตั้งกอนปดการรับสมัครเลือกตั้งพรรคจะไมเสนอชื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ไดขอ ๑๐๘ การเสนอชื่อบุคคลตามขอ ๑๐๗ ตองเปนไปตามหลักเกณฑ ดังตอไปนี้(๑) ตองมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งไดรับการเสนอชื่อโดยมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด หนา ๗๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๒) ผูไดรับการเสนอชื่อตองเปนบุคคลผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามที่จะเปนรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญกําหนดและไมเคยทําหนังสือยินยอมตาม (๑) ใหพรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้นการเสนอชื่อบุคคลใดที่ไมไดเปนไปตามวรรคหนึ่งใหถือวาไมมีการเสนอชื่อบุคคลนั้นหมวด ๑๐หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกบุคคลดํารงตําแหนงทางการเมืองขอ ๑๐๙ กรณีที่จะมีการแตงตั้งบุคคลเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองใหพรรคประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป เพื่อเชิญชวนใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และสมาชิกพรรค เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตอคณะกรรมการบริหารพรรค ภายในระยะเวลาที่กําหนด และใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่กฎหมายกําหนดและเปนบุคคลที่มีความรูความสามารถซื่อสัตยสุจริตมีคุณธรรมจริยธรรมจากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรคกรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หรือสมาชิกพรรค เสนอมาเพื่อแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง หมวด ๑๑การบริหารการเงินและทรัพยสินและการจัดทําบัญชีของพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๑๑๐ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่บริหารการเงินทรัพยสินและประโยชนอื่นใดของพรรคโดยใหมีการทําบัญชีรับจาย บัญชีจายและบัญชีอื่นใดของพรรคตามที่กฎหมายกําหนดใหถูกตองตามความเปนจริงใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จัดใหมีบัญชีรับ บัญชีจาย และบัญชีอื่นใดตามที่กฎหมายกําหนดของสาขาพรรคหรือที่ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับหรือจายโดยบันทึกบัญชีใหแลวเสร็จภายใน ๑๕ วันนับแตวันที่รายการนั้นเกิดขึ้น และสรุปรายงานใหทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือนและปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรค หรือที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหหัวหนาสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จัดใหมีการจัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัด ซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค หรือในเขตจังหวัดที่ตนเปนตัวแทนและปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรค หรือสถานที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหนา ๗๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ขอ ๑๑๑ บัญชีของพรรคใหประกอบดวย(๑) บัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและแสดงคาใชจายหรือรายจาย(๒) บัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค(๓) บัญชีแยกประเภท(๔) บัญชีแสดงสินทรัพยและหนี้สินการลงบัญชีของพรรคตองมีรายการและเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวนโดยตองจัดทําในระยะเวลา ดังนี้(๑) การจัดทําบัญชีแสดงรายไดหรือรายรับ และแสดงคาใชจายหรือรายจายและบัญชีรายรับจากการบริจาค ตองลงรายการใหแลวเสร็จภายใน ๑๕ วัน นับแตรายการนั้นเกิดขึ้น(๒) การลงบัญชีแยกประเภท บัญชีแสดงรายการทรัพยสิน และบัญชีแสดงรายการหนี้สินตองลงรายการใหแลวเสร็จภายใน ๑๕ วันนับแตรายการนั้นเกิดขึ้นขอ ๑๑๒ การเปดบัญชีและการเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหดําเนินการ ดังนี้(๑) บัญชีพรรค ใหใชชื่อบัญชีพรรคเพื่อบานเมือง โดยใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรค รวมกันลงชื่อเปดบัญชี และในการเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารใหใชการลงชื่อเบิกถอนรวมกันทั้ง ๒ คน เวนแตในกรณีที่ไมมีหัวหนาพรรค หรือมีแตไมอยูหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับที่ปฏิบัติหนาที่ไดเปนผูลงชื่อเบิกถอนแทนหัวหนาพรรคเมื่อดําเนินการเบิกถอนแลว ใหรายงานหัวหนาพรรคทราบ(๒) บัญชีสาขาพรรค ใหใชชื่อบัญชีสาขาพรรคเพื่อบานเมืองภาคและตอทายดวยชื่อภาคนั้น ๆ โดยใหหัวหนาสาขาพรรคและเหรัญญิกสาขาพรรค รวมกันลงชื่อเปดบัญชีและในการเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากสาขาพรรค ใหใชการลงชื่อเบิกถอนรวมกันทั้ง ๒ คน เวนแตในกรณีที่ไมมีหัวหนาสาขาพรรค หรือมีแตไมอยู หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาสาขาพรรคเปนผูลงชื่อเบิกถอนแทน เมื่อดําเนินการเบิกถอนแลวใหรายงานหัวหนาสาขาพรรคทราบ(๓) บัญชีตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหใชชื่อบัญชีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตอทายชื่อจังหวัดที่จัดตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขึ้น โดยใหหัวหนาตัวแทนพรรคประจําจังหวัดและเลขานุการตัวแทนพรรคประจําจังหวัด รวมกันลงชื่อเปดบัญชี และในการเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากหนา ๗๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหใชการลงชื่อเบิกถอนรวมกันทั้ง ๒ คนเวนแตในกรณีที่ไมมีหัวหนาตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หรือมีแตไมอยู หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดคนใดคนหนึ่งที่หัวหนาตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมอบหมายลงชื่อเปนผูเบิกถอนแทน เมื่อดําเนินการเบิกถอนแลวใหรายงานหัวหนาตัวแทนพรรคประจําจังหวัดทราบหมวด ๑๒รายไดของพรรคและอัตราคาธรรมเนียม และคาบํารุงพรรคขอ ๑๑๓ พรรคอาจมีรายได ดังตอไปนี้(๑) เงินทุนประเดิมของพรรค(๒) เงินคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรค(๓) เงินที่ไดจากการจําหนายสินคา หรือบริการ(๔) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค(๕) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการรับบริจาค(๖) เงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง(๗) ดอกผลของเงินและรายไดจากเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดของพรรคสวนที่ ๑การหารายไดจากการจําหนายสินคาขอ ๑๑๔ การจําหนายสินคา หรือการบริการ ตองไมมุงแสวงหาผลกําไรมาแบงปนกันในทางธุรกิจโดยราคาหรือคาตอบแทนจากการจําหนายสินคา หรือการใหบริการ จะตองคํานึงถึงราคาตามทองตลาดหรือราคาปกติในทองถิ่นนั้น ซึ่งพรรคอาจใหมีการดําเนินการไดตลอดทั้งปกอนวันที่มีพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งทั่วสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่เปนการเลือกตั้งทั่วไปและภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่เปนการเลือกตั้งทั่วไปเรียบรอยแลวขอ ๑๑๕ สถานที่จําหนายสินคา หรือการบริการ ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรคที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรค ที่ตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุนบริเวณสถานที่จัดประชุมใหญประจําปของพรรค หรือของสาขาพรรค หรือสถานที่อื่นหนา ๗๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ขอ ๑๑๖ เมื่อพรรค สาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ดําเนินการจําหนายสินคาการบริการ หรือการจัดกิจกรรมแลว ใหหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคจัดทําทะเบียนสินคา การบริการ ซึ่งประกอบดวยรายการ จํานวนเงิน หรือมูลคาของสินคาหรืออัตราคาบริการ แตละประเภทไวเปนหลักฐานใหครบถวนถูกตองขอ ๑๑๗ การจําหนายสินคา การบริการ ใหทําบันทึกบัญชีรายวัน แสดงรายไดรายรับใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองสวนที่ ๒การจัดกิจกรรมระดมทุนขอ ๑๑๘ การจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคตองกระทําโดยเปดเผยและแสดงวัตถุประสงควาเปนการระดมทุนของพรรคอยางชัดเจนการใหเงิน ทรัพยสินแกพรรค รวมถึงประโยชนอื่นใดแกพรรคที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค ใหอยูภายใตขอบังคับเรื่องการรับบริจาคของพรรคและกฎหมายที่เกี่ยวของขอ ๑๑๙ สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรคบริเวณสถานที่จัดประชุมใหญประจําปของพรรค สาขาพรรค สถานที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหรือสถานที่ที่พรรคเห็นสมควรขอ ๑๒๐ ภายใน ๓๐ วันนับแตวันที่จัดกิจกรรมระดมทุนเสร็จสิ้นลง ใหหัวหนาพรรคจัดทํารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุน คาใชจายในการจัดกิจกรรมระดมทุนและจํานวนเงินที่ไดรับจากการจัดกิจกรรมระดมทุน และใหหัวหนาพรรคประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปพรอมทั้งแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบดวยขอ ๑๒๑ การจัดกิจกรรมระดมทุนใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับ และนําไปแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองการจัดกิจกรรมระดมทุนใหญของพรรคใหจัดไดปละ ๑ ครั้ง ในปใดที่สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจะครบวาระ การจัดกิจกรรมระดมทุนใหญของพรรค ใหกระทําไดกอนวันมีพระราชกฤษฎีกา ใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่เปนการเลือกตั้งทั่วไป หรือภายหลังวันที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่เปนการเลือกตั้งทั่วไปเรียบรอยแลว หนา ๗๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
สวนที่ ๓การรับบริจาคของพรรคขอ ๑๒๒ ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีกับธนาคารพาณิชยโดยระบุชื่อเจาของบัญชีในนาม “พรรคเพื่อบานเมือง”ในการรับบริจาคของพรรคใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชยโดยระบุชื่อเจาของบัญชี “พรรคเพื่อบานเมือง” (เพื่อบริจาค)ใหหัวหนาพรรคแจงหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากและจํานวนเงินที่เปดบัญชีของทุกบัญชีใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายใน ๗ วันนับแตวันที่เปดบัญชีดังกลาวขอ ๑๒๓ กรณีรับบริจาคเปนเงินสดใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคนําเงินฝากไวในบัญชีธนาคารพาณิชยตามขอ ๑๒๒ ภายใน ๗ วันนับแตวันที่ไดรับบริจาค การรับบริจาคเปนตั๋วแลกเงินหรือเช็คจะตองไมถูกปฏิเสธการจายเงินจึงถือไดวาเปนการบริจาคแกพรรคขอ ๑๒๔ เมื่อมีการบริจาคใหผูรับบริจาคจัดทําบันทึกการรับบริจาคใหแลวเสร็จ ภายใน ๓ วันนับแตวันที่ไดรับบริจาคและใหจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงินทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคภายใน ๗ วันนับแตวันที่ไดรับบริจาคถาหากทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดตามวรรคหนึ่งมิอาจนําสงพรรคได ใหผูรับบริจาคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาคนั้นใหพรรคทราบขอ ๑๒๕ เมื่อพรรคไดรับเงินสดตามขอ ๑๒๔ ใหออกใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาค(เงินบริจาค) หรือหลักฐานการรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดภายในวันที่ที่รับบริจาคแลวจัดสงใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคใหแกผูบริจาคภายใน ๗ วันนับแตวันที่ออกหลักฐานนั้นขอ ๑๒๖ ใหพรรคบันทึกการรับบริจาคไวในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคใหแลวเสร็จภายใน ๑๕ วันนับแตวันที่เกิดรายการ โดยอยางนอยตองมีรายการ ดังนี้(๑) ชื่อ ที่อยูของพรรค(๒) ชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยูของผูบริจาค(๓) ชื่อตัว ชื่อสกุล และตําแหนงผูรับบริจาค(๔) วัน เดือน ปที่ไดรับบริจาคหนา ๘๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
(๕) รายละเอียดการรับบริจาค(๖) จํานวนเงินหรือมูลคาทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่รับบริจาค(๗) เอกสารอางอิง(๘) ลายมือชื่อหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคขอ ๑๒๗ ใหหัวหนาพรรคประกาศบัญชีรายชื่อผูบริจาคจํานวนเงิน รายการทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคที่มีมูลคาไมนอยกวา ๕,๐๐๐ บาท พรอมทั้งวัตถุประสงคของการบริจาคเพื่อใหประชาชนทราบเปนประจําทุกวันที่ ๑ ของเดือนถัดไปการตีราคาทรัพยสิน หรือการประเมินมูลคาประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคใหคํานวณราคาทรัพยสินอัตราคาเชา คาตอบแทน หรือคาของสิทธิที่รับตามปกติทางการคาในทองถิ่นนั้นขอ ๑๒๘ เมื่อหัวหนาพรรคดําเนินการตามขอ ๑๒๗ แลว ใหแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายใน ๑๕ วันนับแตวันที่ประกาศขอ ๑๒๙ บุคคลใดประสงคจะบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดที่มีมูลคาเกินกวา๑๐ ลานบาทตอพรรคตอปมิได ในกรณีที่บุคคลนั้นเปนนิติบุคคล การบริจาคเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดแกพรรคที่ไมวาพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปละ ๕ ลานบาท ตองแจงใหที่ประชุมใหญผูถือหุนทราบในการประชุมใหญคราวตอไปหลังบริจาคแลวพรรคจะรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดซึ่งมีมูลคาเกินกวาที่กําหนดในวรรคหนึ่งมิไดสวนที่ ๔อัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคขอ ๑๓๐ อัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคของสมาชิกพรรคใหเปนไปตามที่กําหนดไวในขอ ๗๐หมวด ๑๓การใชจายของพรรคขอ ๑๓๑ เงินและทรัพยสินของพรรคตองนําไปใชจายเปนคาใชจายการบริหารงานพรรคการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคใหเปนไปตามปณิธาน อุดมการณ พันธกิจ นโยบายยุทธศาสตร แผนงาน โครงการ และกิจกรรมของพรรคที่จัดทําขึ้น รวมทั้งคาใชจายในการเลือกตั้งของพรรคสมาชิกพรรค การโฆษณาประชาสัมพันธ และการดําเนินกิจกรรมของพรรคไมวาจะรูปแบบใดใหสมาชิกพรรคและประชาชนโดยทั่วไปทราบ หนา ๘๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
คาใชจายของพรรคในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง พรรคตองเปดเผยใหสมาชิกพรรคและประชาชนทั่วไปไดทราบ โดยปดประกาศ ณ ที่ทําการพรรค หรือเผยแพรผานระบบฐานขอมูลของพรรคหรือวิธีการอื่นใดที่เขาถึงได โดยสะดวกภายใน ๓๐ วัน นับแตวันดําเนินการเสร็จสิ้นแลวขอ ๑๓๒ ในกรณีที่พรรค กรรมการบริหารพรรค หรือบุคคลใดใหเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดแกสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรไมวาโดยทางตรงหรือทางออมและไมวาจะใหเปนประจําหรือเปนครั้งคราว ถาการใหหรือรับเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดนั้นไมเปนความผิดตามมาตรา ๑๔๔ หรือมาตรา ๑๔๙ แหงประมวลกฎหมายอาญา ใหพรรคกรรมการบริหารพรรค หรือบุคคลนั้น แลวแตกรณี แจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบถึงการใหเงินทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้น และใหประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยหามมิใหสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรรับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากบุคคลใด โดยไมมีมูลอันจะอางไดตามกฎหมาย เวนแตเงินที่ไดมีการแจงไวตามวรรคหนึ่งขอ ๑๓๓ กรรมการบริหารพรรคมีหนาที่จะตองตรวจสอบและควบคุมดูแลมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการดําเนินการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในขอ ๑๓๑ และขอ ๑๓๒หมวด ๑๔การแกไขเพิ่มเติมขอบังคับพรรคขอ ๑๓๔ เพื่อประโยชนในการดําเนินกิจกรรมของพรรค หากคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นสมควรอาจแกไขขอบังคับนี้ไดโดยไมขัดตอรัฐธรรมนูญ กฎหมายพรรคการเมืองและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของและตองไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญพรรคหมวด ๑๕การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๑๓๕ การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหเปนไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคการเลิกพรรคตามวรรคหนึ่งจะมีผลทําใหสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด เลิกไปดวยนับแตวันที่มีการประกาศราชกิจจานุเบกษาใหเลิกพรรคในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะดวยเหตุผลพนจากสมาชิกพรรคใหถือเปนเหตุใหเลิกพรรค หนา ๘๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ขอ ๑๓๖ ในกรณีที่พรรคตองสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรค หรือเลิกพรรคใหคณะกรรมการบริหารพรรคยังคงมีหนาที่ชําระบัญชีพรรคจนกวาการชําระบัญชีของพรรคจะเสร็จสิ้นในกรณีการชําระบัญชีพรรคเสร็จสิ้น หากยังมีเงินหรือทรัพยสินของพรรคเหลืออยูใหมอบแกกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อใชในการพัฒนาพรรคการเมืองตอไปรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อบานเมืองรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อบานเมือง จํานวน ๑๖ คน ประกอบดวย๑. นายประสพ บุษราคัม หัวหนาพรรค๒. นายพนพภณษฎ ทองคํา รองหัวหนาพรรค๓. นายสําเร็จพูลณทวีฐ รุงเรือง รองหัวหนาพรรค๔. นายละออง วงคดวงตา รองหัวหนาพรรค๕. นายเปรมชนะ เรงพิมาย รองหัวหนาพรรค๖. นายธีรภัทร พรหมทะสาร รองหัวหนาพรรค๗. รอยตรี รักชาติ อินทรีย รองหัวหนาพรรค๘. นายราเชนทร ศิวะเสารแกว เลขาธิการพรรค๙. นายธนาบดินทร เรงพิมาย รองเลขาธิการพรรค๑๐. นางพิระพา อุตชี เหรัญญิกพรรค๑๑. นางสาวพิมพลักษณ แสนบุญศิริ นายทะเบียนสมาชิกพรรค๑๒. นายกฤษฏพงศ วงษมหัทธน โฆษกพรรค๑๓. นายศักดิพงศ โชติเอี่ยม กรรมการบริหารพรรค๑๔. นายประพาส สุทธินันท กรรมการบริหารพรรค๑๕. นายสมศักดิ์ ลีลาธนากุล กรรมการบริหารพรรค๑๖. นายณัฏฐธา พงษวิทยานุกฤต กรรมการบริหารพรรคจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๘๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)