ThaiGovData

คำสั่งจังหวัดตาก ที่ ๓๙๖๑/๒๕๖๘ เรื่อง แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ จังหวัดตาก แทนตำแหน่งที่ว่าง [พล.ต.ต. ไพศาล นันตา]

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง รับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคเพื่อบานเมืองดวยนายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามมติในการประชุมครั้งที่ ๘๒/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๘ ไดรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง ชื่อพรรคเพื่อบานเมืองตามมาตรา ๑๗ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ไวในทะเบียนพรรคการเมือง เลขที่ ๓/๒๕๖๘ ตั้งแตวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๘ โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคการเมือง นโยบายพรรคการเมือง ขอบังคับพรรคการเมืองและรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อบานเมือง ดังนี้ขอบังคับพรรคเพื่อบานเมือง พ.ศ. ๒๕๖๘โดยที่ประชุมรวมกันจัดตั้งพรรคเพื่อบานเมือง เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๘ ไดกําหนดขอบังคับพรรคการเมือง เพื่อใหเปนไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองพ.ศ. ๒๕๖๐ ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับพรรคนี้ เรียกวา “ขอบังคับพรรคเพื่อบานเมือง พ.ศ. ๒๕๖๘”ขอ ๒ ขอบังคับฉบับนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันที่ไดรับการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคเพื่อบานเมืองเปนตนไปขอ ๓ ในขอบังคับนี้“ขอบังคับพรรค” หมายความวา ขอบังคับพรรคเพื่อบานเมือง“พรรค” หมายความวา พรรคเพื่อบานเมือง“สมาชิกพรรค” หมายความวา สมาชิกพรรคเพื่อบานเมือง“หัวหนาพรรค” หมายความวา หัวหนาพรรคเพื่อบานเมือง“คณะกรรมการบริหารพรรค” หมายความวา คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อบานเมือง“สาขาพรรค” หมายความวา สาขาพรรคเพื่อบานเมือง“คณะกรรมการสาขาพรรค” หมายความวา คณะกรรมการสาขาพรรคเพื่อบานเมือง“ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด” หมายความวา ตัวแทนพรรคเพื่อบานเมืองประจําจังหวัด“คณะกรรมการสรรหา” หมายความวา คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคเพื่อบานเมือง หนา ๑๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ “กิจกรรม” หมายความวา การดําเนินการใด ๆ ของพรรคเพื่อบานเมืองใหเปนไปตามพันธกิจ ผานทางนโยบาย ยุทธศาสตร แผนงาน โครงการ หรือการใด ๆ เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคของปณิธานและอุดมการณทางการเมืองของพรรคที่กําหนดไว อาทิ การจัดประชุม สัมมนา เสวนาหรือการพบปะมวลชนเพื่อรับฟงปญหา ความคิดเห็นหรือแนวทางการแกไขปญหา การจัดประชุมแถลงนโยบายการประชาสัมพันธ การจัดหาสมาชิก หรือการจัดหาทุนเพื่อใชดําเนินกิจกรรมของพรรค รวมทั้งการรวมดําเนินกิจกรรมทางการเมืองกับองคการตาง ๆ เปนตน“ผูสมัครรับเลือกตั้ง” หมายความวา ผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร“พันธกิจ” หมายความวา บรรดาบทบัญญัติใด ๆ ตามที่รัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎขอบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือมติใดที่พรรคการเมืองมีหนาที่จะตองปฏิบัติใหเปนไปตามที่กําหนด“สํานักงานใหญ” หมายความวา สํานักงานใหญพรรคเพื่อบานเมืองหมวด ๑บททั่วไปสวนที่ ๑ชื่อ ชื่อยอ และภาพเครื่องหมายพรรคขอ ๕ พรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นตามขอบังคับนี้มีชื่อเรียกวา พรรคเพื่อบานเมือง มีชื่อยอภาษาไทยวา พบม. มีชื่อภาษาอังกฤษวา Party for the Country มีชื่อยอภาษาอังกฤษวา PFC.ขอ ๖ เครื่องหมายพรรคเพื่อบานเมืองและความหมาย (ตราสัญลักษณพรรค) มีดังนี้(๑) เครื่องหมายพรรคเพื่อบานเมืองมีลักษณะปรากฏตามรูปภาพดานลางนี้หนา ๑๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ โดยมีสัญลักษณเปนรูปภาพวงกลมแถบสีแดง สีขาว สีน้ําเงิน และสีเขียว มีขนาดลดหลั่นทับซอนกันลอมรอบรูปภาพวงกลมแถบสีเหลือง โดยมีขอบวงกลมของแถบสีทุกสีชิดติดกันดานลางภายในรูปภาพวงกลมแถบสีเหลือง มีชื่อยอพรรค พบม. เปนภาษาไทยสีแดง ชื่อพรรคเพื่อบานเมืองสีเขียว และชื่อพรรคเปนภาษาอังกฤษ Party for the Country และชื่อยอ PFC. สีเขียว(๒) โดยมีความหมายของเครื่องหมายพรรค ดังนี้สัญลักษณ “วงกลมแถบสีแดง สีขาว สีน้ําเงิน และสีเขียวลอมรอบแถบวงกลมสีเหลืองมีขนาดลดหลั่นทับซอนชิดติดกันดานลาง” หมายถึง พรรคที่มีอุดมการณยึดมั่นในความเปนชาติไทย(สีแดง) พระพุทธศาสนา (สีขาว) พระมหากษัตริย (สีน้ําเงิน) ประชาชน (สีเขียว) และหลักธรรมของพระพุทธศาสนา (สีเหลือง) อันแสดงถึงความสัมพันธของทุกสีที่มีตอกันอยางใกลชิดมาชานาน แตอดีตกาลจนไมอาจแยกออกจากกันได โดยมีนัยสําคัญวา พรรคเพื่อบานเมือง จะทําการพัฒนาและแกไขปญหาของประชาชนในชาติและประเทศชาติดวยหลักธรรมของพระพุทธศาสนา ในการสรางกลไกทางกฎหมายเพื่อใหทุกคน ทุกครอบครัว ตั้งแตระดับฐานรากของประเทศขึ้นมาอยางนอยสามารถเขาถึงปจจัยสี่อันมีอาหาร เครื่องนุงหม ที่อยูอาศัย และยารักษาโรค ไดทั่วถึง มีศักดิ์ศรีความเปนมนุษย มีสิทธิเสรีภาพมีความเสมอภาคเทาเทียมกันทั้งทางรัฐธรรมนูญ กฎหมาย การบังคับใชกฎหมาย ทางสังคม เศรษฐกิจการเมือง และความมั่นคง ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศสัญลักษณ “ภายในวงกลมแถบสีเหลืองมีอักษรภาษาไทยชื่อยอพรรค พบม. สีแดงชื่อพรรคเพื่อบานเมืองสีเขียว และชื่อพรรคอักษรภาษาอังกฤษ Party for the Country สีเขียวและชื่อยอ PFC. สีเขียว” หมายถึง พรรคที่มีอุดมการณยึดมั่นในความเปนชาติไทย ความสงบสุขความรัก ความสามัคคี ในหลักธรรมของพระพุทธศาสนา การเปนพรรคที่มีวิสัยทัศนกวางไกล มีความเปนสากลมีความมุงหมายใหเปนพรรคของปวงชนชาวไทยทุกคน มีการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมมีความมุงมั่นแกไขปญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกกลุมอาชีพ ทั้งภาคการเกษตรอุตสาหกรรม บริการ และอื่น ๆ ดวยบุคลากร กลไก และสมาชิกของพรรคที่มีความเขมแข็ง มีจิตสาธารณะอาสา อดทน เสียสละประโยชนสวนตนเพื่อประโยชนสวนรวม และพรอมที่จะขับเคลื่อนพันธกิจของ“พรรคเพื่อบานเมือง” รวมกับประชาชนทุกภาคสวนเพื่อใหการดําเนินการตามปณิธานและอุดมการณของพรรคที่ตั้งไว ไปสูเปาหมายสูงสุดคือความสุขของประชาชนทุกคนในชาติมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสามารถดํารงชีวิตอยูดวยความผาสุกสงบอยางยั่งยืนหนา ๒๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๓) ขนาดของเครื่องหมายพรรคใหมีขนาดตามความเหมาะสมของการใชงานแตตองมีสัดสวนความสมดุลกันทุกดาน สวนที่ ๒สถานที่ตั้งพรรคขอ ๗ พรรคเพื่อบานเมือง มีสํานักงานใหญตั้งอยูเลขที่ ๑๐ ซอย ๑๕ หมูบานเสรี ๔ถนนพระราม ๙ - ๔๓ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย ๑๐๒๕๐หมวด ๒คําประกาศปณิธาน และคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคสวนที่ ๑คําประกาศปณิธานของพรรคเพื่อบานเมืองขอ ๘ คําประกาศปณิธานของพรรคเพื่อบานเมืองมี ๔ ประการ หรือ ๔ ไทยนิยม ดังนี้(๑) พระมหากษัตริยทรงเปนประมุข(๒) ศาสนาพุทธคุมครองผองใส(๓) แผนดินนี้ตองเปนของลูกหลานไทย(๔) สังคมใหมตองแบงสรรปนสวนกันสวนที่ ๒คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคเพื่อบานเมืองขอ ๙ คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคเพื่อบานเมือง มีดังนี้(๑) พรรคเพื่อบานเมือง มีอุดมการณมุงมั่นดํารงรักษาไวซึ่งสถาบันชาติ พระพุทธศาสนาพระมหากษัตริย ประชาชน และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขโดยยึดมั่นดําเนินการตามหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และจะดํารงรักษาไวซึ่งสิทธิ หนาที่ เสรีภาพ ความเสมอภาคและศักดิ์ศรีความเปนมนุษยที่เทาเทียมกันตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย(๒) พรรคเพื่อบานเมือง มีอุดมการณมุงมั่นสงเสริมสนับสนุนและดําเนินการแกไขปญหาความเดือดรอนของประชาชนและการพัฒนาประเทศควบคูกันไปในทุกดาน ทั้งดานสังคม เศรษฐกิจการเมือง และความมั่นคง เพื่อความอยูดีกินดีมีความผาสุกของทุกคนในชาติและความมั่นคงของประเทศหนา ๒๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ โดยการสรางมาตรฐานความเปนธรรมและคุณภาพในการศึกษาทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานการอุดมศึกษา วิทยาศาสตรเทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม การศึกษาฟรีถึงระดับปริญญาตรีการเขาถึงสาธารณสุข การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย การจัดสวัสดิการ การทองเที่ยวการกีฬา การจัดที่ดินทํากินที่อยูอาศัย อาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุงหม สินคาอุปโภคบริโภคการคุมครองผูบริโภค การพัฒนา และคุมครองแรงงาน การเงินการคลัง การเกษตร การอุตสาหกรรมการพาณิชย การคมนาคม การพลังงาน การดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การขจัดภัยยาเสพติดการลดและการปองกันอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบรอยของประชาชน การทหาร การตางประเทศการรักษาความมั่นคงของชาติ การบังคับใชกฎหมายอยางเครงครัด และการสรางความมั่นคงทางประชากรเพื่อใหเกิดการสรางงาน สรางอาชีพ และสรางรายไดกระจายไปทุกพื้นที่(๓) พรรคเพื่อบานเมือง มีอุดมการณแนวแนที่จะแกไขปญหาความเดือดรอนเกี่ยวกับความทุกขยาก ความยากจนของประชาชนในชาติ ทุกคน ทุกครัวเรือน ทุกกลุมอาชีพ ทั้งที่ทํางานอยูในประเทศและตางประเทศ ดวยมาตรการสรางงาน สรางอาชีพ สรางรายได หลุดพนจากปญหาตาง ๆมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอยางทั่วถึงและมีความมั่นคงในชีวิตอยางยั่งยืนโดยการสรางมาตรการปลดหนี้ ดวยการจัดใหมีที่ดินทํากิน มีที่อยูอาศัย มีการศึกษาระดับปริญญาตรีฟรี มีการศึกษาวิชาชีพ การพัฒนาแรงงานฝมือ แรงงานวิชาชีพเพื่อการสงออกการคุมครองแรงงานอยางเหมาะสม มีสวัสดิการอยางพอเพียงแกการครองชีพ เขาถึงระบบสาธารณสุขคุณภาพได ทั้งการแพทยแผนปจจุบัน การแพทยแผนโบราณและสมุนไพรไทย การสรางอาชีพแกครัวเรือนและวิสาหกิจชุมชนหมูบาน ควบคูกับการพัฒนาดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยีในระบบอินเทอรเน็ตคอมพิวเตอร ดิจิทัล ที่มีการวิจัยตอยอดทางนวัตกรรมสูการนํามาใชไดอยางจริงจังทั้งภาครัฐ และประชาชนการสงเสริมการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม การทองเที่ยว การกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิตดั้งเดิม และการคุมครองชาวไทยกลุมชาติพันธุ และการเผยแพรหลักธรรมของพระพุทธศาสนาอยางเปนระบบจริงจังในสถาบันครอบครัว สถานศึกษาและสถานที่ทํางานอยางทั่วถึงเพื่อใหเกิดการพัฒนา จิตใจและปญญา เกิดการสรางงาน สรางอาชีพ สรางรายได มีการอยูดี กินดีหลุดพนจากความเดือดรอน หลุดพนจากความทุกขยาก หลุดพนจากความยากจน หลุดพนจากหนี้สินหลุดพนจากปญหายาเสพติด หลุดพนจากปญหาชีวิตดานตาง ๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงปราศจากโรค หนา ๒๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๔) พรรคเพื่อบานเมือง มีอุดมการณแนวแนที่จะแกไขปญหาความเดือดรอนของประชาชนทุกคนและทุกครอบครัวในเรื่องของปจจัยสี่ สิ่งจําเปนในการดํารงชีวิตพื้นฐานของมนุษยในการมีอาหาร ที่อยูอาศัย เครื่องนุงหม และยารักษาโรคอยางเพียงพอแกการดํารงชีพอยางมีคุณภาพและมีศักดิ์ศรีความเปนมนุษย ดวยมาตรการสรางงาน สรางอาชีพและสรางรายได กระจายไปทุกพื้นที่และพัฒนาใหเกิดการหลุดพนจากปญหาตาง ๆ เพื่อใหประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอยางทั่วถึงและมีความมั่นคงในชีวิตอยางยั่งยืนโดยการสรางมาตรการสงเสริมการประกอบอาชีพของประชาชนทุกคนทุกกลุมอาชีพสามารถเขาถึงแหลงทุนไดอยางทั่วถึงและเทาเทียมกัน เพื่อการปลดหนี้และการสรางงาน สรางอาชีพและสรางรายไดกระจายตัว กระจายความเจริญเกิดขึ้นอยางกวางขวางในทุกพื้นทั่วประเทศมีการหมุนเวียน ทางเศรษฐกิจ ทางการคา การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนสง การบริการทั้งขนาดเล็ก ขนาดยอมและขนาดใหญ ประชาชนสามารถประกอบอาชีพที่มีรายไดดีมีการแขงขันทางการคาไดอยางเสรีที่เปนธรรมกับผูประกอบกิจการรายใหญได ทั้งภายในประเทศและตางประเทศรวมทั้งการสรางมาตรการ ทางภาษีลดความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจสังคม(๕) พรรคเพื่อบานเมือง มีอุดมการณแนวแนในการแกไขปญหาของประชาชนและการพัฒนาประเทศเกี่ยวกับการเมืองและความมั่นคงของประเทศ โดยการยึดมั่นหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยเพื่อใหประชาชนมีความสงบสุขเรียบรอย ประเทศชาติมีการพัฒนาเจริญกาวหนาวัฒนาถาวรสืบไปโดยการสรางมาตรการกลไกในการแกไขปญหาตาง ๆ ตั้งแตการเลือกตั้ง ตองเปนไปดวยความซื่อสัตยสุจริตไมซื้อสิทธิ์ขายเสียง นักการเมืองมีคุณธรรม มีความรูความสามารถ องคกรอิสระเปนที่พึ่งของประเทศและประชาชนไดอยางแทจริง มีการพัฒนาและแกไขปญหากฎหมายที่มีความซ้ําซอนความลาชา ความขัดแยง ความไมทันสมัย ความไมมีประสิทธิภาพ ความไมเสมอภาคทางกฎหมายและการบังคับใชกฎหมาย การตีความกฎหมายที่ไมเปนธรรม ไมอยูบนพื้นฐานของหลักกฎหมายใหมีความถูกตอง เปนธรรม และการเขาถึงนโยบายแหงรัฐตาง ๆ ไดอยางมีความเสมอภาคเทาเทียมกันทั้งทางกฎหมายและการบังคับใชกฎหมาย การรักษาความมั่นคงของประเทศดวยมาตรการควบคุมการไดสัญชาติไทยและการทํางานของคนตางดาว การกระจายอํานาจในการถือครองที่ดินจากผูมีมากไปสูผูไมมีที่ดินไดมีที่ดินทํากินและอยูอาศัย มีการพัฒนาประเทศใหมีศักยภาพในการปองกันประเทศหนา ๒๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ และการแขงขันในระหวางประเทศในดานตาง ๆ ไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยพรรคจะใชวิธีการบริหารการแกไขปญหาของประชาชนและการพัฒนาประเทศในทุกดานดวยวิธีการ “การแปลงนโยบายใหเปนกฎหมาย”เพื่อใหทุกนโยบายของพรรคสูการปฏิบัติไดอยางเปนรูปธรรมจับตองไดเปนจริงและยั่งยืน หากนโยบายใดของพรรคไมมีกฎหมายรองรับ พรรคจะดําเนินการเสนอรางกฎหมายเพื่อออกเปนกฎหมายมาใชบังคับในการแกไขปญหาและพัฒนาประเทศใหไดโดยเร็ว ภายใตปณิธาน อุดมการณ และนโยบายของพรรค(๖) พรรคเพื่อบานเมือง มีอุดมการณแนวแนในการเผยแผหลักธรรมพระพุทธศาสนาเถรวาทเพื่อการพัฒนาจิตใจและปญญา เพื่อใหเกิดการสรางคนที่มีคุณธรรม การสรางงานที่มีคุณภาพในการแกไขปญหาและพัฒนาประเทศไดอยางมีประสิทธิภาพสืบไป ทั้งอุปถัมภปกปองคุมครองพระพุทธศาสนาไมใหถูกบอนทําลายไมวาดวยรูปแบบใด ๆโดยการสรางมาตรการสงเสริมใหประชาชนนําหลักธรรมของพระพุทธศาสนาฝายเถรวาทมาถือปฏิบัติเพื่อพัฒนาจิตใจและปญญา อยางนอย ๕ หลักธรรม ไดแก (๑) หลักมรรคแปดในการดํารงชีวิตประจําวันไดอยางมีความสุข อันประกอบดวยการมีปญญาหรือความเห็นชอบ ดําริชอบเจรจาชอบ ประพฤติชอบ ประกอบอาชีพชอบ มีความเพียรชอบ มีสติชอบ และมีสมาธิชอบ(๒) หลักพรหมวิหารสี่ เพื่อใหเกิดความรักความสามัคคีตอกัน ไดแก การมีเมตตา กรุณา มุทิตาและอุเบกขา (๓) หลักอิทธิบาทสี่ เพื่อใหการทํางานเกิดผลสําเร็จตามวัตถุประสงคที่ดีงาม ไดแกการมีฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา (๔) หลักหิริโอตัปปะ เพื่อใหมีความรูสึกละอายตอบาปควบคุมจิตใจไมใหประพฤติชั่วอยูเสมอ และ (๕) หลักของศีล ๕ ไดแก การไมฆาสัตว ไมลักทรัพย ไมประพฤติผิดในกามไมพูดเท็จ และไมไปเกี่ยวของกับสิ่งมึนเมาและของเสพติดทั้งปวง เพื่อใหพี่นองประชาชนในชาติอยูรวมกันไดดวยความรักความสามัคคี อยูดีกินดี มีความสุขสงบปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสินไดอยางยั่งยืนหมวด ๓นโยบายพรรคสวนที่ ๑นโยบายดานสังคมขอ ๑๐ พรรคเพื่อบานเมืองมีนโยบายดานสังคม โดยยึดมั่นการดําเนินการตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ในการจัดระบบสังคมใหประชาชนมีโอกาสไดรับประโยชนจากความเจริญเติบโตทางสังคมไปพรอมกันอยางทั่วถึง เปนธรรม และยั่งยืน สามารถพึ่งพาตนเองได ตามความมุงหมายของหนา ๒๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ รัฐธรรมนูญบัญญัติ รวมทั้งพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนขจัดความเหลื่อมล้ํา ทางสังคมที่ไมเปนธรรมใหเขาสูความเทาเทียมกันทางสังคมที่เปนธรรม และการพัฒนาเสริมสรางเพิ่มขีดความสามารถของประชาชนไดมีความรู ความสามารถ มีคุณธรรม ทางวิชาชีพในการประกอบอาชีพ ยืนอยูบนขาตนเองไดทั้งดานการทองเที่ยว การกีฬา การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย การศึกษา การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม แรงงาน วัฒนธรรม และการสาธารณสุขของประเทศในการเปนมืออาชีพทางดานเศรษฐกิจและสังคมเพื่อเพิ่มปริมาณ คุณภาพและผลตอบแทนที่ดีมีความคุมคากับการทํางานสูงขึ้น ทั้งสามารถรองรับกับการเปลี่ยนแปลงเจริญเติบโตกาวหนาทางเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอินเทอรเน็ตและนวัตกรรมไดอยางเหมาะสม โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการใชมาตรการทางกฎหมายตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการพัฒนาและแกไขปญหาทางเศรษฐกิจและสังคม เปนกลไกสงเสริมใหประชาชนเขามามีสวนรวมในการขับเคลื่อนสังคมและประเทศชาติในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ควบคูไปกับการพัฒนาทางการเมืองและความมั่นคง เปนไปอยางสมดุล โดยมีเปาหมายเพื่อประโยชนสูงสุดของปวงชนชาวไทยมีความสงบสุขเรียบรอย มีความรักสมัครสมานสามัคคี มีคุณธรรม มีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความเทาเทียมกันทางกฎหมาย ไมมีความเหลื่อมล้ําทางสังคม และพนจากความยากจน เพื่อใหประเทศชาติเขาสูการเปนประเทศที่มีความมั่นคง และประชาชนมีความมั่งคั่งอยางยั่งยืน อีกทั้งเพื่อใหประเทศสามารถเขาไปมีสวนรวมในการพัฒนา และแกไขปญหาตาง ๆ ของสังคมโลกไดอยางมีคุณภาพตลอดจนใหมีมาตรการลดความเหลื่อมล้ําทางสังคมเพื่อใหประชาชนไดมีโอกาสเขาถึงทางดานสังคมอยางเสมอภาคเทาเทียมกัน และการสงเสริมใหมีกฎหมายคุมครองการประกอบอาชีพของทุกกลุมอาชีพเพื่อใหพัฒนาและแกไขปญหาในการประกอบอาชีพของตนเองไดขอ ๑๑ พรรคเพื่อบานเมืองจะดําเนินนโยบายดานสังคมในดานตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) ดานการทองเที่ยวและกีฬา พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามกฎหมาย ในการพัฒนาอุตสาหกรรมการทองเที่ยวและการกีฬา การศึกษาดานกีฬา นันทนาการ และการอื่น ๆ โดยจะผลักดันใหมีการใชมาตรการทางกฎหมายในการปรับปรุงอุตสาหกรรมการทองเที่ยวและการกีฬาเพื่อใหเกิดการพัฒนาที่เปนประโยชนแกสังคมและประเทศชาติอยางจริงจัง ทั้งมีความสอดคลองกับการพัฒนาดานศาสนา ศิลป วัฒนธรรม ประเพณี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ในการสรางรายไดใหแกประชาชน ทองถิ่น สังคมและประเทศชาติ โดยเฉพาะหนา ๒๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ การสงเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนและประชาชนสูการเปนนักกีฬาอาชีพในประเภทตาง ๆอยางมีคุณภาพสามารถเขาสูการเปนนักกีฬาอาชีพของโลกได รวมทั้งการพัฒนาหมูบานทองเที่ยวเชิงอนุรักษศิลปวัฒนธรรมประเพณีและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม และการพัฒนาหมูบานนักกีฬาใหเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ของประเทศ รวมทั้งการสงเสริมและพัฒนาการกีฬาใหไปสูความเปนเลิศและเกิดประโยชนสูงสุดแกประชาชนและประเทศชาติ และการสงเสริมการมีธนาคารเพื่อการประกอบธุรกิจการทองเที่ยวและกีฬา(๒) ดานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการใหความคุมครองชาวไทยกลุมชาติพันธุตาง ๆใหมีสิทธิดํารงชีวิตในสังคม วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมตามความสมัครใจไดอยางสงบสุขไมถูกรบกวน ทั้งนี้ เทาที่ไมเปนการขัดตอความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเปนอันตรายตอความมั่นคงของรัฐ หรือสุขภาพอนามัย โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการใชมาตรการทางกฎหมายในการจัดระบบสวัสดิการประชาชน เพื่อเสริมสรางความเขมแข็งของครอบครัวในการจัดใหประชาชนมีที่อยูอาศัยที่ดินทํากินอยางเหมาะสม การพัฒนาการสรางเสริมสุขภาพประชาชนมีสุขภาพแข็งแรงและมีจิตใจเขมแข็ง การสงเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษยใหเปนพลเมืองที่ดี มีคุณภาพและความสามารถสูงขึ้น และเพื่อเปนมาตรการรองรับการใหความชวยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผูสูงอายุคนพิการ ผูยากไร และผูดอยโอกาสใหสามารถดํารงชีวิตไดอยางมีคุณภาพ และคุมครองปองกันมิใหบุคคลดังกลาวถูกใชความรุนแรงหรือปฏิบัติอยางไมเปนธรรม รวมตลอดทั้งใหการบําบัด ฟนฟูและเยียวยาผูถูกกระทําการอยางเหมาะสม อีกทั้งพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการจัดสรรงบประมาณอยางเปนธรรมและมีความเสมอภาคเทาเทียมกันโดยคํานึงถึงความจําเปนและความตองการที่แตกตางกันของเพศ วัยและสภาพของบุคคล ตลอดจนสงเสริมใหประชาชนมีความสามารถในการทํางานอยางเหมาะสมกับศักยภาพและวัยและใหมีงานทํา และใหมีการคุมครองผูใชแรงงานใหไดรับความปลอดภัยและมีสุขอนามัยที่ดีในการทํางาน ไดรับรายได สวัสดิการ การประกันสังคมและสิทธิประโยชนอื่นที่เหมาะสมแกการดํารงชีวิต และการสงเสริมการออมเพื่อการดํารงชีวิตเมื่อพนวัยทํางานรวมทั้งสงเสริมใหมีการจัดตั้งธนาคารเพื่อสังคมสําหรับผูมีรายไดนอยหรือไมมีรายไดเขาถึงแหลงทุนไดโดยอาจไมมีดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ํา ตลอดจนการจัดใหผูไมมีที่ดินที่อยูอาศัยทํากินมีที่ดินอยูอาศัยทํากินอยางนอยคนละ ๑๐ ไร หรือพอเพียงแกการเลี้ยงชีพหนา ๒๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๓) ดานการศึกษา พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการดําเนินการใหเด็กทุกคนไดรับการศึกษาเปนเวลาสิบสองป ตั้งแตกอนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอยางมีคุณภาพโดยไมเก็บคาใชจายอยางจริงจัง ทั้งการสงเสริมใหมีมาตรการเรียนฟรีตั้งแตระดับอนุบาลถึงปริญญาตรี โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีมาตรการทางกฎหมายปองกันมิใหสถานศึกษาเรียกเก็บคาใชจายใด ๆ ในสวนที่รัฐมีหนาที่จะตองจัดใหมีในการเรียนการสอนโดยตรงการจัดใหมีสถานเลี้ยงดูและการเรียนรูของเด็กเล็กใหไดรับการดูแลและพัฒนา กอนเขารับการศึกษาเพื่อพัฒนารางกาย จิตใจ วินัย อารมณ สังคมและสติปญญาใหสมกับวัยอยางทั่วถึง โดยผลักดันใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นและภาคเอกชนเขามีสวนรวมในการดําเนินการอยางจริงจัง รวมทั้งการสงเสริมใหประชาชนไดรับการศึกษาในระบบตาง ๆ ไดตามความตองการ รวมทั้งสงเสริมใหมีการเรียนรูตลอดชีวิต การสงเสริมการเรียนวิชาชีพเพื่อการสงออก การจัดใหมีการรวมมือกันระหวางรัฐองคกรปกครองสวนทองถิ่น และภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ ใหการจัดการศึกษาอยางมีคุณภาพและไดมาตรฐานสากล ควบคูกับการพัฒนาการเปนคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ มีความสามารถเชี่ยวชาญไดตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบตอครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติการผลักดันใหมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อชวยเหลือผูขาดแคลนทุนทรัพยใหไดรับการศึกษาอยางเต็มที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ําในการศึกษา และเพื่อเสริมสรางการพัฒนาศักยภาพครูผูสอนในทุกระดับใหมีความรูความสามารถถายทอดความรูสูผูรับการศึกษาในการรองรับการเปลี่ยนแปลงทางสถานการณของโลกไดอยางมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ตลอดจนยกเลิกการทําผลงานเพื่อเลื่อนตําแหนงที่สูงขึ้น(๔) ดานการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการจัดใหมีและสงเสริมการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตรเทคโนโลยีและศิลปวิทยาการแขนงตาง ๆ ใหเกิดความรู การพัฒนาและนวัตกรรม เพื่อความเขมแข็งของสังคมและเสริมสรางความสามารถของคนในชาติ โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการศึกษาคนควาวิจัยในดานตาง ๆ เพื่อการพัฒนาสังคม ประเทศและสังคมโลกอยางจริงจัง โดยจะสนับสนุนใหมีทุนศึกษาวิจัยในดานตาง ๆ เพิ่มมากขึ้นใหเพียงพอตอความตองการศึกษาวิจัยทั้งจะสนับสนุนใหนําผลการวิจัยที่มีคุณภาพและเปนประโยชนตอเศรษฐกิจสังคม และประเทศชาติมาดําเนินการพัฒนาตอยอดใหเกิดเปนรูปธรรม โดยเฉพาะการศึกษาวิจัยดานพลังงาน การเกษตรหนา ๒๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ อุตสาหกรรมไฟฟา อิเล็กทรอนิกส อินเทอรเน็ต คอมพิวเตอร ซอฟตแวร วิทยาศาสตร เทคโนโลยีและนวัตกรรมดานตาง ๆ ตลอดจนจะผลักดันใหเกิดการพัฒนาเมืองศูนยกลางการศึกษาของประเทศใหเกิดขึ้นโดยเร็วเพื่อใหเปนที่ยอมรับในระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ และเปนสากล(๕) ดานแรงงาน พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการใหมีระบบแรงงานสัมพันธที่ทุกฝายที่เกี่ยวของมีสวนรวมในการดําเนินการอยางเปนธรรม โดยใหผูใชแรงงานไดรับคาตอบแทนอยางคุมคาและเพียงพอตอการดํารงชีวิตของตนเองและครอบครัวไดอยางมีคุณภาพ รวมทั้งการสงเสริมใหประชาชนมีความสามารถในการทํางานอยางเหมาะสมกับศักยภาพและวัยและการใหมีงานทําอยางทั่วถึง ตลอดจนการผลักดันมีการใชมาตรการทางกฎหมายในการคุมครองผูใชแรงงานใหไดรับความปลอดภัยมีสุขอนามัยที่ดีในการทํางาน ไดรับรายไดสวัสดิการ การประกันสังคม สิทธิประโยชนตาง ๆ และการออมที่เหมาะสมแกการดํารงชีวิตอยางมีคุณภาพในวัยทํางานและในวัยสูงอายุ และการสงเสริมใหมีการพัฒนาแรงงานวิชาชีพเพื่อสงออกแรงงานและแรงงานฝมือและการจัดตั้งธนาคารเพื่อแรงงาน ตลอดจนจะสงเสริมใหมีการออกกฎหมายคุมครองการประกอบอาชีพทุกกลุมอาชีพเพื่อการพัฒนาและแกไขปญหาในการประกอบอาชีพของตนเอง เพื่อใหมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพยืนอยูบนขาตนเองได(๖) ดานวัฒนธรรม พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการสรางอัตลักษณและอนุรักษวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวไทย และกลุมชาวไทยชาติพันธุมีคุณภาพชีวิตที่ดี และนําจุดเดนทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและการสงเสริมการทองเที่ยวโดยพรรคเสนอจะผลักดันใหมีมาตรการทางกฎหมายในการอุปถัมภและคุมครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ใหอยูในกรอบของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญบัญญัติโดยคํานึงถึงอํานาจอธิปไตยเปนของปวงชนชาวไทยในการรองรับการถือเสียขางมากเปนสําคัญ ในการอุปถัมภและคุมครองพระพุทธศาสนาอันเปนศาสนาที่ประชาชนชาวไทยสวนใหญของประเทศ ใหการนับถือมาชานานใหเปนศาสนาแหงชาติ รวมทั้งการสงเสริมและสนับสนุนใหมีการจัดการศึกษาในการเผยแผหลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาทอยางนอยใน ๕ หลักธรรมหลัก คือ หลักมรรคแปดหลักพรหมวิหารสี่ หลักอิทธิบาทสี่ หลักหิริโอตัปปะ และหลักศีล ๕ ในสถาบันการศึกษาทุกระดับหนา ๒๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ทุกสถานการศึกษาทั่วประเทศ และสถาบันครอบครัวพุทธศาสนิกชน เพื่อใหเกิดการพัฒนาจิตใจใหมีคุณธรรมรักความสุจริตรักความเปนธรรมความถูกตองและเกิดปญญาในการพัฒนาตนเอง สังคมและประเทศชาติใหเจริญกาวหนาอยางมั่นคงและยั่งยืน ตลอดจนจะผลักดันใหมีมาตรการทางกฎหมายในการสรางกลไกใหพุทธศาสนิกชนเขามามีสวนรวมในการอุปถัมภปกปองคุมครองปองกันมิใหมีการบอนทําลายพระพุทธศาสนาไมวาในรูปแบบใด ๆ(๗) ดานสาธารณสุข พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการจัดใหประชาชนไดรับบริการสาธารณสุขที่ดีมีประสิทธิภาพอยางทั่วถึงเปนธรรมมีความเสมอภาค และเสริมสรางใหประชาชนมีความรูพื้นฐานเกี่ยวกับการสงเสริมสุขภาพและการปองกันโรคการพัฒนาภูมิปญญาดานแพทยแผนไทยใหเกิดประโยชนสูงสุด โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีมาตรการทางกฎหมายในการจัดตั้งกระทรวงการแพทยแผนโบราณและสมุนไพรไทย ในการทําหนาที่พัฒนาการรักษาโรคดวยวิธีการแพทยแผนโบราณในดานสาขาการแพทยแผนไทยใหมีการพัฒนาเจริญกาวหนาควบคูไปกับการรักษาโรคดวยวิธีการแพทยแผนปจจุบัน โดยการใหมีการจัดตั้งกระทรวงการแพทยแผนโบราณและสมุนไพรไทย และเพื่อใหมีหนวยงานในการพัฒนา ศึกษาคนควาวิจัย รักษาและการควบคุมกํากับดูแลวิธีการรักษาโรคดวยวิธีการแพทยแผนโบราณในสาขาการแพทยแผนไทยการแพทยแผนจีน และการแพทยแผนอื่น ๆ ดําเนินไปอยางมีคุณภาพและความปลอดภัยในการใชบริการของประชาชนไดอยางเปนระบบ รวมทั้งการอนุรักษและพัฒนาสมุนไพรไทยชนิดตาง ๆ ตลอดจนวิธีการรักษาทางกายภาพอยางอื่นที่มีการถายทอดความรูมาแตโบราณไดคงอยูไมสูญหาย เพื่อเปนการสงเสริมและสนับสนุนใหประชาชนมีทางเลือกในการรักษาโรค การสงเสริมสุขภาพ การควบคุมและปองกันโรคการรักษาพยาบาล และการฟนฟูสุขภาพ ไดเพิ่มมากขึ้น และเพื่อเปนการสงเสริมและสนับสนุนใหผูประกอบอาชีพการรักษาโรคดวยวิธีการแพทยแผนโบราณ ในสาขาการแพทยแผนไทย สาขาการแพทยจีนและสาขาการแพทยแผนอื่น ๆ มีมาตรฐานในการประกอบอาชีพ สามารถสรางรายไดแกตนเองครอบครัวสังคมและประเทศชาติไดอยางมีคุณภาพ ปลอดภัยและมีความมั่นคงอยางยั่งยืนตอไป รวมทั้งสงเสริมการเขาถึงการรักษาโรคทั้งดานการรักษาโรคดวยวิธีการแพทยแผนปจจุบัน ควบคูไปกับดานการรักษาโรคดวยวิธีการแพทยแผนโบราณอยางทั่วถึงในทุกพื้นที่ของประเทศดวยมาตรฐานการรักษาอยางเสมอภาคเทาเทียมกันรวมทั้งการสงเสริมการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อการผลิตยาสมุนไพรและการสงออกพืชและยาสมุนไพรหนา ๒๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ สวนที่ ๒นโยบายดานเศรษฐกิจขอ ๑๒ พรรคเพื่อบานเมืองมีนโยบายดานเศรษฐกิจ โดยยึดมั่นการดําเนินการตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ในการจัดระบบเศรษฐกิจใหประชาชนมีโอกาสไดรับประโยชนจากความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไปพรอมกันอยางทั่วถึง เปนธรรม และยั่งยืน สามารถพึ่งพาตนเองไดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใหมีมาตรการควบคุมราคาสินคาและบริการใหอยูในราคาที่ต่ําลงเหมาะสมกับสภาวะการดํารงชีพของประชาชนสวนใหญของประเทศที่มีรายไดนอย ขจัดการผูกขาดทางเศรษฐกิจที่ไมเปนธรรมขจัดการคาการลงทุนของตางดาวที่จะสงผลกระทบตอประเทศชาติ และประชาชนอยางรายแรงในอนาคตและพัฒนาความสามารถของประชาชนในการแขงขัน ทางเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและตางประเทศและการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประชาชน การรักษาผลประโยชนสวนรวม และการจัดใหมีสาธารณูปโภคระบบการพัฒนาแหลงน้ําขนาดใหญ ไฟฟา รวมทั้งการจัดทําระบบบริการสาธารณะรองรับการประกอบอาชีพของเกษตรกร อุตสาหกรรม และของประชาชนอยางเพียงพอและเหมาะสมตลอดจนใหมีมาตรการลดความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจใหประชาชนไดมีโอกาสเขาถึงทางแหลงทุนเศรษฐกิจอยางเสมอภาคเทาเทียมกัน และการสงเสริมใหมีกฎหมายคุมครองการประกอบอาชีพของทุกกลุมอาชีพเพื่อใหการพัฒนาและแกไขปญหาในการประกอบอาชีพของตนเองมีความมั่นคงยืนอยูบนขาของตนเองไดขอ ๑๓ พรรคเพื่อบานเมืองจะดําเนินนโยบายดานเศรษฐกิจในดานตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) ดานการคลัง พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการรักษาวินัยการเงินการคลังอยางเครงครัดเพื่อใหฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคงอยางยั่งยืนตามกฎหมายวาดวยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และจะผลักดันใหมีการจัดระบบการจัดเก็บภาษีใหเกิดความเพื่อบานเมืองและความเปนธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ําทางสังคมและทางเศรษฐกิจใหลดนอยลงใหไดมากที่สุด และกระจายรายไดจากภาษีนั้นกลับคืนสูประชาชนชุมชน สังคมและประเทศชาติเพื่อใหเกิดการพัฒนาอยางมั่นคงเพื่อบานเมืองเปนธรรมและทั่วถึงโดยพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนใหมีมาตรการดานการคลังในการแบงสันปนสวนจากผูมีรายไดมากสูผูมีรายไดนอยอยางเปนระบบดวยมาตรการจัดเก็บภาษีจากผูใชทรัพยากรมากและกอใหเกิดมลภาวะมากเสียภาษีมาก ผูมีรายไดมากเสียภาษีมาก ผูมีที่ที่ดินมากเสียภาษีมาก เปนตน รวมทั้งจัดใหมีมาตรการหนา ๓๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ สวัสดิการชวยเหลือประชาชนในดานตาง ๆ ใหสามารถดํารงชีวิตอยูไดอยางมีคุณภาพอยางยั่งยืนและมีความสุขโดยจะสงเสริมใหประชาชนเขามามีสวนรวมในการดําเนินการตามรัฐธรรมนูญในรูปแบบของระบบกองทุนและระบบสหกรณอยางจริงจังเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนการผลักดันใหมีแหลงทุนเพื่อแกไขปญหาของประชาชนในหมูบานในรูปแบบธนาคารชุมชนหรือธนาคารหมูบาน เพื่อใหประชาชนมีสวนรวมในการพัฒนาและแกไขปญหาตาง ๆ ชุมชนหรือหมูบานทั้งในดานเศรษฐกิจและสังคมดวยตนเองทั้งในระดับหมูบานทองถิ่น และภูมิภาคของประเทศ(๒) ดานการเกษตรและสหกรณ พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการสรางความสามารถใหประชาชนในการแขงขันทางการเกษตรและสหกรณโดยจัดใหมีมาตรการหรือกลไกชวยเหลือใหเกษตรกรประกอบเกษตรกรรมไดอยางมีประสิทธิภาพไดผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัย สงเสริมการใชปุยธรรมชาติ เลิกใชสารเคมีฆาแมลงโดยใชตนทุนต่ําและสามารถแขงขันในตลาดภายในประเทศและตลาดโลกได โดยใชมาตรการผานทางกฎหมายในการควบคุมการผลิต การกําหนดราคาผลผลิต การจําหนายผลผลิต และการแบงสันปนสวนที่ควรจะไดระหวางผูที่เกี่ยวของกับการเกษตรอยางเปนธรรม ทั้งจะผลักดันชวยเหลือเกษตรกรผูยากไรผูดอยโอกาส และเกษตรกรที่ไมมีที่ดินทํากินเปนของตนเองไดมีที่ดินทํากินเปนกรรมสิทธิ์ของตนเองโดยใชมาตรการทางกฎหมายวาดวยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือวิธีอื่นใดที่เหมาะสมตามสถานการณโดยการเปดโอกาสใหมีการเชาซื้อหรือซื้อที่ดินของ ส.ป.ก. ได เพื่อใหประชาชนสามารถทําประโยชนในที่ดินไดรับไปนั้นไดอยางแทจริง รวมทั้งจะเรงผลักดันใหมีการจัดการทรัพยากรน้ําที่มีคุณภาพอยางเพียงพอตอความตองการของประชาชนในการอุปโภค บริโภค การประกอบเกษตรกรรมอุตสาหกรรม และการอื่น ๆ โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะสนับสนุนและผลักดันใหมี การพัฒนาแหลงน้ําขนาดใหญทั่วประเทศ ไดแก การพัฒนาแหลงน้ําในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยการผันน้ําจากแมน้ําโขงสงเขาแมน้ําเลย แมน้ําชี แมน้ํามูล และกระจายไปเก็บทุกพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อใหประชาชนใชในการบริโภค อุปโภค และประกอบการเกษตร และอุตสาหกรรมอยางเพียงพอในทุกฤดูกาลรวมทั้งสงเสริมการพัฒนาแหลงน้ําขนาดใหญในภาคเหนือภาคกลางและภาคใต ใหมีการพัฒนาแหลงน้ําสําคัญ ๆในทําเดียวกันในทุกภาคของประเทศ ตลอดจนใหมีมาตรการการแกไขปญหาและพัฒนาสงเสริมสนับสนุน คุมครอง และสรางเสถียรภาพใหแกระบบสหกรณประเภทตาง ๆ ดวยการสงเสริมการตั้งกระทรวงสหกรณ เพื่อใหเปนประโยชนตอประชาชนมากยิ่งขึ้นหนา ๓๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๓) ดานคมนาคม พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานของประเทศในมิติตาง ๆ ใหครอบคลุมทั้งโครงขายระบบคมนาคมและขนสงทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ใหสามารถรองรับการการคมนาคมและขนสงที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีใหม ๆ ที่เกิดขึ้นไดอยางเหมาะสมและทั่วถึง โดยจะสงเสริมและผลักดันใหมีการพัฒนาทางพาณิชยนาวี เพื่อใหสามารถรองรับการขนสงทางทะเลไดอยางมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว การพัฒนาเสนทางคมนาคมขนสงทางน้ําระหวางประเทศในการขุดคลองเชื่อมระหวางทะเลฝงอาวไทยกับทะเลฝงอันดามัน เพื่อใหประเทศมีรายไดจากการใชเสนทางเดินเรือผานคลองดังกลาวและเพื่อใหเกิดการพัฒนาเศรษฐกิจในบริเวณพื้นที่ภาคใตมีโอกาสเจริญ เติบโตขึ้นโดยเร็ว ตลอดจนจะผลักดันใหมีการพัฒนาการขนสงรถไฟฟาความเร็วสูงเชื่อมโยงเสนทางเศรษฐกิจในทุกภูมิภาคของประเทศตั้งแตภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตกและภาคใต ในการรองรับการพัฒนาเสนทางขนสงทะเลดังกลาว และจะผลักดันใหมีการพัฒนาการขนสงทางราง ทางน้ําและทางอากาศที่มีคุณภาพ ปลอดภัย สะดวกรวดเร็ว และประหยัด ในทุกเสนทางคมนาคมขนสงทางเศรษฐกิจของประเทศใหเกิดขึ้นอยางทั่วถึงโดยเร็ว เพื่อใหตนทุนการขนสงต่ําลงมีรายไดเขาประเทศเพิ่มขึ้น รวมทั้งการเรงรัดพัฒนาเสนทางคมนาคมใหเขาถึงทุกพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่เมืองใหไดรับ ความสะดวกในการเดินทางอยางทั่วถึงทั่วประเทศ(๔) ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการอนุรักษ คุมครอง บํารุงรักษา ฟนฟู บริหารจัดการใชและการจัดใหมีการใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดลอม และความหลากหลาย ทางชีวภาพใหเกิดประโยชนอยางสมดุลและยั่งยืน โดยใหประชาชนและชุมชนในหมูบาน ทองถิ่น ภูมิภาคที่เกี่ยวของมีสวนรวมดําเนินการและไดรับประโยชนจากการดําเนินการดังกลาวโดยตรง ถาการใดที่มีผลกระทบตอทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดลอม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือมีสวนไดเสียสําคัญอื่นใดตอประชาชน ชุมชน หมูบาน ทองถิ่น หรือสิ่งแวดลอมอยางรุนแรง พรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการศึกษาและประเมินผลกระทบตอคุณภาพสิ่งแวดลอมและสุขภาพของประชาชน หรือชุมชนโดยจัดใหมีการรับฟงความคิดเห็นของผูมีสวนไดเสียและประชาชนและชุมชนในหมูบาน หรือทองถิ่นที่เกี่ยวของกอน รวมทั้งจะสงเสริมและสนับสนุนใหภาครัฐมีมาตรการ ใหประชาชนมีโอกาสเขามามีสวนรวมหนา ๓๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ กับภาครัฐในการทําประโยชนหรือประกอบอาชีพในพื้นที่ปาไม พื้นที่ปาสงวนแหงชาติและพื้นที่อนุรักษภายใตเงื่อนไขการอนุรักษและคาตอบแทนที่รัฐควรจะไดอยางเหมาะสม รวมทั้งสงเสริมใหมีการพัฒนาดานชีวภาพทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม และการใหมีมาตรการแกไขปญหาการอยูอาศัยของประชาชนในพื้นที่ปาไม ปาสงวน ปาตนน้ํา และปาอนุรักษใหหมดไป ตลอดจนการสนับสนุนใหมีการพัฒนาแหลงน้ําขนาดใหญที่ผานพื้นที่ ปาตาง ๆ ดังกลาวเพื่อประโยชนของประชาชนและประเทศอยางยั่งยืน(๕) ดานดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐ ในการผลักดันใหภูมิภาคอาเซียนเปน Digital Hub กับการพัฒนาซอฟแวรในดานตาง ๆ และชุดตาง ๆ ที่มีคุณภาพ เพื่อใหมีการนํามาใชในกิจการผานทางระบบ Computerและระบบ Internet ไดอยางหลากหลาย ทั้งในงานขอมูลขาวสาร การสื่อสาร โทรคมนาคม การวิจัยวิเคราะห การตรวจสอบ กํากับ ควบคุม ดูแล และการประเมินผล เพื่อใหประชาชนของประเทศมีการศึกษาพัฒนาในดานดิจิทัลเพื่อสงเสริมและสนับสนุนงานทางดานเศรษฐกิจ สังคม การเมืองความมั่นคงไดอยางมีคุณภาพและประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันประเทศไทยเปนศูนยกลางการพัฒนาการผลิตดาน Hardware และ Software ชุดขอมูลตาง ๆ ที่ใชในระบบ Computerผานทางระบบ Internet ของอาเซียน เพื่อใหกาวทันการเจริญเติบโตทางดิจิทัลที่มีอยูตลอดเวลาเพื่อใหผูประกอบการธุรกิจทั้งดานเศรษฐกิจ และสังคมสามารถนํามาใชสนับสนุนเพิ่มพูนประสิทธิภาพและคุณภาพของการทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพรวดเร็ว รวมทั้งพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนผลักดันใหมีการนําระบบดิจิทัลมาใชในการบริหารจัดการแกไขปญหาการผูกขาดในทางธุรกิจ การสื่อสารและโทรคมนาคม เพื่อใหเกิดการกระจายการประกอบธุรกิจในดานนี้สูประชาชนไดอยางเสรีกวางขวางมากขึ้นรวมทั้งจะผลักดัน การเปดใหมีการแขงขันทางธุรกิจในการประมูลคลื่นความถี่ไดอยางเสรีกวางขวางเพื่อเปดโอกาส ใหผูประกอบการขนาดกลางและขนาดยอมสามารถเขาถึงได เพื่อลดการผูกขาดของธุรกิจขนาดใหญลง ใหเกิดความสมดุลเพื่อบานเมืองเทาเทียม อีกทั้งจะสนับสนุนใหประชาชนผูมีรายไดนอยสามารถเขาถึงอุปกรณและเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมที่มีคุณภาพในราคาและคาใชจายที่เหมาะสมและเปนธรรม หนา ๓๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๖) ดานพลังงาน พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการสงเสริมการอนุรักษพลังงานและการใชพลังงานอยางคุมคา รวมทั้งพัฒนาและสนับสนุนใหมีการผลิตและการใชพลังงานทางเลือกเพื่อเสริมสรางความมั่นคงดานพลังงานอยางยั่งยืนและเปนธรรม โดยเฉพาะพลังงานดานน้ํามันและกาซธรรมชาติของประเทศที่มีอยูเปนจํานวนมากโดยพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการนําแหลงน้ํามันดิบและแหลงกาซธรรมชาติใตดินและใตทะเลของประเทศที่ผลิตไดเองมาใชภายในประเทศใหเพียงพอไดในราคาถูกกอนนําสงออกขายตางประเทศและสามารถควบคุมราคาตามมาตรฐานของความเปนจริงไดอยางเปนธรรมโดยเฉพาะการควบคุมใหราคาน้ํามันเชื้อเพลิงมีราคาต่ําลง รวมทั้งจะผลักดันใหประชาชนเขามามีสวนรวมในการพัฒนาและจัดหาแหลงพลังงานธรรมชาติบริสุทธิ์เพื่อลดมลพิษภาวะโลกรอนมาใชทดแทนแหลงพลังงานน้ํามันและกาซลงใหไดมากขึ้นเปนลําดับจนถึงขั้นนํามาทดแทนและเลิกใชแหลงพลังงานน้ํามันและกาซธรรมชาติไดในที่สุดโดยเฉพาะการสงเสริมการพัฒนา การผลิต และการใชพลังงานทางเลือกตาง ๆ ตั้งแตพลังงานจากแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย พลังงานลม พลังงานน้ํา พลังงานความรอน และพลังงานในรูปแบบอื่น ๆรวมทั้งพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการกําหนดมาตรการปองกันและรักษาความสมดุลและคุณภาพทางธรรมชาติและสิ่งแวดลอมของประเทศเพื่อลดปญหาโลกรอนอันเปนปญหาสําคัญของโลกปจจุบันใหเปนรูปธรรมเกิดขึ้นใหไดโดยเร็ว โดยผานมาตรการพัฒนา การมีและการใชดานพลังงานของประเทศเปนสําคัญเพื่อใหประชาชนไดมีโอกาสเขามามีสวนรวมในการพัฒนา การผลิตและการใชพลังงานทางเลือกไดอยางจริงจัง รวมทั้งสรางมาตรการกลไกกําหนดราคาน้ํามันและกาชจําหนาย ใหแกประชาชนในประเทศในราคาที่มีราคาต่ําลงใกลเคียงประเทศเพื่อนบาน โดยไมเอาเปรียบผูบริโภค และเพื่อสงผลตอความมั่นคงดานพลังงานอยางยั่งยืนของประเทศตอไป(๗) ดานพาณิชย พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการผลักดันใหหนวยงานที่เกี่ยวของกับการพาณิชยทุกสวนประสานการดําเนินการขับเคลื่อนรวมกับภาคประชาชนในการจัดหาตลาดจําหนายสินคาในตางประเทศใหไดอยางกวางขวางครอบคลุมในทุกภูมิภาคของโลกโดยเฉพาะสินคาทางการเกษตรและอุตสาหกรรมและบริการ เพื่อใหเกิดอํานาจการเจรจาตอรองทางการคาไดอยางมีคุณภาพทั้งการกําหนดราคาขายและปริมาณการสงออกสินคาทั้งภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรมทุกประเภทที่มีของประเทศ เพื่อใหประชาชน ผูประกอบการหนา ๓๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ไดรับผลตอบแทน การประกอบการอยางคุมคากับการลงทุนผลิต ตลอดจนการผลักดันใหมีรานคากลางของชุมชุน หรือหมูบาน โดยประชาชนในชุมชนหรือหมูบานมีสวนรวมในกิจการรานคากลางหรือรานคาชุมชนนั้นโดยตรงเพื่อลดการผูกขาดทางการคาจากทุนขนาดใหญกระจายสูทุนขนาดยอมและขนาดยอยไดอยางทั่วถึง รวมทั้งพรรคเพื่อบานเมืองจะสนับสนุนการพัฒนาและสงเสริมใหประชาชนประกอบธุรกิจการพาณิชยอิเล็กทรอนิกส (electronic commerce) หรืออีคอมเมิรซ(e-commerce) หรือพาณิชยกรรมออนไลน ในการทําธุรกรรมผานสื่ออิเล็กทรอนิกสในทุกชองทางที่เปนอิเล็กทรอนิกสมากขึ้น เพื่อลดตนทุน การผลิตและขายสินคาใหสามารถแขงขันทางธุรกิจกับผูประกอบการธุรกิจขนาดใหญได โดยใหประชาชน ฐานรากของประเทศในระดับชุมชนหมูบานเขาถึงสามารถจับตองการประกอบธุรกิจในดานการพาณิชยอีเล็กทรอนิกสไดโดยตรงอยางจริงจังโดยผานมาตรการทางกฎหมายการพัฒนาและสงเสริมการพาณิชยอีเล็กทรอนิกสที่เปนระบบอยางเปนธรรมและทั่วถึง เพื่อเปนการลดการผูกขาดทางธุรกิจขนาดใหญลงและสามารถกระจายการประกอบธุรกิจดังกลาวสูประชาชนผูประกอบธุรกิจขนาดกลางขนาดยอม และยอยได รวมทั้งผลักดันใหมีมาตรการสงเสริมและสนับสนุนการใหบริการของธนาคารแกประชาชน ผูประกอบกิจการขนาดกลาง ขนาดยอมและขนาดยอย(SMEs) ใหไดรับบริการปริมาณทุนสนับสนุน ในสัดสวนที่เหมาะสมกับปริมาณทุนของผูประกอบการขนาดใหญตลอดจนสงเสริมใหมีมาตรการควบคุมราคาสินคาบริโภคอุปโภคและบริการใหมีราคาถูกลงเหมาะสมกับสภาวะการครองชีพของประชาชนดํารงชีวิตอยูไดอยางมีคุณภาพ(๘) ดานอุตสาหกรรม พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการสงเสริมและสนับสนุนกิจการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดยอม และขนาดยอย (SMEs)ของประชาชน และชุมชน โดยผลักดันใหมีกฎหมายวาดวยสภาวิสาหกิจไทย ในการทําหนาที่เปนองคกรกลาง และตัวแทนของ SMEs ในการประสานงานระหวางภาครัฐ ภาคเอกชน การพัฒนาการจัดหาแหลงทุน และการแกไขปญหาของตนเอง ทั้งนี้ เพื่อเปนการเสริมสรางการพัฒนาการกระจายงบประมาณของรัฐและการจัดเก็บภาษีอากรของรัฐสูผูประกอบการ SMEs ไดอยางทั่วถึงเปนธรรมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งจะผลักดันแนวทางยุทธศาสตรชาติในการนําโครงสรางพื้นฐานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และดิจิทัล และการปรับสภาพแวดลอมมาใชประโยชนตอการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการในปจจุบันและอนาคตใหมีความทันสมัยสามารถรองรับการเจริญเติบโตทางอุตสาหกรรมของประเทศและของโลก ไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนหนา ๓๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ในการเพิ่มศักยภาพของผูประกอบการ ดวยมาตรการทางกฎหมายสงเสริมและพัฒนาดานอุตสาหกรรมใหมีการกระจายตัวเกิดขึ้นในทุกจังหวัดทุกภูมิภาคของประเทศและสงเสริมใหมีการพัฒนาคุณภาพของบุคลากรจากรุนสูรุนสูอนาคตของผูประกอบการรุนใหมที่มีคุณภาพสูงขึ้นไปเปนลําดับ ตลอดจนการผลักดันใหประเทศไทย มีการพัฒนาไปสู Industry hub แหงอาเซียน ทั้งนี้ เพื่อใหเกิดการนํามาซึ่งรายไดทางอุตสาหกรรมเขาสูประเทศที่มีมูลคามหาศาลมากขึ้นและมีความคุมคาแกการใชทรัพยากรในการผลิตการจําหนายและการใหบริการในแตละสาขาอยางเหมาะสมสวนที่ ๓นโยบายดานการเมืองขอ ๑๔ พรรคเพื่อบานเมืองมีนโยบายดานการเมือง โดยยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข อํานาจอธิปไตยเปนของปวงชนชาวไทย หนาที่ของปวงชนชาวไทยสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยและการใชอํานาจรัฐ รวมทั้งสงเสริมใหประชาชนและชุมชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขและมีสวนรวมในการพัฒนาประเทศดานตาง ๆ การจัดทําบริการสาธารณะทั้งในระดับชาติ และระดับทองถิ่นการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐการตอตานการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมตลอดทั้งการตัดสินใจทางการเมืองและการอื่นใดบรรดาที่อาจมีผลกระทบตอประชาชน หรือชุมชนตามรัฐธรรมนูญ โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนดําเนินงานทางการเมือง โดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุ การพัฒนาดานจิตใจการพัฒนาดานความรูความสามารถ และความผาสุกของสมาชิก และประชาชน ควบคูกันไปอยางมีนัยสําคัญกับการพัฒนาการเมือง รวมใหมีมาตรการลดความเหลื่อมล้ําทางดานการเมืองขอ ๑๕ พรรคเพื่อบานเมืองจะดําเนินนโยบายดานการเมืองในดานตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) ดานระบอบการปกครอง พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ประเทศไทยเปนราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบงแยกไมได โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนการสงเสริมศักดิ์ศรีความเปนมนุษยสิทธิออกเสียง เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ใหไดรับความคุมครองตามรัฐธรรมนูญอยางเสมอภาคเทาเทียมกันอยางทั่วถึง ตลอดจนสงเสริมการมีสวนรวมในทางการเมืองของประชาชนทั้งบุรุษและสตรีทุกกลุม ในการทําหนาที่เพื่อตอบสนองความตองการของชุมชน และสังคมภายใตกรอบของกฎหมายอยางมีคุณธรรมและความสามารถ ทั้งในระดับทองถิ่น ภูมิภาค ประเทศและสังคมโลกหนา ๓๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๒) ดานอํานาจอธิปไตย พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนในอํานาจอธิปไตยเปนของปวงชนชาวไทยใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญบัญญัติอยางเปนรูปธรรม ประชาชนสามารถจับตองรับรูและใชอํานาจอธิปไตยนั้นไดอยางแทจริง โดยผานกระบวนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ทางอํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร และอํานาจตุลาการและกระจายอํานาจอธิปไตยไปสูประชาชนในฐานรากของประเทศหรือระดับหมูบานจับตองไดอยางแทจริง(๓) ดานหนาที่ของปวงชนชาวไทย พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนในหนาที่ของปวงชนชาวไทยใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญบัญญัติ ในการพิทักษรักษาไวซึ่งชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การปองกันประเทศการพิทักษรักษาเกียรติภูมิผลประโยชนของชาติและสาธารณสมบัติของแผนดิน การปองกันและบรรเทาสาธารณภัยการปฏิบัติตามกฎหมายอยางเครงครัด การเขารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ การรับราชการทหารการเคารพและไมละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น การกระทําใด ๆ ที่ไมกอใหเกิดความแตกแยกหรือเกลียดชังในสังคม การไปใชสิทธิเลือกตั้งและลงประชามติ การรวมมือและสนับสนุนการอนุรักษและคุมครองสิ่งแวดลอมทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และมรดกทางวัฒนธรรมการเสียภาษีอากร และการปองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในทุกรูปแบบ(๔) ดานสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนการใชสิทธิและเสรีภาพของบุคคลในการมีและใชสิทธิตาง ๆ ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติการตรากฎหมาย การเสมอกันของบุคคลในกฎหมาย ชายและหญิงมีสิทธิเทาเทียมกัน สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและรางกาย การไมตองรับโทษทางอาญาเวนแตมีกฎหมายบัญญัติ สิทธิในการขอปลอยตัวชั่วคราวการไมถูกเกณฑแรงงาน เสรีภาพในการนับถือศาสนา สิทธิในความเปนอยูสวนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียงและครอบครัว เสรีภาพในเคหสถาน การแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ การโฆษณาและการสื่อสารทางอื่น ๆ การเสนอขาวสาร หรือแสดงความคิดเห็น การติดตอสื่อสาร สิทธิในทรัพยสินและการสืบมรดก การเวนคืน สิทธิในการไมถูกเนรเทศไมถูกถอนสัญชาติไทย เสรีภาพ ในการประกอบอาชีพการรวมกันเปนสมาคม สหกรณ สหภาพ องคกร ชุมชน หรือหมูคณะอื่น สิทธิของบุคคลและชุมชนในดานตาง ๆ เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธในการตั้งพรรคการเมือง สิทธิของผูบริโภคสิทธิการไดรับบริการดานสาธารณสุข สิทธิของมารดาในชวงระหวางกอนและหลังการคลอดหนา ๓๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ สิทธิของบุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบปและไมมีรายไดเพียงพอแกการยังชีพ และบุคคลผูยากไรใหไดรับความชวยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนตอตานการใชสิทธิ หรือเสรีภาพไมวาของบุคคล หรือกลุมบุคคลใด ๆ ที่เปนการลมลางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขในทุกวิถีทางที่เหมาะสม(๕) ดานการใชอํานาจรัฐ พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนการดําเนินการของรัฐตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ในภารกิจอันเปนหนาที่ของรัฐแนวนโยบายแหงรัฐ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล ศาลรัฐธรรมนูญ องคกรอิสระตามรัฐธรรมนูญองคกรอัยการ องคกรปกครองสวนทองถิ่น การแกไขรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญบัญญัติ โดยมุงเนนเพื่อใหการดําเนินงานของรัฐเปนไปเพื่อประโยชนของปวงชนชาวไทยอยางเพื่อบานเมืองเทาเทียมกันอยางทั่วถึงและเปนธรรมอยางแทจริง ภายใตยุทธศาสตร ประเทศชาติมั่นคงประชาชนมั่งคั่ง หยุดยั้งการทุจริต สรางเศรษฐกิจทันสมัย กระจายรายไดอยางเปนธรรม ลดเหลื่อมล้ําทางสังคมสรางอุดมคติรัฐสวัสดิการ พัฒนาฐานรากประชาธิปไตย และสงเสริมการตีความกฎหมายและการบังคับใชกฎหมายตองเปนไปตามหลักของกฎหมายมีความเสมอภาคเทาเทียมกัน และใหมีการพัฒนากฎหมายเพื่อแกไขปญหาอยางยั่งยืน โดยเฉพาะการสนับสนุนใหมีการแกไขการใชอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญใหเปนไปตามเจตนารมณของการมีศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยปญหาในขอกฎหมายใดขัดหรือแยงกับรัฐธรรมนูญมิใหกาวลวงในการวินิจฉัยในการกระทําของบุคคลสวนที่ ๔นโยบายดานความมั่นคงขอ ๑๖ พรรคเพื่อบานเมืองมีนโยบายดานความมั่นคง โดยยึดมั่นดําเนินการตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ในการสนับสนุนภาครัฐในการจัดระบบความมั่นคงของประเทศตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข เพื่อใหประชาชนมีความสงบสุข มีความมั่นคงในชีวิต รางกายและทรัพยสิน มีสิทธิเสรีภาพ และมีการบังคับใชกฎหมายอยางเครงครัดเปนธรรม และมีความเสมอภาคเทาเทียมกันตามรัฐธรรมนูญบัญญัติ รวมทั้งการวางระบบพัฒนาผังเมือง การใชที่ดินและการกระจายการถือครองที่ดินอยางเปนธรรม เพื่อใหบานเมืองมีความสงบสุขเปนระเบียบเรียบรอยมีความมั่นคงสามารถเอื้อประโยชนตอการพัฒนาทางดานเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองไดอยางมีคุณภาพหนา ๓๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ในอันที่จะสงผลใหประเทศชาติมีความเจริญเติบโตในทุกดานไปพรอมกันกับสงเสริมใหประชาชนมีการศึกษา มีความรูความสามารถมีการพัฒนา มีอาชีพ มีงานทํา มีรายได มีสวัสดิการ มีสุขภาพที่ดีและมีความสุข สามารถดํารงชีวิตอยูไดอยางมีคุณภาพและยั่งยืน โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการใชมาตรการทางกฎหมายในการแกไขปญหาทางดานความมั่นคงของประเทศใหเกิดความเปนธรรมและเพื่อบานเมือง ไมมีการเลือกปฏิบัติ รวมทั้งผลักดันใหมีการแกไขรัฐธรรมนูญเพื่อใหเปนประชาธิปไตยในการสราง ความมั่นคงในทุกดานของประเทศ และเพื่อลดความเหลื่อมล้ําทางสังคมในทุกดานโดยมีเปาหมาย เพื่อปวงชนชาวไทยทุกคนมีความสุขสงบ ปลอดภัยในชีวิต รางกาย ทรัพยสินพนจากความยากจน พนจากปญหายาเสพติด และมีความเสมอภาคเทาเทียมกันทั้งในทางกฎหมายทางการเมือง ทางเศรษฐกิจและทางสังคมไดเปนรูปธรรมอยางแทจริง ตลอดจนใหมีมาตรการลดความเหลื่อมทางดานความมั่นคงใหประชาชนไดรับความเสมอภาคเทาเทียมกันขอ ๑๗ พรรคเพื่อบานเมืองจะดําเนินนโยบายดานความมั่นคงในดานตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) ดานการบริหารราชการแผนดิน พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตรชาติ ในการพัฒนาระบบการบริหารราชการแผนดิน ทั้งราชการสวนกลาง สวนภูมิภาค สวนทองถิ่น และงานของรัฐอยางอื่น ใหเปนไปตามหลักการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี โดยหนวยงานของรัฐตองรวมมือและชวยเหลือกันในการปฏิบัติหนาที่เพื่อใหการบริหารราชการแผนดิน การจัดทําบริการสาธารณะและการใชจายเงินงบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อประโยชนสุขของประชาชน รวมตลอดทั้งพัฒนาเจาหนาที่ของรัฐใหมีความซื่อสัตยสุจริต และมีทัศนคติเปนผูใหบริการประชาชนใหเกิดความสะดวก รวดเร็วไมเลือกปฏิบัติ และปฏิบัติหนาที่อยางมีประสิทธิภาพรวมทั้งดําเนินการใหมีกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของหนวยงานของรัฐ ใหเปนไปตามระบบคุณธรรมและการจัดใหมีมาตรฐานทางจริยธรรมของหนวยงานของรัฐ รวมทั้งการปรับปรุงโครงสรางหนวยงานของรัฐใหมีขนาดเล็กลงแตมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อใหรัฐนํางบประมาณไปใชในการพัฒนาไดมากขึ้น(๒) ดานการทหาร พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตรชาติ ในการพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราชอธิปไตย บูรณภาพ แหงอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนของชาติความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบรอยของประชาชน รวมทั้งการจัดใหมีการทหารและการขาวกรองหนา ๓๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ที่มีประสิทธิภาพที่มีกองกําลังพลที่เหมาะสมกับการปองกันประเทศ และในยามปกติจะสงเสริมใหมีการใชกําลังทหารเขามามีสวนรวมในการพัฒนาประเทศอีกทางหนึ่งเพื่อลดรายจายของงบประมาณแผนดินรวมทั้งยกเลิกการเกณฑทหารแตจะใชวิธีการสมัครใจเปนทหารแทนพรอมใหไดรับคาตอบแทนตามคุณวุฒิการศึกษา เมื่อปลดเปนทหารกองหนุนใหไดรับคาตอบแทน รายเดือนจนกวาจะปลดจากทหารกองหนุนเพื่อใหชาติมีความมั่นคง ประชาชนมีความมั่งคั่ง มีความผาสุก และมีความสงบเรียบรอย รวมทั้งการเสริมสรางขวัญกําลังใจของกําลังพลกองประจําการ ทหารกองหนุน ทหารพราน และทหารผานศึกไดมีสวัสดิการหรือคาตอบแทนชวยเหลือในการดํารงชีวิตไดอยางมีคุณภาพมีศักดิ์ศรี ความเปนมนุษยและความเสมอภาคในการพัฒนาศักยภาพของประเทศใหมีความพรอมเผชิญภัยคุกคามที่จะกระทบตอความมั่นคงของชาติ การพัฒนาระบบงานขาวกรองแหงชาติแบบบูรณาการอยางมีประสิทธิภาพเพื่อใหสามารถติดตาม การแจงเตือน ระงับยับยั้ง และปองกันปญหาและภัยคุกคามไดอยางมีประสิทธิภาพการพัฒนาและผนึกพลังอํานาจแหงชาติ กองทัพและหนวยงานความมั่นคง รวมทั้งภาครัฐและภาคประชาชนใหพรอมปองกันและรักษาอธิปไตยของประเทศ และเผชิญกับภัยคุกคามไดทุกมิติทุกรูปแบบและทุกระดับตลอดจนสงเสริมการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีการปองกันประเทศ การพลังงานทหารกิจการอวกาศ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอยางตอเนื่อง การพัฒนาระบบเตรียมความพรอมแหงชาติและการบริหารจัดการภัยคุกคามใหมีประสิทธิภาพ โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนสงเสริมและสนับสนุนใหทหารเปนทหารอาชีพยึดมั่นในอุดมการณและหนาที่ของทหารและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขอยางแทจริง เพื่อใหเกิดความรวมมือกันปองกัน และปราบปรามมิใหมีการกระทําผิดกฎหมายที่เปนการลมลางรัฐธรรมนูญไมวากรณีใด ๆ(๓) ดานการรักษาความสงบเรียบรอยและความมั่นคงภายในพรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตรชาติ ในการรักษาความสงบภายในประเทศ การพัฒนาและเสริมสรางคนในทุกภาคสวนใหมีความเขมแข็ง มีความพรอมตระหนักในเรื่องความมั่นคง และมีสวนรวมในการแกไขปญหา การพัฒนาและเสริมสรางความจงรักภักดีตอสถาบันหลักของชาติ และคุมครองพระพุทธศาสนาอันเปนศาสนาที่ประชาชนชาวไทยสวนใหญนับถือมาชานาน โดยการสงเสริมและสนับสนุนการศึกษาและการเผยแผหลักธรรมของพระพุทธศาสนาที่จะชวยพัฒนา ทั้งจิตใจและปญญา รวมทั้งตองจัดใหมีมาตรการและกลไกในการปองกันมิใหมีการบอนทําลายหนา ๔๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ พระพุทธศาสนาไมวาในรูปแบบใด การพัฒนาและเสริมสรางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขที่มีเสถียรภาพและมีธรรมาภิบาล เห็นแกประโยชนของประเทศชาติมากกวาประโยชนสวนตนการพัฒนาและเสริมสรางกลไกที่สามารถปองกันและขจัดสาเหตุของประเด็นปญหาความมั่นคงที่สําคัญทั้งภายในประเทศและตามแนวชายแดนของประเทศ ทั้งในระดับชุมชน หมูบาน ตําบล และจังหวัดรวมทั้งการวางแผนการใชที่ดินของประเทศใหเหมาะสมกับสภาพของพื้นที่และศักยภาพของที่ดินตามหลักการพัฒนาอยางยั่งยืน ตลอดจนจัดใหมีมาตรการกระจายการถือครองที่ดินเพื่อใหประชาชนสามารถมีที่ทํากินไดอยางทั่วถึงและเปนธรรม และการจัดใหมีการวางผังเมืองทุกระดับและบังคับการใหเปนไปตามผังเมืองอยางมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาเมือง ใหมีความเจริญโดยสอดคลองกับความตองการของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนจะดําเนินการใหมีมาตรการยกเลิกการไดสัญชาติไทยของคนตางดาวโดยการเกิดเวนแตที่กฎหมายกําหนด(๔) ดานการปองกันและปราบปรามอาชญากรรม พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตรชาติในการปองกันและแกไขปญหาที่มีผลกระทบตอความมั่นคงภายใน การแกไขปญหาความมั่นคงภายในปจจุบัน ปญหาภัยพิบัติสําคัญปญหาแรงงานขามชาติ การลักลอบเขาเมือง การคายาเสพติด การรุกล้ําอธิปไตยของชาติ การติดตามเฝาระวัง ปองกัน และแกไขปญหาที่อาจอุบัติขึ้นใหมจากภัยคุกคามทางไซเบอร การกอการรายและอาชญากรรมขามชาติ การแผอิทธิพลทางเศรษฐกิจของมหาอํานาจ และการยายถิ่นของทุนขามชาติที่อาจกระทบตอความมั่นคง การสรางความปลอดภัยและความสันติสุขอยางถาวรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใตการปองกัน และปราบปรามการบอนทําลายความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมทั้งทางบก และทางทะเล โดยพรรคเพื่อบานเมืองมุงเนนสงเสริมและสนับสนุนใหมีการใชมาตรการทางกฎหมายในการปองกัน และปราบปรามอาชญากรรมในทุกมิติอยางเครงครัด โดยเฉพาะการสงเสริมใหมีการแกไขปญหายาเสพติด ดวยมาตรการจัดตั้งสถาบันพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อคุณภาพสังคม หรือมหาวิทยาลัยชีวิต(๕) ดานการปกครอง พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการพัฒนาระบบการบริหารราชการแผนดินทั้งราชการสวนกลางสวนภูมิภาค สวนทองถิ่น และงานของรัฐอยางอื่น ใหเปนไปตามหลักการบริหารกิจการบานเมืองที่ดีโดยจะสงเสริมและสนับสุนนใหมีการเลือกตั้งผูวาราชการจังหวัดโดยตรง และใหขึ้นตรงตอสํานักนายกรัฐมนตรีหนา ๔๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ เพื่อใหการปฏิบัติหนาที่ในการบริหารราชการแผนดินของจังหวัด การจัดทําบริการสาธารณะและการใชจายเงินงบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อประโยชนสุขของประชาชนในจังหวัดอยางแทจริง รวมตลอดทั้งพัฒนาเจาหนาที่ของรัฐใหมีความซื่อสัตยสุจริต และมีทัศนคติเปนผูใหบริการประชาชน ใหเกิดความสะดวกรวดเร็วไมเลือกปฏิบัติ และปฏิบัติหนาที่อยางมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสงเสริม และสนับสนุนใหมีการพัฒนาการปกครองสวนทองถิ่นใหมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งจะใหมีสภาหมูบานเพื่อใหประชาชนในหมูบานเรียนรูวิถีทางของการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระดับฐานรากของประเทศ ในการพัฒนาและแกไขปญหาของหมูบานโดยประชาชน เพื่อประชาชน และของประชาชนในหมูบานนั้นเองและลดระยะเวลาการถือครองที่ดินหรือการใหเชาที่ดินแกคนตางดาวไมใหเกิน ๒๐ ป เพื่อความมั่นคงของประเทศตลอดจนแกไขปญหาความเหลื่อมทั้งดานที่ดินที่อยูอาศัยโดยสงเสริมใหผูไมมีไดรับการจัดที่ดินทํากินและอยูอาศัยคนละไมนอยกวา ๑๐ ไร(๖) ดานการยุติธรรม พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการบริหารงานในกระบวนการยุติธรรมทุกดานใหมีประสิทธิภาพ เปนธรรมเพื่อบานเมือง และไมเลือกปฏิบัติ และใหประชาชนเขาถึงกระบวนการยุติธรรมไดโดยสะดวก รวดเร็วและไมเสียคาใชจายสูงเกินสมควร และใหมีมาตรการคุมครองเจาหนาที่ของรัฐในกระบวน การยุติธรรมใหสามารถปฏิบัติหนาที่ไดโดยเครงครัด ปราศจากการแทรกแซงหรือครอบงําใด ๆ รวมทั้งการใหความชวยเหลือทางกฎหมายที่จําเปนและเหมาะสมแกผูยากไรหรือผูดอยโอกาส ในการเขาถึงกระบวนการยุติธรรมรวมตลอดถึงการจัดหาทนายความใหประชาชนที่ขัดสนในการตอสูคดีตาง ๆ โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะมุงเนนสงเสริมและสนับสนุนใหทุกหนวยงานในการยุติธรรมบังคับใชกฎหมายดวยความถูกตองเปนธรรมและเพื่อบานเมืองเทาเทียมกันและใหมีมาตรการในการขจัด การกระทําตาง ๆ ที่ไมเปนธรรม ตลอดจนลดความเหลื่อมล้ําในการตีความและบังคับใชกฎหมาย มีความเสมอภาคเทาเทียมกัน(๗) ดานการตางประเทศ พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตรชาติในการสงเสริมสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศโดยถือหลักความเพื่อบานเมืองในการปฏิบัติตอกัน และไมแทรกแซงกิจการภายในของกันและกันการใหความรวมมือกับองคการระหวางประเทศและคุมครองผลประโยชนของชาติและของคนไทยในตางประเทศการบูรณาการความรวมมือดานความมั่นคงกับอาเซียนและนานาชาติ รวมถึงองคกรภาครัฐและภาคเอกชนหนา ๔๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ การเสริมสรางและรักษาดุลยภาพสภาวะแวดลอมระหวางประเทศ การเสริมสรางและธํารงไวซึ่งสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค การรวมมือทางการพัฒนากับประเทศเพื่อนบาน ภูมิภาค โลก องคกรภาครัฐและที่มิใชภาครัฐ การเสริมสรางความสัมพันธในการปฏิบัติการรวมและการปองกันภัยคุกคามดานความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบานและมิตรประเทศ มิใหเกิดขอขัดแยงหรือปญหาเกี่ยวกับเขตแดนทางบกและอาณาเขตทางทะเลการพัฒนากลไกการบริหารจัดการความมั่นคงแบบองครวม การพัฒนาเทคโนโลยี การติดตามเฝาระวัง แจงเตือน ปองกัน และแกไขปญหาความมั่นคงแบบองครวมอยางเปนรูปธรรม รวมทั้งการบริหารจัดการความมั่นคงใหเอื้ออํานวยตอการพัฒนาประเทศและความรวมมือระหวางประเทศในมิติตาง ๆ และการพัฒนากลไกและองคกรขับเคลื่อนยุทธศาสตรชาติดานความมั่นคงระหวางประเทศ(๘) ดานกฎหมาย พรรคเพื่อบานเมืองจะใหการสงเสริมและสนับสนุนภาครัฐดําเนินการตามรัฐธรรมนูญเพื่อใหมีการบังคับใชกฎหมายโดยเครงครัด รวมทั้งการปรับปรุงแกไขรัฐธรรมนูญใหเปนประชาธิปไตยอยางแทจริง ภายใตการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และใหมีการพัฒนากฎหมายทุกฉบับมีความสอดคลองและเหมาะสมกับสถานการณที่เปลี่ยนแปลงไป การใหมีกฎหมายเพียงเทาที่จําเปน และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจําเปนหรือไมสอดคลองกับสภาพการณ หรือที่เปนอุปสรรคตอการดํารงชีวิตหรือการประกอบอาชีพหรือขัดตอรัฐธรรมนูญโดยไมชักชา เพื่อไมใหเปนภาระแกประชาชน และดําเนินการใหประชาชนเขาถึงตัวบทกฎหมายตาง ๆ ไดโดยสะดวกและสามารถเขาใจกฎหมายไดงาย เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายไดอยางถูกตอง ตลอดจนพรรคเพื่อบานเมืองจะผลักดันใหมีการใชระบบอนุญาตและระบบคณะกรรมการในกฎหมายเฉพาะกรณีที่จําเปนลดการกําหนดหลักเกณฑการใชดุลพินิจของเจาหนาที่ของรัฐและระยะเวลาในการดําเนินการตามขั้นตอนตาง ๆที่บัญญัติไวในกฎหมายใหชัดเจน และใหมีการกําหนดโทษทางอาญาเฉพาะความผิดรายแรง ยกเลิกความผิดอาญาในความผิดทางเศรษฐกิจที่ไมรายแรงโดยใชมาตรการทางแพงแทน รวมทั้งใหมีการใชบังคับและตีความกฎหมายเปนไปตามเจตนารมณของการตรากฎหมายที่ผานความเห็นชอบของรัฐสภา การใดที่กฎหมายไมไดบัญญัติไวจะนํามาใชบังคับไมได ทั้งนี้ โดยพรรคเพื่อบานเมืองจะแปลงทุกนโยบายที่ไมมีกฎหมายรองรับใหเปนกฎหมายเพื่อใหการแกไขและพัฒนาของพี่นองประชาชนและของประเทศเปนไปอยางถูกตองมีความมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป หนา ๔๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ หมวด ๔โครงสรางการบริหารพรรค และตําแหนงตาง ๆ ในพรรคสวนที่ ๑ โครงสรางการบริหารพรรคขอ ๑๘ โครงสรางการบริหารพรรคเพื่อบานเมือง ประกอบดวย(๑) คณะกรรมการบริหารพรรค(๒) คณะกรรมการสาขาพรรค(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๔) คณะกรรมการสรรหา(๕) สํานักงานใหญพรรค(๖) สํานักงานสาขาพรรค(๗) สํานักงานตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเพื่อประโยชนในการบริหารงานของพรรค เมื่อหัวหนาพรรคเห็นสมควรจะใหมีคณะกรรมการหรือคณะทํางานเพื่อทําหนาที่ชวยเหลือปฏิบัติงานดานตาง ๆ ของพรรคก็ได ดังนี้(๑) ดานที่ปรึกษาพรรค(๒) ดานนโยบายและยุทธศาสตรพรรค(๓) ดานกฎหมาย(๔) ดานสังคม(๕) ดานเศรษฐกิจ(๖) ดานการเมือง(๗) ดานความมั่นคง(๘) ดานจัดกิจกรรมจัดหาทุน(๙) ดานโฆษกพรรคและประชาสัมพันธ(๑๐) ดานเทคโนโลยีสารสนเทศและศูนยขอมูล(๑๑) ดานอื่น ๆ หนา ๔๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ สวนที่ ๒คณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๑๙ คณะกรรมการบริหารพรรคใหมีจํานวนไมนอยกวา ๘ คนแตไมเกิน ๑๙ คน ประกอบดวย(๑) หัวหนาพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค จํานวนไมเกิน ๖ คน(๓) เลขาธิการพรรค(๔) รองเลขาธิการพรรค(๕) เหรัญญิกพรรค(๖) นายทะเบียนสมาชิกพรรค(๗) โฆษกพรรค(๘) กรรมการบริหารพรรค จํานวนไมเกิน ๗ คนขอ ๒๐ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมใหญของพรรคโดยการลงคะแนนลับใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการบริหารพรรคจนครบตามลําดับจํานวนซึ่งไมนอยและไมเกินกวาที่กําหนดในขอ ๑๙ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวา ๑๐ คน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการบริหารพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๒๑ กรรมการบริหารพรรคตองเปนสมาชิกพรรค อายุไมต่ํากวา ๒๐ ป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละ ๔ ป นับแตวันไดรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรค หรือนับแตวันที่ประชุมใหญพรรคเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม แลวแตกรณีกรรมการบริหารพรรคตองไมเปนกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในขณะเดียวกันขอ ๒๒ ในระหวางการดํารงตําแหนงประธานสภาผูแทนราษฎร และรองประธานสภาผูแทนราษฎรจะเปนกรรมการบริหารพรรค หรือดํารงตําแหนงใดในพรรคขณะเดียวกันมิไดหนา ๔๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ขอ ๒๓ ความเปนกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก ใหถือวามีผลสมบูรณนับตั้งแตวันที่พรรค หรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมาย หรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อกรรมการบริหารพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทน จนกวาจะมีการประชุมใหญเลือกตั้ง แทนตําแหนงที่วางซึ่งจะตองกระทําภายใน ๙๐ วันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณี การเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค แทนตําแหนงที่วาง หรือการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติม ใหผูไดรับเลือกตั้ง แทนตําแหนงที่วาง หรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๔ กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ความเปนกรรมการบริหารพรรคของหัวหนาพรรคสิ้นสุดลง ตามขอ ๒๓(๓) กรรมการบริหารพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดตามขอ ๒๐ วรรคสองในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) และ (๓) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป กรณีไมมีหัวหนาพรรคใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับรักษาการแทนหัวหนาพรรค ถาไมมีรองหัวหนาพรรคใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายใน ๖๐ วัน นับแตวันที่กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากสมาชิกพรรคทั้งหมด ใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรคหนา ๔๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ขอ ๒๕ คณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ประกาศอุดมการณนโยบาย ขอบังคับ และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบประกาศ คําสั่ง ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (๒) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกพรรคหรือผูดํารงตําแหนงในพรรคกระทําการในลักษณะที่อาจทําใหการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไมชอบดวยกฎหมายหรืออาจเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดซึ่งสมัครเขารับเลือกตั้งเปนสมาชิกวุฒิสภาไมวา โดยทางตรงหรือทางออม (๓) ใหความเห็นชอบการจัดทํานโยบาย ยุทธศาสตร แผนงาน โครงการและกิจกรรมที่จะดําเนินการตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมืองและขอบังคับ(๔) ดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคใหเปนไปตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๕) บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรค สาขาพรรคตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตลอดจนจัดทําบัญชีตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมืองใหถูกตองตามความเปนจริง(๖) ตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในขอบังคับพรรคและกฎหมายพรรคการเมือง(๗) กรณีพรรคสิ้นสภาพความเปนพรรค หรือยุบพรรคยังคงตองปฏิบัติหนาที่จนกวาการชําระบัญชีของพรรคจะแลวเสร็จ แตจะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคที่สิ้นสภาพความเปนพรรคการเมืองหรือยุบพรรคไมได(๘) ออกกฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคําสั่ง เพื่อใหการปฏิบัติงานเปนไปตามอุดมการณ นโยบาย ยุทธศาสตร แผนงาน โครงการ และขอบังคับพรรค(๙) ควบคุมไมใหพรรคและผูซึ่งพรรคสงเขาสมัครรับเลือกตั้งใชเงินเกินวงเงินตามที่กฎหมายกําหนด(๑๐) เลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหนา ๔๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๑๑) กําหนดใหมีการประชุมใหญพรรคอยางนอยปละ ๑ ครั้งและรายงานผลการดําเนินกิจการดานตาง ๆ ตอที่ประชุมใหญพรรค(๑๒) แตงตั้งและถอดถอนคณะกรรมการ คณะทํางาน และผูปฏิบัติงานในการปฏิบัติงานในกิจการตาง ๆ ของพรรค ใหเปนไปตามขอบังคับ ทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค(๑๓) ในการดําเนินงานของพรรคตอบุคคล หรือหนวยงานภายนอกใหหัวหนาพรรคมีหนาที่และอํานาจเปนผูกระทําการแทนในนามของพรรค(๑๔) ดําเนินการใหมีการจัดตั้งและเลือกกรรมการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัด รวมทั้งกํากับ ควบคุม ดูแล การดําเนินงานคณะกรรมการสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหเปนไปตามกฎหมายและขอบังคับพรรค(๑๕) ดําเนินการอื่นใด เพื่อใหการดําเนินงานของพรรคเปนไปตามพันธกิจและกิจการของพรรคตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับพรรคขอ ๒๖ กรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนง มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบงาน ดังนี้(๑) หัวหนาพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบ(ก) เปนประธานของคณะกรรมการบริหารพรรค และเปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนดําเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(ข) เปนผูเรียกประชุมใหญของพรรค หรือตามความเห็นของคณะกรรมการบริหารพรรค หรือตามที่ขอบังคับพรรคกําหนด และเปนประธานที่ประชุมใหญพรรคตลอดจนดําเนินการประชุมใหญพรรค(ค) เปนผูเรียกประชุมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และเปนประธานของที่ประชุม ตลอดจนดําเนินการประชุมดังกลาว(ง) เปนผูลงนามในการออกขอบังคับ ประกาศ กฎ ระเบียบ มติ คําสั่งของพรรคและหนังสือของพรรคที่ถึงสวนราชการหนวยงานหรือบุคคลภายนอก(จ) บริหารจัดการพรรคใหดําเนินการไปตามปณิธาน อุดมการณทางการเมืองนโยบาย ยุทธศาสตร แผนงาน โครงการ และบรรดากิจกรรมตาง ๆ ของพรรค(ฉ) กํากับ ควบคุมดูแล และตรวจสอบติดตามผลการดําเนินงานตามพันธกิจและกิจกรรมของพรรค สํานักงานใหญ และอํานาจหนาที่อื่น ๆ ตามกฎหมายและที่กําหนดในขอบังคับนี้หนา ๔๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (ช) ในกรณีที่มีความจําเปนทางการเมือง ใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของพรรคไดโดยความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้นและใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของพรรค(ซ) มีอํานาจอื่น ๆ ตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบงาน ดังนี้(ก) การบริหารพันธกิจ นโยบาย ยุทธศาสตรและกฎหมายพรรค(ข) การอํานวยการสนับสนุนการปฏิบัติการพรรค(ค) การจัดตั้งสาขาพรรคภาคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(ง) การกํากับ ควบคุมดูแล ตรวจสอบและติดตามประเมินผลในการดําเนินกิจการพรรคใหเปนไปตามกฎหมายและขอบังคับพรรคในกรณีที่ไมมีหัวหนาพรรคหรือมีแตไมอยู หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับปฏิบัติหนาที่แทนหรือรักษาการแทนหัวหนาพรรค แลวแตกรณี(๓) เลขาธิการพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบ(ก) เปนผูดําเนินการชวยเหลือการบริหารและการดําเนินงานงานของหัวหนาพรรคและรองหัวหนาพรรคตามที่ไดรับมอบหมาย ใหเปนไปตามกฎหมายและขอบังคับพรรค(ข) เปนผูเสนอรายงานตอคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และตอที่ประชุมใหญพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และที่ประชุมใหญพรรค(ง) เปนผูกํากับควบคุมดูแลการบริหารงานของสํานักงานใหญพรรค และการปฏิบัติงานของผูปฏิบัติงานของสํานักงานใหญพรรค รองจากหัวหนาพรรค และรองหัวหนาพรรคที่ไดรับมอบหมายรวมทั้งดําเนินการตาง ๆ ที่เกี่ยวของใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบและที่กําหนดในขอบังคับนี้(๔) รองเลขาธิการพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบงานตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคหัวหนาพรรค รองหัวหนาพรรค และเลขาธิการพรรคมอบหมาย(๕) เหรัญญิกพรรค มีหนาที่และอํานาจ ในการควบคุมรายรับ - รายจาย บัญชีทรัพยสินหนี้สินและงบการเงินของพรรค ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด และตามที่หัวหนาพรรคหรือรองหัวหนาพรรคที่ไดรับมอบหมาย หนา ๔๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๖) นายทะเบียนสมาชิกพรรค มีหนาที่และอํานาจเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกพรรค และจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคใหตรงตามความเปนจริงและตองใหสมาชิกพรรคตรวจดูไดโดยสะดวก ณ สํานักงานใหญของพรรค รวมทั้งประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวย เพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตอง และตามที่หัวหนาพรรคหรือรองหัวหนาพรรคที่ไดรับมอบหมาย(๗) โฆษกพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(ก) แถลงมติที่ประชุมของพรรค และแถลงกิจการตาง ๆ ของพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรค หัวหนาพรรคหรือรองหัวหนาพรรคที่ไดรับมอบหมาย(ค) ชี้แจงสื่อมวลชนและประชาชนไดทราบถึงปณิธาน อุดมการณและนโยบายพรรค(ง) สรุปผลการดําเนินงาน ปญหา และขอเสนอแนะใหคณะกรรมการบริหารพรรคทราบ(๘) กรรมการบริหารพรรค มีหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการบริหารพรรคเขารวมประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคอยางสม่ําเสมอ และชวยดําเนินการตามที่คณะกรรมการบริหารพรรค หัวหนาพรรค หรือรองหัวหนาพรรคที่ไดรับมอบหมายสวนที่ ๓สาขาพรรคขอ ๒๗ ภายใน ๑ ปนับแตวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคจะดําเนินการใหมีสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกําหนดอยางนอยภาคละ ๑ สาขา โดยสาขาพรรคแตละสาขาตองมีสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดจัดตั้งสาขาพรรคตั้งแต ๕๐๐ คนขึ้นไปขอ ๒๘ จังหวัดใดที่มีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นตั้งแต ๕๐๐ คนขึ้นไปสมาชิกพรรคอาจจัดประชุมเพื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดที่จัดตั้งสาขาพรรคตองไมมีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดอยูในจังหวัดนั้นหนา ๕๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ขอ ๒๙ คณะกรรมการสาขาพรรคใหมีจํานวนไมนอยกวา ๘ คน แตไมเกิน ๑๑ คนประกอบดวย (๑) หัวหนาสาขาพรรค(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค(๓) เลขานุการสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค(๖) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๗) โฆษกสาขาพรรค(๘) กรรมการสาขาพรรค จํานวนไมเกิน ๔ คนขอ ๓๐ กรรมการสาขาพรรคตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวา ๒๐ ป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละ ๔ ป นับแตวันหัวหนาพรรคประกาศจัดตั้งสาขาพรรค หรือประกาศแตงตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม แลวแตกรณีกรรมการสาขาพรรคตองไมเปนกรรมการบริหารพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในขณะเดียวกันขอ ๓๑ การเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค แลวแตกรณีใหที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรคเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการสาขาพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๒๙ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวา ๑๐ คน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุมในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการสาขาพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๓๒ คณะกรรมการสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของสาขาพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรคและมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หนา ๕๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผล และมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธี เพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคที่ใชในการประกาศสวนที่เกี่ยวของ(๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกเพื่อเสนอใหพรรคไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของ(๑๐) ดําเนินการอื่นใดเพื่อใหเปนไปตามขอบังคับพรรค หรือตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคหัวหนาพรรค หรือรองหัวหนาพรรคมอบหมายขอ ๓๓ คณะกรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) หัวหนาสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบ(ก) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรค(ข) จัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค หนา ๕๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (ค) เปนผูแทนของสาขาพรรคและเปนผูรับผิดชอบในกิจกรรมทั้งปวงของสาขาพรรค(ง) เปนประธานของคณะกรรมการสาขาพรรค เรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค และเปนประธานการประชุม(จ) เรียกประชุมใหญสาขาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานของที่ประชุม ตลอดจนดําเนินการประชุม(ฉ) มีสิทธิยับยั้งมติคณะกรรมการสาขาพรรค หรือคณะกรรมการอื่น ๆที่คณะกรรมการสาขาพรรคจัดตั้งขึ้นเพื่อขอใหมีการทบทวนมติในกรณีที่มีความจําเปน แตทั้งนี้ ตองไมเกินสามวันซึ่งหากพนกําหนดดังกลาวใหถือวามติของที่ประชุมนั้นมีผลใชบังคับ(ช) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมืองใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของสาขาพรรคได โดยความเห็นชอบของกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรค เทาที่มีอยูในขณะนั้นและใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของสาขาพรรค(ซ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่ความรับผิดชอบตามที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมาย (๓) เลขานุการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) ตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย และใหรับผิดชอบโดยตรงจากประธานสาขาพรรคในกิจการที่ประธานสาขาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ (ข) เสนอรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค (ง) กํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบตามที่เลขานุการสาขาพรรคหรือคณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบในการควบคุม รายรับ - รายจายบัญชีทรัพยสินหนี้สินและงบการเงินของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคกําหนดหนา ๕๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๖) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๗) โฆษกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) แถลงมติที่ประชุมและกิจการตาง ๆ ของสาขาพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย(๘) กรรมการสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการสาขาพรรคเขารวมประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคอยางสม่ําเสมอ และชวยดําเนินการตามที่คณะกรรมการสาขาพรรค หัวหนาสาขาพรรคหรือรองหัวหนาสาขาพรรคที่ไดรับมอบหมายขอ ๓๔ ความเปนกรรมการสาขาพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก ใหถือวามีผลสมบูรณนับแตวันที่พรรค หรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๓) ขาดจากสมาชิกสภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมาย หรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ใหหัวหนาสาขาพรรครายงานใหพรรคทราบโดยเร็ว และใหหัวหนาสาขาพรรคแตงตั้งกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทนหากตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ใหรองหัวหนาสาขาพรรคลําดับตนทําหนาที่แทน ถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรคใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนและใหมีอํานาจเรียกประชุมใหญสาขาพรรค เลือกตั้งหัวหนาสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วาง ภายใน ๙๐ วันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณีการเลือกกรรมการสาขาพรรค แทนตําแหนงที่วาง หรือการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคเพิ่มเติมใหผูไดรับเลือกเปนกรรมการแทนหรือเพิ่มเติมมีวาระการดํารงตําแหนงเทาที่เหลืออยูของคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๓๕ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ความเปนหัวหนาสาขาพรรคสิ้นสุดลงตามขอ ๓๔ วรรคหนึ่งหนา ๕๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๓) กรรมการสาขาพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดตามขอ ๓๑ วรรคสองในกรณีกรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่พนจากตําแหนงทั้งคณะอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคชุดใหมและใหเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหมภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงตาม (๒) และ (๓) กรณีไมมีหัวหนาสาขาพรรคใหรองหัวหนาสาขาพรรคตามลําดับทําหนาที่แทนหัวหนาสาขาพรรค ถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรคกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทน และใหเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีที่ไมมีกรรมการสาขาพรรคเหลืออยูหรือมีแตไมยินยอมดําเนินการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคชุดใหม คณะกรรมการบริหารพรรคจะเขาดําเนินการเองหรือจะมอบหมายใหสมาชิกสาขาพรรคจํานวนหนึ่งดําเนินการแทนก็ไดขอ ๓๖ เมื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคตามที่กําหนดในมาตรา ๓๓ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ แลว หากตอมาภายหลังสาขาพรรคไมครบตามมาตรา ๓๓ ใหพรรคดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคใหครบตามมาตรา ๓๓ ภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่สาขามีจํานวนไมครบตามมาตรา ๓๓ สวนที่ ๔ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๓๗ ในจังหวัดที่มิไดเปนที่ตั้งสาขาพรรค ถาพรรคมีสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นเกิน ๑๐๐ คน พรรคอาจแตงตั้งสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นซึ่งมาจากการเลือกของสมาชิกดังกลาวใหเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดตามจํานวนที่กําหนดในขอ ๓๘ เพื่อดําเนินกิจกรรมของพรรคในจังหวัดนั้นการแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหเปนไปตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหนา ๕๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ขอ ๓๘ ใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมีจํานวนไมนอยกวา ๓ คน แตไมเกิน ๕ คนขอ ๓๙ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวา ๒๐ ป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละ ๔ ป นับแตวันที่หัวหนาพรรคประกาศแตงตั้งเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตองไมเปนกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการสาขาพรรคในขณะเดียวกันขอ ๔๐ การแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหแตงตั้งในที่ประชุมของสมาชิกพรรคในจังหวัดนั้นไมนอยกวา ๕๐ คนในการเสนอชื่อผูเขารับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวา ๓ คน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุมบุคคลตามวรรคสองไดรับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้นขอ ๔๑ ความเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ตาย(๓) ลาออก ใหถือวามีผลสมบูรณนับแตวันที่พรรค หรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๔) ขาดจากสมาชิกภาพ(๕) หัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคสั่งใหพนจากการเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๖) อื่น ๆ ตามที่กฎหมาย หรือขอบังคับกําหนดในกรณีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขึ้นใหม และใหจัดประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดภายใน ๖๐ วัน นับแตวันที่ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดครบวาระการดํารงตําแหนงหากตัวแทนพรรคประจําจังหวัดวางลงตาม (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่เหลืออยู อาจเรียกประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหนา ๕๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ แทนตําแหนงที่วาง หรือเลือกเพิ่มเติมก็ได แตตองไมขัดตอจํานวนที่กําหนดตามขอ ๓๘ ทั้งนี้ ใหอยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่แตงตั้งขึ้นกอนการเลือก แทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติมในกรณีไมมีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเหลืออยูปฏิบัติหนาที่ ตาม (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖)ใหถือวาตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสิ้นสภาพไปขอ ๔๒ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผล และมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หนา ๕๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคที่ใชในประกาศโฆษณาหาเสียง(๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรค เพื่อเสนอใหพรรคไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของ(๑๐) ดําเนินการอื่นใดเพื่อใหเปนไปตามปณิธาณ อุดมการณ นโยบาย และขอบังคับพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรค หัวหนาพรรค หรือรองหัวหนาพรรคมอบหมายสวนที่ ๕สํานักงานใหญพรรค สํานักงานสาขาพรรค และสํานักงานตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๔๓ ใหมีสํานักงานใหญพรรค เปนที่ทําการของคณะกรรมการบริหารพรรค และการปฏิบัติงานของเจาหนาที่พรรคในการดําเนินการตาง ๆ มีโครงสรางสํานักงานใหญพรรคประกอบดวย ๒ ฝาย ดังนี้(๑) ฝายบริหารพันธกิจ นโยบาย ยุทธศาสตรและกฎหมายพรรค ไดแก งานพันธกิจปณิธาน อุดมการณ นโยบาย ยุทธศาสตร กฎหมาย งานแผนและโครงการ งานกิจกรรมงานนายทะเบียนสมาชิกพรรค งานจัดตั้งสาขาพรรคภาค งานจัดตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดงานโฆษกพรรค งานประชาสัมพันธ งานปราศรัย งานผลิตสื่อ สิ่งพิมพ งานสถาบันพัฒนาบุคคลากรพรรคและงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับงานในดานนี้ เพื่อใหการดําเนินการของพรรคเปนไปตามกฎหมายและขอบังคับพรรค (๒) ฝายอํานวยการสนับสนุนการปฏิบัติการพรรค ไดแก งานเลขานุการคณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการ และคณะทํางานดานตาง ๆ งานบริหารงานทั่วไปงานธุรการ งานบันทึกขอมูล งานศูนยขอมูล งานสารบรรณ งานบุคคลากร งานเหรัญญิกงานการเงินการคลังและบัญชี งานงบประมาณ งานพัสดุ งานอาคารสถานที่ งานยานพาหนะงานตรวจสอบภายใน งานประชุมและงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับงานในดานนี้ เพื่อใหการดําเนินการเปนไปตามกฎหมายและขอบังคับพรรคโครงสรางการจัดแบงสวนงานของสํานักงานใหญพรรค ใหเปนไปตามที่หัวหนาพรรคประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๔๔ ใหหัวหนาพรรคมีหนาที่และอํานาจกํากับ ควบคุม ดูแลสํานักงานใหญพรรคโดยมีรองหัวหนาพรรคเปนผูชวยและใหมีอํานาจและหนารับผิดชอบงาน ดังนี้(๑) รองหัวหนาพรรคคนที่ ๑ รับผิดชอบงานดานบริหารพันธกิจ นโยบาย ยุทธศาสตรและกฎหมายพรรค ตามขอ ๔๓ (๑) หนา ๕๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๒) รองหัวหนาพรรคคนที่ ๒ รับผิดชอบงานดานอํานวยการสนับสนุนการปฏิบัติการพรรคตามขอ ๔๓ (๒) และงานดานสาขาพรรคภาคกลาง สาขาพรรคภาคตะวันออก สาขาพรรคภาคตะวันตกและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในเขตพื้นที่(๓) รองหัวหนาพรรคคนที่ ๓ รับผิดชอบงานดานสาขาพรรคภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในเขตพื้นที่(๔) รองหัวหนาพรรคคนที่ ๔ รับผิดชอบงานดานสาขาพรรคภาคใตตอนบนและสาขาพรรคภาคใตตอนลางและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในเขตพื้นที่(๕) รองหัวหนาพรรคคนที่ ๕ รับผิดชอบงานดานสาขาพรรคภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนลางและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในเขตพื้นที่(๖) รองหัวหนาพรรคคนที่ ๖ รับผิดชอบงานดานสาขาพรรคภาคเหนือตอนบนและสาขาพรรคภาคเหนือตอนลางและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในเขตพื้นที่การกําหนดจังหวัดใดอยูในเขตพื้นที่สาขาพรรคภาคใดตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามที่หัวหนาพรรคประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคการจางบุคคลมาปฏิบัติงานในกิจการของสํานักงานใหญพรรค ใหหัวหนาพรรคเปนผูมีอํานาจในการวาจาง ตามความจําเปนและเหมาะสมกับภารกิจที่จะทําการจางขอ ๔๕ สถานที่ตั้งและการบริหารงานสํานักงานสาขาพรรค และสํานักงานตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหเปนหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่จะกระทําไดเทาที่จําเปนประหยัดและสอดคลองกับเงินสนับสนุนที่พรรคจะกําหนดหมวด ๕การบริหารจัดการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดและการดําเนินการกิจกรรมทางการเมืองของพรรคสวนที่ ๑การบริหารจัดการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๔๖ การบริหารจัดการสาขาพรรคดําเนินการ ดังนี้(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคหนา ๕๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคของสาขาพรรคภาคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป (๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายของสาขาพรรค(๕) จัดใหมีการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของสาขาพรรค(๖) รายงานผลดําเนินงานของสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหพรรคทราบทุกรอบเดือนขอ ๔๗ การบริหารจัดการของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดดําเนินการ ดังนี้(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) จัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายของตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๕) จัดกิจกรรมทางการเมืองของตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๖) รายงานผลดําเนินงานของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหกรรมการบริหารพรรคที่รับผิดชอบตามขอ ๔๔ สวนที่ ๒การดําเนินการกิจกรรมทางการเมืองของพรรคขอ ๔๘ ในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขอยางนอยในแตละป พรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตองมีกิจกรรมอยางใดอยางหนึ่งหรือหลายอยาง ดังตอไปนี้(๑) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผล และมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๒) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกันหนา ๖๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๓) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๔) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติ และประชาชน(๕) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการใหหัวหนาพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง จัดทําแผนหรือโครงการที่จะดําเนินกิจกรรมตามวรรคหนึ่งในแตละปสงใหนายทะเบียนทราบภายในเดือนเมษายนของทุกปและใหนายทะเบียนเผยแพรใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปหมวด ๖การประชุมสวนที่ ๑การประชุมใหญพรรคขอ ๔๙ พรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญของพรรคอยางนอยปละ ๑ ครั้งขอ ๕๐ สมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวา ๑ ใน ๔ ของจํานวนสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวา ๑ ใน ๓ ของจํานวนกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกพรรคจํานวนไมนอยกวา ๑ ใน ๑๐ ของจํานวนสมาชิกพรรคทั้งหมดที่มีอยูของพรรคหรือไมนอยกวา ๒๕๐ คน แลวแตจํานวนใดจะนอยกวามีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองขอใหจัดการประชุมใหญวิสามัญของพรรคไดในกรณีตามวรรคหนึ่งคณะกรรมการบริหารพรรค ตองจัดใหมีการประชุมใหญวิสามัญของพรรคภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่ไดรับหนังสือจากสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิกพรรค แลวแตกรณีขอ ๕๑ องคประชุมของที่ประชุมใหญพรรคใหประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดหนา ๖๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๒) ผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสาขาพรรค ซึ่งในจํานวนนี้จะตองประกอบดวยผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวา ๒ สาขาซึ่งมาจากตางภาคกัน(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไมนอยกวากึ่งหนึ่งของตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๔) สมาชิกพรรคขอ ๕๒ องคประชุมใหญของพรรคตามขอ ๕๑ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวา ๒๕๐ คนการลงมติใหถือเสียงขางมากของที่ประชุมใหญ ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๓ ใหหัวหนาพรรคเปนประธานในที่ประชุมถาหัวหนาพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุมใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับที่มาประชุมเปนประธานในที่ประชุม และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุม ถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอยูในที่ประชุม ใหรองเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุม ถาไมมีใหประธานที่ประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งที่มาประชุมเปนเลขานุการในที่ประชุมแทนในกรณีกรรมการบริหารพรรคเหลือเพียงหนึ่งคนใหเปนประธานในที่ประชุมใหญ และเลือกสมาชิกอีกหนึ่งคนเปนเลขานุการในที่ประชุมขอ ๕๔ การดําเนินการดังตอไปนี้ใหกระทําในที่ประชุมใหญพรรค(๑) การแกไขเปลี่ยนแปลงคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรค หรือนโยบายของพรรค (๒) การแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรค(๓) การเลือกตั้งหัวหนาพรรค รองหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรคเหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค โฆษกพรรค และกรรมการบริหารอื่นของพรรค(๔) การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรค(๕) ใหความเห็นชอบรายงานการเงินและการดําเนินกิจการของพรรคที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา (๖) กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือหัวหนาสาขาพรรค(๗) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองกฎหมาย หรือขอบังคับพรรค หนา ๖๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ การลงมติในที่ประชุมใหญใหกระทําโดยเปดเผย เวนแตการลงมติเลือกบุคคลตาม (๓) และ (๔)ใหลงคะแนนลับกิจการตาม (๑) (๒) และ (๓) เมื่อไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญของพรรคแลวใหพรรคมีหนังสือแจงใหนายทะเบียนทราบเพื่อแกไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนภายใน ๑๕ วันนับแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญของพรรคขอ ๕๕ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญทุกคราวใหหัวหนาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหสมาชิกพรรคทราบลวงหนาไมนอยกวา ๗ วัน โดยใหระบุวัน เวลา สถานที่และระเบียบวาระการประชุมดวย เวนแตกรณีมีความจําเปนเรงดวนอาจแจงลวงหนาไดไมนอยกวา ๓ วันการแจงคําบอกกลาวตามวรรคหนึ่ง นอกจากแจงเปนหนังสือสงทางไปรษณีย หรือนําสงโดยตรงแลวอาจแจงผานการสื่อสารทางระบบอินเทอรเน็ตก็ได และใหนําวรรคสองของขอนี้ไปใชในการแจงคําบอกกลาวในการเรียกประชุมของคณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการสาขาพรรคตัวแทนพรรคประจําจังหวัดและการประชุมของคณะกรรมการหรือคณะทํางานตาง ๆ ดวยสวนที่ ๒การประชุมใหญสาขาพรรคขอ ๕๖ หัวหนาสาขาพรรคควรจัดใหมีการประชุมใหญสามัญสาขาพรรคอยางนอย ปละ ๑ ครั้งขอ ๕๗ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดที่มีอยู(๒) สมาชิกสาขาพรรคขอ ๕๘ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรคตามขอ ๕๗ ตองมีรวมกันไมนอยกวา ๑๐๐ คนการลงมติใหถือเสียงขางมากของสมาชิกพรรคที่มารวมประชุม กรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๙ ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานที่ประชุมใหญสาขาพรรค ถาหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุมใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุมใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่มาประชุม เลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่ง เปนประธานในที่ประชุมและใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุม ถาเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุมใหรองเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่แทน หนา ๖๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ในกรณีกรรมการสาขาพรรคเหลือเพียง ๑ คน ใหเปนประธานที่ประชุมใหญสาขาพรรคใหที่ประชุมใหญเลือกสมาชิกที่พรรคมารวมประชุมเปนเลขานุการในที่ประชุมขอ ๖๐ กิจการดังตอไปนี้ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๑) กิจการตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ หรือระเบียบ หรือประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือประกาศของนายทะเบียนพรรคการเมือง(๒) เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค หรือเปลี่ยนแปลงกรรมการสาขาพรรค(๓) อื่น ๆ ตามที่กําหนดขอบังคับขอ ๖๑ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญสาขาพรรคใหนําขอ ๕๕ มาใชบังคับโดยอนุโลมสวนที่ ๓การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๖๒ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ใหหัวหนาพรรคเปนผูมีหนังสือ เชิญประชุมและตองมีกรรมการบริหารพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุม ใหหัวหนาพรรคเปนประธานที่ประชุม ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุม ใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับที่มาประชุมเปนประธานที่ประชุมหากรองหัวหนาพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุม ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทน และใหเลขาธิการพรรคทําหนาที่เลขานุการในที่ประชุมแตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุม ใหรองเลขาธิการพรรคทําหนาที่แทนกรณีรองหัวหนาพรรค หรือรองเลขาธิการพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุมใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูขณะนั้น เลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๓ มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีการลงมติในที่ประชุมมีคะแนนเสียงเทากัน ใหประธานออกเสียงลงคะแนนอีกหนึ่งเสียงเปนเสียงชี้ขาดสวนที่ ๔การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๖๔ การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนผูมีหนังสือเชิญประชุมและตองมีกรรมการสาขาพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุม ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานที่ประชุมหนา ๖๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ถาหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอยูในที่ประชุม ใหรองหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานที่ประชุมหากรองหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุม ใหคณะกรรมการสาขาพรรคเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทน และใหเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่เลขานุการในที่ประชุม แตถาเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุม ใหรองเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่แทนกรณีรองหัวหนาสาขาพรรค หรือรองเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุม หรือไมอยูในที่ประชุมใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูขณะนั้น เลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนมติของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีการลงมติในที่ประชุมมีคะแนนเสียงเทากัน ใหประธานออกเสียงลงคะแนนอีกหนึ่งเสียงเปนเสียงชี้ขาดสวนที่ ๕การประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๖๕ การประชุมตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเปนผูเชิญประชุมและตองมีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่มีอยูในขณะนั้น จึงจะเปนองคประชุม โดยใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเปนประธาน ในที่ประชุมหากตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่เปนประธานไมมาประชุมหรือไมอยูในที่ประชุม ใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่มาประชุมเลือกคนใดคนหนึ่งทําหนาที่เปนประธานที่ประชุม และใหตัวแทนพรรคประจังหวัดคนหนึ่งทําหนาที่เปนเลขานุการที่ประชุมมติของที่ประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหถือเสียงขางมาก ในกรณีการลงมติในที่ประชุมมีคะแนนเสียงเทากัน ใหประธานออกเสียงลงคะแนนอีกหนึ่งเสียงเปนเสียงชี้ขาดในกรณีผูไดรับเลือกเปนประธานหรือเลขานุการตามวรรคหนึ่งไมมาประชุม ใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่มาประชุมเลือกคนใดคนหนึ่งที่มาประชุมเปนประธานที่ประชุม และอีกคนหนึ่งเปนเลขานุการที่ประชุม หมวด ๗สมาชิกพรรคสวนที่ ๑คุณสมบัติ ลักษณะตองหาม การสมัคร และการพนจากสมาชิกพรรคหนา ๖๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ขอ ๖๖ สมาชิกพรรคตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้(๑) มีอายุไมต่ํากวา ๑๘ ป(๒) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเปนผูมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตองไดสัญชาติไทยมาแลวไมนอยกวา ๕ ป(๓) ไมเปนบุคคลตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒) (๔)(๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ(๔) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการหรือตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรม หรือกระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพยที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาเวนแตเปนการรอการลงโทษ(๕) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยการกูยืมเงินที่เปนการฉอโกงประชาชน กฎหมายวาดวยยาเสพติดในความผิดฐานเปนผูผลิต นําเขาสงออกหรือผูคา กฎหมายวาดวยการพนันในความผิดฐานเปนเจามือหรือเจาสํานัก กฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการคามนุษย หรือกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน(๖) ไมเปนสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นหรือผูยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นตามมาตรา ๑๑ หรือผูแจงการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นตามมาตรา ๑๘ ของกฎหมายวาดวยพรรคการเมืองขอ ๖๗ การสมัครเปนสมาชิกพรรคใหยื่นใบสมัครตามแบบพิมพของพรรคพรอมดวยเอกสารประกอบตามที่พรรคกําหนด ณ สํานักงานใหญพรรค สาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหรือยื่นใบสมัครเปนสมาชิกพรรคไดทางระบบอินเทอรเน็ตอันเปนเว็บไซตของพรรคสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคเริ่มตั้งแตวันชําระคาบํารุงพรรคขอ ๖๘ สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๖๖ เวนแตในกรณีมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๙๖ (๑) ของรัฐธรรมนูญ และเปนการบวชตามประเพณีนิยม แตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกพรรคมิได หนา ๖๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๔) ไมชําระคาบํารุงพรรคเปนเวลา ๒ ปติดตอกัน(๕) พรรคมีมติใหออก เพราะกระทําผิดวินัย หรือจรรยาบรรณอยางรายแรงหรือมีเหตุรายแรงอื่น(๖) พรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรคการลาออกจากสมาชิกพรรคตามวรรคหนึ่ง (๒) ใหถือวาสมบูรณเมื่อไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนสมาชิกพรรค หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองการสิ้นสุดของสมาชิกพรรคตาม (๕) หากสมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมติของพรรคตองมีคะแนนเสียง ๓ ใน ๔ ของที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคการสิ้นสุดของสมาชิกพรรคตามวรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) ใหพรรคแจงสมาชิกผูนั้นทราบโดยเร็วสวนที่ ๒สิทธิและหนาที่ความรับผิดชอบของสมาชิกพรรคขอ ๖๙ สมาชิกพรรคมีสิทธิตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) เสนอขอคิดเห็นอันเปนประโยชนตอพรรค(๒) ไดรับการคัดเลือกใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรค(๓) อาจไดรับเลือกตั้งเปนคณะกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรคตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หรือแตงตั้งเปนผูปฏิบัติงานในคณะทํางาน คณะอนุกรรมาธิการ ที่ปรึกษาของพรรคหรือในคณะอนุกรรมาธิการตาง ๆ ของสภาผูแทนราษฎรเมื่อพรรคมีสมาชิกพรรคไดรับเลือกเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๔) อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณากําหนดเปนแตละกรณีไปขอ ๗๐ สมาชิกพรรคมีหนาที่รับผิดชอบตองชําระคาธรรมเนียมและอัตราคาบํารุงพรรคปละไมนอยกวา ๒๐ บาท และแบบตลอดชีพไมนอยกวา ๒๐๐ บาทเพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของสมาชิก ใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปที่สมาชิกไดชําระคาบํารุงพรรคเปนครั้งแรกสิ้นสุดลงในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปใหม โดยใหเริ่มนับตั้งแตวันที่ ๑ มกราคม และสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ของปเดียวกันทั้งนี้ สมาชิกพรรคอาจชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวเมื่อใดก็ไดหนา ๖๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ขอ ๗๑ สมาชิกพรรคมีหนาที่และความรับผิดชอบตอพรรค ดังตอไปนี้(๑) รวมรับผิดชอบตอเสถียรภาพของพรรค และใหความรวมมือในกิจกรรมของพรรคดวยจิตสํานึกในอุดมคติของพรรค ในฐานะเปนเจาของพรรครวมกัน(๒) สมาชิกและผูที่พรรคสงลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับตองใหความรวมมือในการดําเนินงานของพรรคดวยความเต็มใจและบริสุทธิ์ใจเพื่อความกาวหนาของพรรค(๓) ตองปฏิบัติตามกฎระเบียบขอบังคับของพรรคอยางเครงครัดใหการสนับสนุนนโยบายและมติของพรรคอยางจริงจัง(๔) รวมกิจกรรมทางการเมืองของพรรคดวยความเต็มใจและเต็มความสามารถสวนที่ ๓ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิกพรรคขอ ๗๒ ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิกพรรค มีดังตอไปนี้(๑) ดําเนินการทางการเมืองอยางจริงจังและตอเนื่องเพื่อใหพรรคไดกาวไปสูการมีบทบาททางการเมืองและเขาสูการบริหารประเทศตามนโยบายของพรรคเพื่อบรรลุเปาหมายตามอุดมการณและปณิธานของพรรค(๒) สงเสริมสถานภาพของสมาชิกพรรคใหมีสมรรถนะภาพตอการดํารงชีวิตของตนเองและครอบครัว และจัดกิจกรรมที่เปนประโยชนเพื่อสมานสามัคคีระหวางมวลสมาชิกพรรคทั่วประเทศ(๓) ใหสวัสดิการ ใหการคุมครองจากอิทธิพลอํานาจมืดและสงเสริมอาชีพใหกับสมาชิกพรรค (๔) ใหความสําคัญแกมวลสมาชิกพรรคทุกคนอยางเต็มรูปแบบโดยใหถือวาสมาชิกพรรคเปนบุคคลสําคัญและเปนองคกรหลักของพรรค หมวด ๘มาตรฐานทางจริยธรรมของสมาชิกพรรค กรรมการบริหารพรรคกรรมการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสวนที่ ๑มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนอุดมการณหนา ๖๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ขอ ๗๓ ตองยึดมั่นและดํารงไวซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย และในประกาศอุดมการณของพรรคขอ ๗๔ ตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราชอธิปไตยบูรณภาพแหงอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยเกียรติภูมิและผลประโยชนของชาติและความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบรอยของประชาชนขอ ๗๕ ตองถือผลประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตนขอ ๗๖ ตองปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริตไมแสวงหาประโยชนโดยมิชอบเพื่อตนเองหรือผูอื่นหรือมีพฤติการณที่รูเห็นหรือยินยอมใหผูอื่นใชตําแหนงหนาที่ของตนแสวงหาประโยชนโดยมิชอบขอ ๗๗ ตองไมขอไมเรียกไมรับหรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดในประการซึ่งอาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ขอ ๗๘ ตองไมรับของขวัญ ของกํานัล ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด เวนแตเปนการรับจากการใหโดยธรรมจรรยา การบริจาค และการรับที่มีบทบัญญัติแหงกฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับใหรับไดสวนที่ ๒มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนคานิยมหลักขอ ๗๙ ไมกระทําการอันเปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนตนกับประโยชนสวนรวมทั้งนี้ ไมวาโดยทางตรงหรือทางออมขอ ๘๐ ยึดมั่นหลักนิติธรรมและประพฤติตนอยูในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชนขอ ๘๑ ปฏิบัติหนาที่ดวยความยุติธรรมเปนอิสระเปนกลางและปราศจากอคติโดยไมหวั่นไหวตออิทธิพลกระแสสังคม หรือแรงกดดันไมชอบดวยกฎหมาย โดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามความเหมาะสมแหงสถานภาพขอ ๘๒ รักษาไวซึ่งความลับในการประชุม รวมทั้งเคารพตอมติของที่ประชุมเสียงขางมากและรับฟงเหตุผลของทุกฝายอยางเปนธรรมขอ ๘๓ ใหขอมูลขาวสารตามขอเท็จจริงแกประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยูในความรับผิดชอบของตนอยางถูกตองครบถวนและไมบิดเบือนขอ ๘๔ ไมใหคําปรึกษาแกบุคคลภายนอกหรือแสดงความคิดเห็นหรือขอมูลตอสื่อสาธารณะหรือสื่อมวลชนในเรื่องที่อยูในระหวางการพิจารณาที่อาจกอใหเกิดความเสียหายหรือเสียความเปนธรรมแกการปฏิบัติหนาที่ ในการปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมายขององคกรหนา ๖๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ขอ ๘๕ ไมกระทําการใดที่กอใหเกิดความเสื่อมเสียตอเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหนงที่ไดรับแตงตั้งขอ ๘๖ ไมปลอยปละละเลย หรือยินยอมใหบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลที่อยูในกํากับดูแลหรือความรับผิดชอบของตนเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากคูกรณี หรือจากบุคคลอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ของตนขอ ๘๗ ไมคบหาสมาคมกับคูกรณีผูประพฤติผิดกฎหมาย ผูมีอิทธิพล หรือผูมีความประพฤติหรือผูมีความเสี่ยงในทางเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งอาจกระทบกระเทือนตอความเชื่อถือในการปฏิบัติหนาที่ของพรรคขอ ๘๘ ไมกระทําการอันมีลักษณะเปนการลวงละเมิดหรือคุกคามทางเพศจนเปนเหตุทําใหผูถูกกระทําไดรับความเดือดรอนเสียหายหรือกระทบตอการปฏิบัติหนาที่โดยผูถูกกระทําอยูในภาวะจําตองยอมรับในการกระทํานั้น ไมนําความสัมพันธทางเพศที่ตนมีตอบุคคลใดมาเปนเหตุ หรือมีอิทธิพลครอบงําใหใชดุลพินิจในการปฏิบัติหนาที่อันเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดสวนที่ ๓มาตรฐานทางจริยธรรมทั่วไปขอ ๘๙ ปฏิบัติหนาที่อยางเต็มกําลังความสามารถและยึดมั่นในความถูกตองชอบธรรมโปรงใสตรวจสอบได และปฏิบัติตามกฎหมายโดยคํานึงถึงผลประโยชนของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวมขอ ๙๐ ดูแลรักษาและใชทรัพยสินของพรรคอยางประหยัด คุมคา โดยระมัดระวังไมใหเสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไมจําเปนขอ ๙๑ รักษาความลับของพรรค ขอมูลของพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และขอมูลสมาชิกพรรคขอ ๙๒ ดําเนินการอื่นใหเปนไปตามกฎหมายระเบียบและระบบคุณธรรม รวมทั้งสงเสริมสนับสนุนใหเกิดความสามัคคี เพื่อประโยชนสวนรวม และตองไมมีพฤติกรรมกอใหเกิดความแตกแยกในพรรคสมาชิกพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสวนที่ ๔การฝาฝนและไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมขอ ๙๓ การฝาฝนไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๑ ใหถือวามีลักษณะรายแรงการฝาฝนไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๒ และสวนที่ ๓ จะถือวามีลักษณะรายแรงหรือไม ใหพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ เจตนาและความรายแรงของความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการฝาฝนหรือไมปฏิบัตินั้น หนา ๗๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ขอ ๙๔ การดําเนินการแกสมาชิกพรรคผูใดวากระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ ใหเปนไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับวาดวยการนั้นเพื่อประโยชนแกการดําเนินงานของพรรค ในกรณีมีสมาชิกพรรคฝาฝนไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๑ หรือสวนที่ ๒ และสวนที่ ๓ ที่มีลักษณะรายแรง ใหคณะกรรมการบริหารพรรคแตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นทําการสอบสวนโดยเร็ว ถามีกรรมการบริหารพรรคกระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติมาตรฐานทางจริยธรรมนั้นเสียเอง มิใหผูนั้นมีสวนเกี่ยวของกับการแตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนและเมื่อทําการสอบสวนเสร็จแลว พบวาผูนั้นมีพฤติการณกระทําที่เปนการฝาฝนและไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่มีลักษณะรายแรงและเกิดความเสียหายแกพรรคอยางรายแรง ใหหัวหนาพรรคมีอํานาจออกคําสั่งใหผูนั้นพนจากการเปนสมาชิกพรรคไดโดยทันที และแจงคณะกรรมการบริหารพรรคทราบหมวด ๙การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ และการคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีสวนที่ ๑คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๕ ใหพรรคดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาตามกฎหมายวาดวยพรรคการเมืองไดเมื่อพรรคมีองคประกอบของคณะกรรมการสรรหาครบตามที่กําหนดในขอ ๙๖ขอ ๙๖ คณะกรรมการสรรหาใหมีจํานวนไมเกิน ๙ คน ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคจํานวนไมเกิน ๔ คน(๒) หัวหนาสาขาพรรค ซึ่งมาจากตางภาคกันภาคละ ๑ คน จํานวน ๔ คน(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ๑ คนขอ ๙๗ การเลือกตั้งกรรมการสรรหา ใหดําเนินการในที่ประชุมใหญพรรคโดยการลงคะแนนลับใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาจนครบตามจํานวนที่กําหนดในขอ ๙๖ซึ่งในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกเปนกรรมการสรรหา ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวา ๑๐ คนและผูที่ไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุม หนา ๗๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ขอ ๙๘ คณะกรรมการสรรหา มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละ ๔ ป นับแตวันที่ประชุมใหญพรรคใหความเห็นชอบขอ ๙๙ ความเปนกรรมการสรรหาสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณนับแตวันพรรคไดรับหนังสือลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพการเปนสมาชิกพรรค(๔) พนจากการเปนกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด (๕) อื่น ๆ ตามกฎหมายหรือที่กําหนดในขอบังคับพรรคเมื่อตําแหนงกรรมการสรรหาวางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคหรือกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด แลวแตกรณี เขาทําหนาที่แทน จนกวาจะมีการเลือกตั้ง แทนตําแหนงที่วาง ซึ่งจะตองกระทําภายใน ๙๐ วันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงเวนแตกรณีที่มีพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในระหวางที่มีตําแหนงวางนั้นใหการเลือกตั้ง แทนตําแหนงที่วาง ขยายออกไปจนกวาการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจะแลวเสร็จขอ ๑๐๐ คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนง ๔ ป ตามขอ ๙๘(๒) กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมดในกรณีกรรมการสรรหาพนจากตําแหนงทั้งคณะตามวรรคหนึ่ง ใหกรรมการสรรหาที่พนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๑) หรือกรรมการสรรหาที่เหลืออยูตาม (๒) แลวแตกรณี อยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งกรรมการสรรหาชุดใหมเขามาแทนที่ ซึ่งจะตองดําเนินการเลือกกรรมการสรรหาทั้งคณะชุดใหมภายใน ๖๐ วัน นับแตวันที่กรรมการสรรหาพนจากตําแหนงทั้งคณะสวนที่ ๒การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๑๐๑ ในกรณีพรรคประสงคจะสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ตองมีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในจังหวัดนั้น ในกรณีที่พรรคมีสาขาพรรคมากกวาหนึ่งสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใดหนา ๗๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ใหพรรคกําหนดวาจะใหสาขาพรรคสาขาใด หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหา ผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตพื้นที่จังหวัดที่อยูในสาขาพรรค หรือเขตพื้นที่ของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดนั้นขอ ๑๐๒ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครเปนผูสมัครรับเลือกตั้งและประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครตาม (๑) ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง แลวสงรายชื่อผูสมัครใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๓) เมื่อสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับรายชื่อผูสมัครจากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดจัดการประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๔) ใหสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสงรายชื่อผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้งทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นตาม (๓) ใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงรายชื่อผูสมัครของแตละเขตเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๓) และ (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่จะเสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งในกรณีที่คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาไมใหความเห็นชอบบุคคลที่เสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งคนใหมของเขตเลือกตั้งที่ไมใหความเห็นชอบนั้นไปใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาใหความเห็นชอบใหมสวนที่ ๓การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนา ๗๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ขอ ๑๐๓ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ใหพรรคจัดทําบัญชีรายชื่อเพื่อสงใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดโดยตองคํานึงถึงผูสมัคร รับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงดวย ในกรณีที่พรรคมีสาขาพรรคมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคกําหนดวาจะใหสาขาพรรคสาขาใดหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๑๐๔ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครและการเสนอรายชื่อบุคคลเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง และมีหนังสือแจงไปยังคณะกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรคตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) ใหกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหคณะกรรมการสรรหา(๓) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครและเสนอรายชื่อตาม (๑) แลว ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามและจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งไมเกินหนึ่งรอยรายชื่อโดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงแลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวใหสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๔) เมื่อสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๓) จากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดจัดการประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดแลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสมเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ แลวจัดลําดับตามที่เห็นวาเหมาะสมเพื่อใหไดบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนา ๗๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ขอ ๑๐๕ เพื่อประโยชนในการสงเสริมการมีสวนรวมของสมาชิกพรรค ในกรณีที่สมาชิกพรรคผูใดมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดที่ยังมิไดมีการจัดตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหสามารถใชสิทธิการเปนสมาชิกพรรคในจังหวัดใกลเคียงที่มีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ในการใชสิทธิเสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งในเขตพื้นที่ของจังหวัดที่ตนมีภูมิลําเนาอยูไดโดยผานสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่อยูใกลเคียงนั้น และใหนําวรรคนี้ไปใชบังคับกับการเสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งแบบแบงเขตดวยโดยอนุโลม สวนที่ ๔ขอยกเวนในการสงผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๑๐๖ ในการเลือกตั้งทั่วไปการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการสรรหาตามวิธีการที่กําหนดในขอ ๑๐๒ และขอ ๑๐๔เวนแตกรณีที่เปนการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งสําหรับการเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เปนโมฆะ หรือการเลือกตั้งใหม ในกรณีที่ไมมีผูใดไดรับเลือกตั้ง หรือกรณีผูสมัครตายกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้ง ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งและคณะกรรมการบริหารพรรคเปนผูพิจารณาสงผูสมัครรับเลือกตั้งรวมกันสวนที่ ๕การคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีขอ ๑๐๗ ในการเลือกตั้งทั่วไป ใหพรรคซึ่งสงผูสมัครรับเลือกตั้งแจงรายชื่อบุคคล ซึ่งพรรคมีมติวาจะเสนอใหสภาผูแทนราษฎรเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีไมเกิน ๓ รายชื่อตอคณะกรรมการการเลือกตั้งกอนปดการรับสมัครเลือกตั้งพรรคจะไมเสนอชื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ไดขอ ๑๐๘ การเสนอชื่อบุคคลตามขอ ๑๐๗ ตองเปนไปตามหลักเกณฑ ดังตอไปนี้(๑) ตองมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งไดรับการเสนอชื่อโดยมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด หนา ๗๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๒) ผูไดรับการเสนอชื่อตองเปนบุคคลผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามที่จะเปนรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญกําหนดและไมเคยทําหนังสือยินยอมตาม (๑) ใหพรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้นการเสนอชื่อบุคคลใดที่ไมไดเปนไปตามวรรคหนึ่งใหถือวาไมมีการเสนอชื่อบุคคลนั้นหมวด ๑๐หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกบุคคลดํารงตําแหนงทางการเมืองขอ ๑๐๙ กรณีที่จะมีการแตงตั้งบุคคลเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองใหพรรคประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป เพื่อเชิญชวนใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และสมาชิกพรรค เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตอคณะกรรมการบริหารพรรค ภายในระยะเวลาที่กําหนด และใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่กฎหมายกําหนดและเปนบุคคลที่มีความรูความสามารถซื่อสัตยสุจริตมีคุณธรรมจริยธรรมจากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรคกรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หรือสมาชิกพรรค เสนอมาเพื่อแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง หมวด ๑๑การบริหารการเงินและทรัพยสินและการจัดทําบัญชีของพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๑๑๐ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่บริหารการเงินทรัพยสินและประโยชนอื่นใดของพรรคโดยใหมีการทําบัญชีรับจาย บัญชีจายและบัญชีอื่นใดของพรรคตามที่กฎหมายกําหนดใหถูกตองตามความเปนจริงใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จัดใหมีบัญชีรับ บัญชีจาย และบัญชีอื่นใดตามที่กฎหมายกําหนดของสาขาพรรคหรือที่ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับหรือจายโดยบันทึกบัญชีใหแลวเสร็จภายใน ๑๕ วันนับแตวันที่รายการนั้นเกิดขึ้น และสรุปรายงานใหทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือนและปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรค หรือที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหหัวหนาสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จัดใหมีการจัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัด ซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค หรือในเขตจังหวัดที่ตนเปนตัวแทนและปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรค หรือสถานที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหนา ๗๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ขอ ๑๑๑ บัญชีของพรรคใหประกอบดวย(๑) บัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและแสดงคาใชจายหรือรายจาย(๒) บัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค(๓) บัญชีแยกประเภท(๔) บัญชีแสดงสินทรัพยและหนี้สินการลงบัญชีของพรรคตองมีรายการและเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวนโดยตองจัดทําในระยะเวลา ดังนี้(๑) การจัดทําบัญชีแสดงรายไดหรือรายรับ และแสดงคาใชจายหรือรายจายและบัญชีรายรับจากการบริจาค ตองลงรายการใหแลวเสร็จภายใน ๑๕ วัน นับแตรายการนั้นเกิดขึ้น(๒) การลงบัญชีแยกประเภท บัญชีแสดงรายการทรัพยสิน และบัญชีแสดงรายการหนี้สินตองลงรายการใหแลวเสร็จภายใน ๑๕ วันนับแตรายการนั้นเกิดขึ้นขอ ๑๑๒ การเปดบัญชีและการเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหดําเนินการ ดังนี้(๑) บัญชีพรรค ใหใชชื่อบัญชีพรรคเพื่อบานเมือง โดยใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรค รวมกันลงชื่อเปดบัญชี และในการเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารใหใชการลงชื่อเบิกถอนรวมกันทั้ง ๒ คน เวนแตในกรณีที่ไมมีหัวหนาพรรค หรือมีแตไมอยูหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับที่ปฏิบัติหนาที่ไดเปนผูลงชื่อเบิกถอนแทนหัวหนาพรรคเมื่อดําเนินการเบิกถอนแลว ใหรายงานหัวหนาพรรคทราบ(๒) บัญชีสาขาพรรค ใหใชชื่อบัญชีสาขาพรรคเพื่อบานเมืองภาคและตอทายดวยชื่อภาคนั้น ๆ โดยใหหัวหนาสาขาพรรคและเหรัญญิกสาขาพรรค รวมกันลงชื่อเปดบัญชีและในการเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากสาขาพรรค ใหใชการลงชื่อเบิกถอนรวมกันทั้ง ๒ คน เวนแตในกรณีที่ไมมีหัวหนาสาขาพรรค หรือมีแตไมอยู หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาสาขาพรรคเปนผูลงชื่อเบิกถอนแทน เมื่อดําเนินการเบิกถอนแลวใหรายงานหัวหนาสาขาพรรคทราบ(๓) บัญชีตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหใชชื่อบัญชีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตอทายชื่อจังหวัดที่จัดตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขึ้น โดยใหหัวหนาตัวแทนพรรคประจําจังหวัดและเลขานุการตัวแทนพรรคประจําจังหวัด รวมกันลงชื่อเปดบัญชี และในการเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากหนา ๗๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหใชการลงชื่อเบิกถอนรวมกันทั้ง ๒ คนเวนแตในกรณีที่ไมมีหัวหนาตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หรือมีแตไมอยู หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดคนใดคนหนึ่งที่หัวหนาตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมอบหมายลงชื่อเปนผูเบิกถอนแทน เมื่อดําเนินการเบิกถอนแลวใหรายงานหัวหนาตัวแทนพรรคประจําจังหวัดทราบหมวด ๑๒รายไดของพรรคและอัตราคาธรรมเนียม และคาบํารุงพรรคขอ ๑๑๓ พรรคอาจมีรายได ดังตอไปนี้(๑) เงินทุนประเดิมของพรรค(๒) เงินคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรค(๓) เงินที่ไดจากการจําหนายสินคา หรือบริการ(๔) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค(๕) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการรับบริจาค(๖) เงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง(๗) ดอกผลของเงินและรายไดจากเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดของพรรคสวนที่ ๑การหารายไดจากการจําหนายสินคาขอ ๑๑๔ การจําหนายสินคา หรือการบริการ ตองไมมุงแสวงหาผลกําไรมาแบงปนกันในทางธุรกิจโดยราคาหรือคาตอบแทนจากการจําหนายสินคา หรือการใหบริการ จะตองคํานึงถึงราคาตามทองตลาดหรือราคาปกติในทองถิ่นนั้น ซึ่งพรรคอาจใหมีการดําเนินการไดตลอดทั้งปกอนวันที่มีพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งทั่วสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่เปนการเลือกตั้งทั่วไปและภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่เปนการเลือกตั้งทั่วไปเรียบรอยแลวขอ ๑๑๕ สถานที่จําหนายสินคา หรือการบริการ ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรคที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรค ที่ตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุนบริเวณสถานที่จัดประชุมใหญประจําปของพรรค หรือของสาขาพรรค หรือสถานที่อื่นหนา ๗๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ขอ ๑๑๖ เมื่อพรรค สาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ดําเนินการจําหนายสินคาการบริการ หรือการจัดกิจกรรมแลว ใหหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคจัดทําทะเบียนสินคา การบริการ ซึ่งประกอบดวยรายการ จํานวนเงิน หรือมูลคาของสินคาหรืออัตราคาบริการ แตละประเภทไวเปนหลักฐานใหครบถวนถูกตองขอ ๑๑๗ การจําหนายสินคา การบริการ ใหทําบันทึกบัญชีรายวัน แสดงรายไดรายรับใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองสวนที่ ๒การจัดกิจกรรมระดมทุนขอ ๑๑๘ การจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคตองกระทําโดยเปดเผยและแสดงวัตถุประสงควาเปนการระดมทุนของพรรคอยางชัดเจนการใหเงิน ทรัพยสินแกพรรค รวมถึงประโยชนอื่นใดแกพรรคที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค ใหอยูภายใตขอบังคับเรื่องการรับบริจาคของพรรคและกฎหมายที่เกี่ยวของขอ ๑๑๙ สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรคบริเวณสถานที่จัดประชุมใหญประจําปของพรรค สาขาพรรค สถานที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหรือสถานที่ที่พรรคเห็นสมควรขอ ๑๒๐ ภายใน ๓๐ วันนับแตวันที่จัดกิจกรรมระดมทุนเสร็จสิ้นลง ใหหัวหนาพรรคจัดทํารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุน คาใชจายในการจัดกิจกรรมระดมทุนและจํานวนเงินที่ไดรับจากการจัดกิจกรรมระดมทุน และใหหัวหนาพรรคประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปพรอมทั้งแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบดวยขอ ๑๒๑ การจัดกิจกรรมระดมทุนใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับ และนําไปแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองการจัดกิจกรรมระดมทุนใหญของพรรคใหจัดไดปละ ๑ ครั้ง ในปใดที่สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจะครบวาระ การจัดกิจกรรมระดมทุนใหญของพรรค ใหกระทําไดกอนวันมีพระราชกฤษฎีกา ใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่เปนการเลือกตั้งทั่วไป หรือภายหลังวันที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่เปนการเลือกตั้งทั่วไปเรียบรอยแลว หนา ๗๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ สวนที่ ๓การรับบริจาคของพรรคขอ ๑๒๒ ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีกับธนาคารพาณิชยโดยระบุชื่อเจาของบัญชีในนาม “พรรคเพื่อบานเมือง”ในการรับบริจาคของพรรคใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชยโดยระบุชื่อเจาของบัญชี “พรรคเพื่อบานเมือง” (เพื่อบริจาค)ใหหัวหนาพรรคแจงหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากและจํานวนเงินที่เปดบัญชีของทุกบัญชีใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายใน ๗ วันนับแตวันที่เปดบัญชีดังกลาวขอ ๑๒๓ กรณีรับบริจาคเปนเงินสดใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคนําเงินฝากไวในบัญชีธนาคารพาณิชยตามขอ ๑๒๒ ภายใน ๗ วันนับแตวันที่ไดรับบริจาค การรับบริจาคเปนตั๋วแลกเงินหรือเช็คจะตองไมถูกปฏิเสธการจายเงินจึงถือไดวาเปนการบริจาคแกพรรคขอ ๑๒๔ เมื่อมีการบริจาคใหผูรับบริจาคจัดทําบันทึกการรับบริจาคใหแลวเสร็จ ภายใน ๓ วันนับแตวันที่ไดรับบริจาคและใหจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงินทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคภายใน ๗ วันนับแตวันที่ไดรับบริจาคถาหากทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดตามวรรคหนึ่งมิอาจนําสงพรรคได ใหผูรับบริจาคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาคนั้นใหพรรคทราบขอ ๑๒๕ เมื่อพรรคไดรับเงินสดตามขอ ๑๒๔ ใหออกใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาค(เงินบริจาค) หรือหลักฐานการรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดภายในวันที่ที่รับบริจาคแลวจัดสงใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคใหแกผูบริจาคภายใน ๗ วันนับแตวันที่ออกหลักฐานนั้นขอ ๑๒๖ ใหพรรคบันทึกการรับบริจาคไวในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคใหแลวเสร็จภายใน ๑๕ วันนับแตวันที่เกิดรายการ โดยอยางนอยตองมีรายการ ดังนี้(๑) ชื่อ ที่อยูของพรรค(๒) ชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยูของผูบริจาค(๓) ชื่อตัว ชื่อสกุล และตําแหนงผูรับบริจาค(๔) วัน เดือน ปที่ไดรับบริจาคหนา ๘๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๕) รายละเอียดการรับบริจาค(๖) จํานวนเงินหรือมูลคาทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่รับบริจาค(๗) เอกสารอางอิง(๘) ลายมือชื่อหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคขอ ๑๒๗ ใหหัวหนาพรรคประกาศบัญชีรายชื่อผูบริจาคจํานวนเงิน รายการทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคที่มีมูลคาไมนอยกวา ๕,๐๐๐ บาท พรอมทั้งวัตถุประสงคของการบริจาคเพื่อใหประชาชนทราบเปนประจําทุกวันที่ ๑ ของเดือนถัดไปการตีราคาทรัพยสิน หรือการประเมินมูลคาประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคใหคํานวณราคาทรัพยสินอัตราคาเชา คาตอบแทน หรือคาของสิทธิที่รับตามปกติทางการคาในทองถิ่นนั้นขอ ๑๒๘ เมื่อหัวหนาพรรคดําเนินการตามขอ ๑๒๗ แลว ใหแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายใน ๑๕ วันนับแตวันที่ประกาศขอ ๑๒๙ บุคคลใดประสงคจะบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดที่มีมูลคาเกินกวา๑๐ ลานบาทตอพรรคตอปมิได ในกรณีที่บุคคลนั้นเปนนิติบุคคล การบริจาคเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดแกพรรคที่ไมวาพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปละ ๕ ลานบาท ตองแจงใหที่ประชุมใหญผูถือหุนทราบในการประชุมใหญคราวตอไปหลังบริจาคแลวพรรคจะรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดซึ่งมีมูลคาเกินกวาที่กําหนดในวรรคหนึ่งมิไดสวนที่ ๔อัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคขอ ๑๓๐ อัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคของสมาชิกพรรคใหเปนไปตามที่กําหนดไวในขอ ๗๐หมวด ๑๓การใชจายของพรรคขอ ๑๓๑ เงินและทรัพยสินของพรรคตองนําไปใชจายเปนคาใชจายการบริหารงานพรรคการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคใหเปนไปตามปณิธาน อุดมการณ พันธกิจ นโยบายยุทธศาสตร แผนงาน โครงการ และกิจกรรมของพรรคที่จัดทําขึ้น รวมทั้งคาใชจายในการเลือกตั้งของพรรคสมาชิกพรรค การโฆษณาประชาสัมพันธ และการดําเนินกิจกรรมของพรรคไมวาจะรูปแบบใดใหสมาชิกพรรคและประชาชนโดยทั่วไปทราบ หนา ๘๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ คาใชจายของพรรคในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง พรรคตองเปดเผยใหสมาชิกพรรคและประชาชนทั่วไปไดทราบ โดยปดประกาศ ณ ที่ทําการพรรค หรือเผยแพรผานระบบฐานขอมูลของพรรคหรือวิธีการอื่นใดที่เขาถึงได โดยสะดวกภายใน ๓๐ วัน นับแตวันดําเนินการเสร็จสิ้นแลวขอ ๑๓๒ ในกรณีที่พรรค กรรมการบริหารพรรค หรือบุคคลใดใหเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดแกสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรไมวาโดยทางตรงหรือทางออมและไมวาจะใหเปนประจําหรือเปนครั้งคราว ถาการใหหรือรับเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดนั้นไมเปนความผิดตามมาตรา ๑๔๔ หรือมาตรา ๑๔๙ แหงประมวลกฎหมายอาญา ใหพรรคกรรมการบริหารพรรค หรือบุคคลนั้น แลวแตกรณี แจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบถึงการใหเงินทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้น และใหประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยหามมิใหสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรรับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากบุคคลใด โดยไมมีมูลอันจะอางไดตามกฎหมาย เวนแตเงินที่ไดมีการแจงไวตามวรรคหนึ่งขอ ๑๓๓ กรรมการบริหารพรรคมีหนาที่จะตองตรวจสอบและควบคุมดูแลมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการดําเนินการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในขอ ๑๓๑ และขอ ๑๓๒หมวด ๑๔การแกไขเพิ่มเติมขอบังคับพรรคขอ ๑๓๔ เพื่อประโยชนในการดําเนินกิจกรรมของพรรค หากคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นสมควรอาจแกไขขอบังคับนี้ไดโดยไมขัดตอรัฐธรรมนูญ กฎหมายพรรคการเมืองและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของและตองไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญพรรคหมวด ๑๕การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๑๓๕ การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหเปนไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคการเลิกพรรคตามวรรคหนึ่งจะมีผลทําใหสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด เลิกไปดวยนับแตวันที่มีการประกาศราชกิจจานุเบกษาใหเลิกพรรคในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะดวยเหตุผลพนจากสมาชิกพรรคใหถือเปนเหตุใหเลิกพรรค หนา ๘๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ ขอ ๑๓๖ ในกรณีที่พรรคตองสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรค หรือเลิกพรรคใหคณะกรรมการบริหารพรรคยังคงมีหนาที่ชําระบัญชีพรรคจนกวาการชําระบัญชีของพรรคจะเสร็จสิ้นในกรณีการชําระบัญชีพรรคเสร็จสิ้น หากยังมีเงินหรือทรัพยสินของพรรคเหลืออยูใหมอบแกกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อใชในการพัฒนาพรรคการเมืองตอไปรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อบานเมืองรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อบานเมือง จํานวน ๑๖ คน ประกอบดวย๑. นายประสพ บุษราคัม หัวหนาพรรค๒. นายพนพภณษฎ ทองคํา รองหัวหนาพรรค๓. นายสําเร็จพูลณทวีฐ รุงเรือง รองหัวหนาพรรค๔. นายละออง วงคดวงตา รองหัวหนาพรรค๕. นายเปรมชนะ เรงพิมาย รองหัวหนาพรรค๖. นายธีรภัทร พรหมทะสาร รองหัวหนาพรรค๗. รอยตรี รักชาติ อินทรีย รองหัวหนาพรรค๘. นายราเชนทร ศิวะเสารแกว เลขาธิการพรรค๙. นายธนาบดินทร เรงพิมาย รองเลขาธิการพรรค๑๐. นางพิระพา อุตชี เหรัญญิกพรรค๑๑. นางสาวพิมพลักษณ แสนบุญศิริ นายทะเบียนสมาชิกพรรค๑๒. นายกฤษฏพงศ วงษมหัทธน โฆษกพรรค๑๓. นายศักดิพงศ โชติเอี่ยม กรรมการบริหารพรรค๑๔. นายประพาส สุทธินันท กรรมการบริหารพรรค๑๕. นายสมศักดิ์ ลีลาธนากุล กรรมการบริหารพรรค๑๖. นายณัฏฐธา พงษวิทยานุกฤต กรรมการบริหารพรรคจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๘๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)